30 เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ทำง่าย อร่อยได้ทุกมื้อ
- เลือกภาชนะทนความร้อนที่พอดีกับตะกร้า เพื่อให้อากาศร้อนไหลเวียนทั่วอาหาร
- อุ่นเครื่อง 3 ถึง 5 นาทีเมื่อทำของทอดหรือเนื้อชิ้นหนา ช่วยให้ผิวด้านนอกเซตตัวเร็ว
- กลับด้านหรือเขย่าตะกร้าช่วงครึ่งเวลา เพื่อให้สีและความกรอบสม่ำเสมอ
- เริ่มตรวจอาหารก่อนครบเวลาที่ระบุ 2 ถึง 3 นาที เพราะกำลังไฟของแต่ละรุ่นต่างกัน
เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ช่วยลดขั้นตอนหน้าเตาและจัดมื้ออาหารได้คล่องขึ้น ตั้งแต่มื้อเช้าแบบไข่กับขนมปัง ไปจนถึงจานเนื้อ ปลา และของกินเล่น สูตรในหน้านี้ใช้วัตถุดิบหาไม่ยาก พร้อมสัดส่วนสำหรับ 1 ถึง 2 ที่
หัวใจสำคัญอยู่ที่ขนาดชิ้นอาหาร อุณหภูมิ และการเว้นช่องให้อากาศหมุนเวียน หากใส่อาหารแน่นเกินไป ผิวจะชื้นและสุกไม่พร้อมกัน การจัดเรียงชั้นเดียวจึงให้ผลลัพธ์คาดเดาง่ายกว่า
แต่ละสูตรมีคลิป TikTok ต้นทางสำหรับดูแนวคิดและลักษณะเมนู พร้อมวิธีทำฉบับเรียบเรียงใหม่ เวลาที่ระบุเป็นจุดเริ่มต้น ควรปรับตามความหนาของวัตถุดิบและกำลังไฟของเครื่องที่ใช้งาน
เริ่มจากไฟกลางและเวลาสั้น แล้วเพิ่มครั้งละ 2 นาที ผลลัพธ์ควบคุมง่ายกว่าการตั้งเวลายาวตั้งแต่ต้น
1. ไข่ดาว
ไข่ดาวในหม้อทอดเหมาะกับมื้อเช้าที่ต้องการลดน้ำมัน ไข่ขาวเซตตัวรอบขอบ ส่วนไข่แดงปรับระดับความสุกได้จากเวลา เมนูนี้ต่อยอดคู่กับไอเดีย เมนูไข่ทำง่าย ได้หลายแบบ
จุดเด่นของ ไข่ดาว อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ไข่ไก่ น้ำมันพืช และเกลือเล็กน้อย ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ
เสิร์ฟกับข้าวสวย ขนมปัง หรือผักย่างได้ทันที หากต้องการไข่แดงเยิ้มให้เริ่มตรวจเมื่อผ่านไป 5 นาที แล้วเพิ่มเวลาทีละ 1 นาที
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- น้ำมันพืช 1/4 ช้อนชา
- เกลือเล็กน้อย
- พริกไทยเล็กน้อย
วิธีทำ
- ทาน้ำมันบาง ๆ ในถ้วยตื้นทนความร้อน แล้วตอกไข่ลงไป
- โรยเกลือและพริกไทย วางถ้วยลงในตะกร้า
- อบที่ 170 องศาเซลเซียส 5 ถึง 7 นาที ตามระดับความสุกที่ชอบ
- ยกถ้วยออกด้วยถุงมือกันความร้อน แล้วเสิร์ฟทันที
2. ไข่เจียวแหนม
ไข่เจียวแหนมแบบไม่ทอดน้ำมันท่วมให้รสเปรี้ยวเค็มและเนื้อแน่น เหมาะกับข้าวสวยร้อนหรือข้าวกล้อง ใช้ถ้วยกว้างช่วยให้ไข่สุกเร็วและไม่หนาจนกลางดิบ
ไข่เจียวแหนม กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ไข่ไก่ แหนม และต้นหอมซอย เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว
พักไข่หลังนำออก 1 นาที เนื้อด้านในจะเซตตัวต่อจากความร้อนสะสม รสแหนมเด่นอยู่แล้วจึงเติมน้ำปลาเพียงเล็กน้อย
ส่วนผสม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- แหนม 50 กรัม
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกแดงซอย 1 เม็ด
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตีไข่กับน้ำปลา ใส่แหนม ต้นหอม และพริก แล้วคนให้กระจาย
- ทาน้ำมันในถ้วยทนความร้อน เทส่วนผสมลงไป
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 9 ถึง 11 นาที จนกลางไข่สุก
- พัก 1 นาที ก่อนคว่ำใส่จาน
3. ไข่ยางมะตูม
ไข่ยางมะตูมจากหม้อทอดไม่ต้องต้มน้ำ เหมาะกับสลัด ข้าวหน้าเนื้อ หรือบะหมี่ ไข่ที่มีขนาดใกล้กันจะสุกสม่ำเสมอและจับเวลาได้แม่นกว่า
ไข่ยางมะตูม เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ไข่ไก่แช่เย็น น้ำเย็นจัด และน้ำแข็ง ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น
เมื่อครบเวลาให้แช่น้ำเย็นจัดทันที การลดอุณหภูมิเร็วช่วยหยุดความสุกและทำให้ปอกเปลือกง่ายขึ้น ไข่แดงจะข้นนุ่มตรงกลาง
ส่วนผสม
- ไข่ไก่แช่เย็น 2 ฟอง
- น้ำเย็นจัด 2 ถ้วย
- น้ำแข็ง 1 ถ้วย
วิธีทำ
- อุ่นหม้อทอดที่ 130 องศาเซลเซียส 3 นาที
- วางไข่ในตะกร้า อบ 9 ถึง 11 นาทีตามขนาดไข่
- ย้ายไข่ลงน้ำเย็นผสมน้ำแข็ง 5 นาที
- เคาะเปลือกเบา ๆ ปอก แล้วผ่าครึ่ง
4. โทสต์ไข่นุ่ม
โทสต์ไข่นุ่มรวมขนมปังกรอบนอกกับไข่เนื้อครีมในชิ้นเดียว เหมาะกับเช้าที่มีเวลาจำกัด ขนมปังแผ่นหนาจะรองรับไส้ได้ดีและไม่แห้งเร็ว
เสน่ห์ของ โทสต์ไข่นุ่ม อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ ขนมปังแผ่นหนา 1 แผ่น ไข่ไก่ และนมสด ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย
เสิร์ฟทันทีหลังออกจากเครื่อง ไข่จะยังชุ่มและขนมปังคงความกรอบ เพิ่มพริกไทยหรือพาร์สลีย์ตามชอบโดยไม่ต้องเติมซอสหนัก
ส่วนผสม
- ขนมปังแผ่นหนา 1 แผ่น
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
- เนยจืด 1 ช้อนชา
- เกลือและพริกไทยเล็กน้อย
วิธีทำ
- ตีไข่กับนม เกลือ และพริกไทย
- กดกลางขนมปังให้เป็นแอ่ง ทาเนยรอบขอบ แล้วเทไข่ลงกลางแผ่น
- อบที่ 165 องศาเซลเซียส 7 ถึง 9 นาที
- นำออกเมื่อไข่ตรงกลางยังนุ่มเล็กน้อย แล้วเสิร์ฟร้อน
5. ขนมปังพิซซ่าชีส
ขนมปังพิซซ่าชีสเป็นของว่างที่ใช้เวลาสั้น ซอสมะเขือเทศ ชีส และหน้าพิซซ่ารวมตัวบนฐานขนมปังกรอบ สามารถสลับหน้าได้ตามวัตถุดิบที่มี
ขนมปังพิซซ่าชีส เหมาะกับวันสบาย ๆ เพราะทำเป็นชุดเล็กได้ง่าย รสจาก ขนมปัง 2 แผ่น ซอสมะเขือเทศ และมอซซาเรลลาชีส ช่วยให้ขนมหอม นุ่ม และกินเพลินโดยไม่ต้องแต่งหน้ามาก แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้
เมนูนี้เข้ากับแนวคิด สูตรขนมปังทำอาหาร สำหรับใช้ขนมปังที่เหลือ ควรพัก 1 นาทีหลังอบเพื่อให้ชีสอยู่ตัวก่อนหั่น
ส่วนผสม
- ขนมปัง 2 แผ่น
- ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
- มอซซาเรลลาชีส 1/2 ถ้วย
- แฮมหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกหวานหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
- ออริกาโนเล็กน้อย
วิธีทำ
- ทาซอสมะเขือเทศบนขนมปัง วางแฮมและพริกหวาน
- โรยชีสให้คลุมหน้า แล้วโรยออริกาโน
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 5 ถึง 7 นาที จนชีสละลายและขอบกรอบ
- พัก 1 นาที แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
6. โรลแฮมชีส
โรลแฮมชีสจากแผ่นแป้งเวียดนามให้ผิวบางกรอบและไส้ชีสยืด เหมาะกับของว่างหรือกล่องอาหาร แฮมแผ่นบางช่วยให้ม้วนแน่นและสุกพร้อมกับแป้ง
โรลแฮมชีส เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย แผ่นแป้งเวียดนาม 4 แผ่น แฮม 4 แผ่น และเชดดาร์ชีส 4 แผ่น ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้
พรมหรือน้ำมันทาผิวบางมากช่วยให้สีสวยขึ้น เสิร์ฟคู่ซอสมะเขือเทศหรือมัสตาร์ด และควรกินตอนอุ่นเพื่อสัมผัสชีสที่นุ่ม
ส่วนผสม
- แผ่นแป้งเวียดนาม 4 แผ่น
- แฮม 4 แผ่น
- เชดดาร์ชีส 4 แผ่น
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- ซอสมะเขือเทศสำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- จุ่มแผ่นแป้งในน้ำสั้น ๆ แล้ววางบนเขียง
- วางแฮมและชีส พับด้านข้างแล้วม้วนให้แน่น
- ทาน้ำมันบาง ๆ รอบโรล วางรอยพับลงในตะกร้า
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 7 ถึง 9 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
7. เกี๊ยวซ่าโปรตีนสูง
เกี๊ยวซ่าโปรตีนสูงใช้แผ่นแป้งเวียดนามห่อไก่สับและเต้าหู้ เนื้อไส้ชุ่มแต่ผิวด้านนอกกรอบ เหมาะกับมื้อเบาหรือของว่างหลังออกกำลังกาย
จุดเด่นของ เกี๊ยวซ่าโปรตีนสูง อยู่ที่รสและกลิ่นจาก อกไก่สับ เต้าหู้แข็งบด และแผ่นแป้งเวียดนาม 6 แผ่น ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี
วางเกี๊ยวไม่ให้ซ้อนกันและทาน้ำมันที่ผิวบาง ๆ ตรวจให้ไก่สุกทั่วก่อนเสิร์ฟ คู่กับซอสพริกหรือน้ำส้มสายชูดำได้ดี
ส่วนผสม
- อกไก่สับ 150 กรัม
- เต้าหู้แข็งบด 80 กรัม
- แผ่นแป้งเวียดนาม 6 แผ่น
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- ขิงขูด 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมไก่สับ เต้าหู้ ซีอิ๊ว ขิง และน้ำมันงา
- จุ่มแผ่นแป้งในน้ำ ใส่ไส้ แล้วพับเป็นชิ้นแบน
- ทาน้ำมันบาง ๆ วางเรียงชั้นเดียวในตะกร้า
- อบที่ 185 องศาเซลเซียส 10 ถึง 12 นาที พลิกเมื่อผ่าน 6 นาที
8. เอบิโรล
เอบิโรลเป็นโรลกุ้งชุบเกล็ดขนมปังที่ทำในหม้อทอดได้สะดวก ผิวกรอบรับกับไส้กุ้งเด้ง เหมาะกับของกินเล่นหรือจัดเป็นจานคู่สลัด
เอบิโรล ให้รสเข้มขึ้นเมื่อผิวสัมผัสความร้อนพอดี โดย เอบิโรลแช่แข็ง น้ำมันพืชแบบสเปรย์เล็กน้อย และมายองเนส เติมทั้งความหอมและความฉ่ำ กินเป็นจานหลักหรือของกินเล่นได้ เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน
เว้นช่องระหว่างชิ้นและพลิกช่วงครึ่งเวลา เสิร์ฟกับมายองเนสผสมซอสพริกหรือเลมอน ความเปรี้ยวช่วยตัดรสของทอดได้ดี
ส่วนผสม
- เอบิโรลแช่แข็ง 6 ชิ้น
- น้ำมันพืชแบบสเปรย์เล็กน้อย
- มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
- เลมอน 1 ซีก
วิธีทำ
- อุ่นหม้อทอดที่ 190 องศาเซลเซียส 3 นาที
- วางเอบิโรลแช่แข็งเป็นชั้นเดียว แล้วพ่นน้ำมันบาง ๆ
- อบ 8 ถึง 10 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- ผสมมายองเนสกับซอสพริก เสิร์ฟพร้อมเลมอน
9. ปีกไก่ทอดน้ำปลา
ปีกไก่ทอดน้ำปลาให้ผิวตึง หอมเค็ม และมีน้ำมันส่วนเกินน้อยกว่าวิธีทอด ใช้ปีกกลางขนาดใกล้กันเพื่อให้สุกพร้อมกันและจัดเรียงง่าย
ปีกไก่ทอดน้ำปลา น่ากินจากผิวด้านนอกที่กรอบและเนื้อด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ ปีกกลางไก่ น้ำปลา และน้ำตาลทราย ช่วยเสริมรสและกลิ่น เหมาะเสิร์ฟร้อนพร้อมน้ำจิ้มหรือข้าวสวย ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้
พลิกปีกช่วงครึ่งเวลาและตรวจบริเวณใกล้กระดูกก่อนเสิร์ฟ กินคู่ข้าวเหนียว แตงกวา หรือน้ำจิ้มแจ่วได้ครบมื้อ
ส่วนผสม
- ปีกกลางไก่ 500 กรัม
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
- แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ซับปีกไก่ให้แห้ง หมักกับน้ำปลา น้ำตาล และพริกไทย 20 นาที
- คลุกแป้งข้าวเจ้าและน้ำมันบาง ๆ ให้ทั่ว
- อบที่ 190 องศาเซลเซียส 18 ถึง 22 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- ตรวจให้เนื้อชิดกระดูกสุกทั่ว แล้วเสิร์ฟร้อน
10. ไก่ทอดกรอบ
ไก่ทอดกรอบแบบหม้อทอดใช้สะโพกไก่ไร้กระดูกเพื่อให้เนื้อนุ่มและสุกง่าย ชั้นแป้งปรุงรสให้สัมผัสกรอบโดยไม่ต้องทอดในน้ำมันปริมาณมาก
ความอร่อยของ ไก่ทอดกรอบ อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม สะโพกไก่ไร้กระดูก แป้งสาลี และไข่ไก่ ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส
พักไก่บนตะแกรง 2 นาทีหลังสุก ไอน้ำจะระบายออกและช่วยรักษาความกรอบ หั่นเสิร์ฟกับสลัดหรือข้าวแกงกะหรี่ได้ทันที
ส่วนผสม
- สะโพกไก่ไร้กระดูก 300 กรัม
- แป้งสาลี 1/3 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- เกล็ดขนมปัง 3/4 ถ้วย
- ปาปริกา 1/2 ช้อนชา
- เกลือและพริกไทยเล็กน้อย
- น้ำมันพืชแบบสเปรย์
วิธีทำ
- ปรุงไก่ด้วยเกลือ พริกไทย และปาปริกา
- คลุกแป้งสาลี ชุบไข่ แล้วกดลงบนเกล็ดขนมปัง
- พ่นน้ำมันทั่วชิ้น อบที่ 190 องศาเซลเซียส 16 ถึง 20 นาที
- พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา ตรวจให้เนื้อสุกทั่ว แล้วพัก 2 นาที
11. สเต็กอกไก่
สเต็กอกไก่เป็นจานโปรตีนที่เตรียมล่วงหน้าได้ เนื้อไม่แห้งเมื่อทุบให้หนาเท่ากันและหมักด้วยน้ำมันเล็กน้อย เหมาะกับสลัด ข้าว หรือผักอบ
สเต็กอกไก่ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ อกไก่ น้ำมันมะกอก และกระเทียมบด เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา
พักอกไก่ 5 นาทีก่อนหั่นเพื่อให้น้ำในเนื้อกระจายกลับ เสิร์ฟเป็นชิ้นหนาพร้อมเลมอนหรือซอสโยเกิร์ตแบบรสอ่อน
ส่วนผสม
- อกไก่ 250 กรัม
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
- กระเทียมบด 1 กลีบ
- ปาปริกา 1/2 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา
- เลมอน 1 ซีก
วิธีทำ
- ทุบอกไก่ให้หนาใกล้เคียงกัน แล้วหมักกับน้ำมัน กระเทียม และเครื่องปรุง 20 นาที
- อุ่นหม้อทอดที่ 180 องศาเซลเซียส 3 นาที
- อบไก่ 12 ถึง 16 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- ตรวจให้สุกทั่ว พัก 5 นาที แล้วหั่นเสิร์ฟ
12. ไก่อบทั้งตัว
ไก่อบทั้งตัวเหมาะกับมื้อครอบครัวและแบ่งทำอาหารต่อได้หลายจาน การเลือกไก่ขนาดพอดีกับตะกร้าช่วยให้อากาศผ่านรอบตัวและหนังมีสีสม่ำเสมอ
ไก่อบทั้งตัว มีกลิ่นหอมจากความร้อนแห้งและผิวที่มีสีสวย ไก่ทั้งตัวขนาด น้ำมันมะกอก และเกลือ ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสกลมกล่อม เหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมง่าย เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น
พักไก่อย่างน้อย 10 นาทีก่อนตัด น้ำในเนื้อจะกระจายกลับและหั่นง่ายขึ้น น้ำจากก้นตะกร้านำไปทำซอสได้เมื่อกรองไขมันส่วนเกินออก
ส่วนผสม
- ไก่ทั้งตัวขนาด 1.2 กิโลกรัม 1 ตัว
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา
- กระเทียมบด 1 ช้อนโต๊ะ
- โรสแมรีหรือไทม์ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ซับไก่ให้แห้ง ผสมน้ำมันกับเครื่องปรุงแล้วทาให้ทั่ว
- วางไก่ด้านอกลง อบที่ 170 องศาเซลเซียส 35 นาที
- พลิกด้านอกขึ้น อบต่อ 25 ถึง 35 นาทีตามขนาดตัว
- ตรวจส่วนหนาที่สุดให้สุกทั่ว แล้วพัก 10 นาทีก่อนตัด
13. ปีกไก่อบกระเทียม
ปีกไก่อบกระเทียมหอมจากกระเทียมสดและพริกไทย รสเค็มหวานเล็กน้อยเข้ากับข้าวสวยหรือใช้เป็นของกินเล่น ปีกกลางให้สัดส่วนหนังและเนื้อสมดุล
จุดเด่นของ ปีกไก่อบกระเทียม อยู่ที่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน การจัด ปีกกลางไก่ กระเทียมบด และซีอิ๊วขาว ให้มีขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกันและเสิร์ฟได้สวย เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม
เรียงปีกชั้นเดียวและกลับด้านเมื่อผิวเริ่มตึง ช่วงท้ายเพิ่มไฟสั้น ๆ เพื่อเร่งสีโดยต้องเฝ้าดูไม่ให้น้ำตาลในน้ำหมักไหม้
ส่วนผสม
- ปีกกลางไก่ 500 กรัม
- กระเทียมบด 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดกับปีกไก่ หมัก 30 นาที
- ปัดกระเทียมชิ้นใหญ่ออกเล็กน้อย แล้ววางปีกในตะกร้า
- อบที่ 185 องศาเซลเซียส 18 ถึง 22 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- เพิ่มเป็น 200 องศาเซลเซียส 2 นาที หากต้องการผิวเข้มขึ้น
14. ไก่กับมันฝรั่งอบ
ไก่กับมันฝรั่งอบรวมโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในตะกร้าเดียว ใช้สะโพกไก่หั่นชิ้นและมันฝรั่งเต๋าขนาดเล็กเพื่อให้สุกในเวลาใกล้กัน
ไก่กับมันฝรั่งอบ ให้รสเข้มขึ้นเมื่อผิวสัมผัสความร้อนพอดี โดย สะโพกไก่ไร้กระดูก มันฝรั่ง และน้ำมันมะกอก เติมทั้งความหอมและความฉ่ำ กินเป็นจานหลักหรือของกินเล่นได้ จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน
หากต้องการสลับวัตถุดิบ สามารถดูแนวทางจาก เมนูน่องไก่ แล้วเพิ่มเวลาตามความหนา เสิร์ฟพร้อมสลัดหรือผักลวกเป็นมื้อครบจาน
ส่วนผสม
- สะโพกไก่ไร้กระดูก 300 กรัม
- มันฝรั่ง 250 กรัม
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมผง 1/2 ช้อนชา
- ปาปริกา 1/2 ช้อนชา
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- หั่นไก่และมันฝรั่งเป็นชิ้นขนาดใกล้กัน ซับให้แห้ง
- คลุกน้ำมันและเครื่องปรุงทั้งหมดให้ทั่ว
- อบที่ 190 องศาเซลเซียส 20 ถึง 25 นาที
- เขย่าตะกร้าทุก 8 นาที และตรวจให้ไก่สุกทั่วก่อนเสิร์ฟ
15. หมูสไลด์ซอสเทอริยากิ
หมูสไลด์ซอสเทอริยากิเป็นจานรสหวานเค็มที่เข้ากับข้าวญี่ปุ่นหรือข้าวสวย เนื้อหมูแผ่นบางสุกเร็วและรับซอสได้ทั่วโดยไม่ต้องหมักนาน
หมูสไลด์ซอสเทอริยากิ เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย หมูสไลด์ เห็ดออรินจิ และซอสเทอริยากิ ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก
โรยงาและต้นหอมหลังสุกเพื่อเพิ่มกลิ่นสด หากซอสยังเหลวให้นำอาหารออกแล้วอบซอสในถ้วยต่อ 2 นาที ก่อนราดกลับบนหมู
ส่วนผสม
- หมูสไลด์ 250 กรัม
- เห็ดออรินจิ 100 กรัม
- ซอสเทอริยากิ 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- งาขาวและต้นหอมสำหรับโรย
วิธีทำ
- ผสมซอสเทอริยากิ ซีอิ๊ว และน้ำมันงา
- คลุกหมูกับเห็ดและซอส วางในถาดทนความร้อนเป็นชั้นบาง
- อบที่ 185 องศาเซลเซียส 10 ถึง 12 นาที คนเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- ตรวจให้หมูสุก โรยงาและต้นหอม
16. คอหมูย่าง
คอหมูย่างจากหม้อทอดให้ขอบเกรียมหอมและเนื้อฉ่ำเมื่อหั่นชิ้นหนาพอดี มันแทรกในคอหมูช่วยป้องกันเนื้อแห้งระหว่างการอบด้วยไฟค่อนข้างสูง
จุดเด่นของ คอหมูย่าง อยู่ที่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน การจัด คอหมู รากผักชี 2 ราก และกระเทียม ให้มีขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกันและเสิร์ฟได้สวย เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์
พักเนื้อ 5 นาทีแล้วหั่นขวางเส้นใย ช่วยให้เคี้ยวง่ายและรักษาน้ำในเนื้อ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มแจ่วและผักสด
ส่วนผสม
- คอหมู 400 กรัม
- รากผักชี 2 ราก
- กระเทียม 4 กลีบ
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทย แล้วผสมกับซอสและน้ำตาล
- หมักคอหมูอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จากนั้นซับน้ำหมักส่วนเกิน
- อบที่ 190 องศาเซลเซียส 16 ถึง 20 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- พัก 5 นาที หั่นขวางเส้นใย แล้วเสิร์ฟ
17. หมูกรอบ
หมูกรอบหม้อทอดให้หนังฟูและชั้นเนื้อนุ่มเมื่อเตรียมหนังให้แห้งสนิท การต้มด้านหนังก่อนช่วยให้แทงรูง่ายและลดเวลาที่เนื้ออยู่ในความร้อนสูง
หมูกรอบ เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย หมูสามชั้นติดหนัง เกลือ และน้ำส้มสายชู ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ
ขั้นตอนละเอียดของการเตรียมชิ้นหมูดูเพิ่มได้จาก สูตรหมูกรอบ หลังอบควรพัก 10 นาทีเพื่อให้ชั้นเนื้ออยู่ตัวก่อนสับ
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นติดหนัง 500 กรัม
- เกลือ 1 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- ต้มด้านหนังในน้ำตื้น 8 นาที ซับให้แห้ง แล้วแทงรูให้ทั่วหนัง
- ปรุงด้านเนื้อด้วยเกลือครึ่งหนึ่งและพริกไทย ทาน้ำส้มสายชูและเกลือที่เหลือบนหนัง
- ผึ่งในตู้เย็นแบบไม่ปิด 6 ถึง 12 ชั่วโมง
- อบด้านหนังขึ้นที่ 160 องศาเซลเซียส 30 นาที แล้วเพิ่มเป็น 200 องศาเซลเซียส 15 ถึง 20 นาที
- พัก 10 นาที ก่อนสับเป็นชิ้น
18. สามชั้นทอดน้ำปลา
สามชั้นทอดน้ำปลาให้ขอบกรอบและเนื้อด้านในนุ่ม รสเค็มหอมเหมาะกับข้าวสวยหรือใช้เป็นกับแกล้ม การหั่นชิ้นหนาเท่ากันช่วยให้ชั้นมันละลายพร้อมกัน
สามชั้นทอดน้ำปลา น่ากินจากผิวด้านนอกที่กรอบและเนื้อด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ หมูสามชั้น น้ำปลา และน้ำตาลทราย ช่วยเสริมรสและกลิ่น เหมาะเสิร์ฟร้อนพร้อมน้ำจิ้มหรือข้าวสวย เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้
เทน้ำมันที่สะสมในก้นตะกร้าระหว่างอบหากมีปริมาณมาก แล้วเพิ่มไฟช่วงท้ายเพียงเล็กน้อย เสิร์ฟคู่หอมแดง พริก และมะนาว
ส่วนผสม
- หมูสามชั้น 400 กรัม
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
- แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- หั่นหมูเป็นชิ้นหนา 1.5 เซนติเมตร หมักกับน้ำปลา น้ำตาล และพริกไทย 20 นาที
- คลุกแป้งและน้ำมันบาง ๆ แล้ววางเรียงในตะกร้า
- อบที่ 190 องศาเซลเซียส 18 ถึง 22 นาที เขย่าเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- เพิ่มเป็น 200 องศาเซลเซียส 2 ถึง 3 นาที หากต้องการขอบกรอบขึ้น
19. หมูสันนอกย่าง
หมูสันนอกมีไขมันน้อยและรสอ่อน จึงเหมาะกับมื้อที่ต้องการเนื้อไม่หนัก การหั่นขวางเส้นใยและทุบให้หนาเสมอกันช่วยลดความเหนียว
จุดเด่นของ หมูสันนอกย่าง อยู่ที่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน การจัด หมูสันนอก ซีอิ๊วขาว และน้ำมันมะกอก ให้มีขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกันและเสิร์ฟได้สวย จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล
อบด้วยไฟกลางและหยุดเมื่อเนื้อสุกพอดี พัก 3 ถึง 5 นาทีแล้วหั่นบาง เสิร์ฟกับผักย่างหรือจัดลงกล่องข้าวได้
ส่วนผสม
- หมูสันนอก 300 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- กระเทียมบด 1 กลีบ
- พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- หั่นหมูขวางเส้นใยเป็นชิ้นหนา แล้วทุบให้หนาใกล้เคียงกัน
- ผสมเครื่องปรุง หมักหมู 30 นาที
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 12 ถึง 15 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- พัก 3 ถึง 5 นาที แล้วหั่นเสิร์ฟ
20. หมูก้อนทอด
หมูก้อนทอดเป็นเมนูรสคุ้นเคยที่กินกับข้าวหรือใส่กล่องอาหารได้ เนื้อหมูบดผสมรากผักชีและกระเทียมให้กลิ่นหอม ส่วนแป้งมันช่วยรักษาความนุ่ม
หมูก้อนทอด เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย หมูบด รากผักชี 1 ราก และกระเทียม ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ
ทำครั้งละมากขึ้นแล้วแช่เย็นได้ 2 วัน เมื่อนำกลับมาอุ่น ใช้ 170 องศาเซลเซียส 3 ถึง 4 นาทีเพื่อคืนความร้อนโดยไม่ทำให้แข็ง
ส่วนผสม
- หมูบด 300 กรัม
- รากผักชี 1 ราก
- กระเทียม 3 กลีบ
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งมัน 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด
- ผสมกับหมูบด ซีอิ๊ว และแป้งมัน นวดจนเหนียวเล็กน้อย
- ปั้นเป็นก้อนแบน ทาน้ำมันบาง ๆ แล้ววางในตะกร้า
- อบที่ 185 องศาเซลเซียส 10 ถึง 13 นาที พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
21. สเต็กสันคอหมูและผักอบ
สเต็กสันคอหมูกับผักอบเป็นมื้อจานเดียวที่มีทั้งเนื้อและผัก สันคอมีมันแทรกจึงคงความนุ่มได้ดี ส่วนผักเนื้อแน่นรับความร้อนสูงโดยไม่เละเร็ว
สเต็กสันคอหมูและผักอบ มีกลิ่นหอมจากความร้อนแห้งและผิวที่มีสีสวย สันคอหมู ฟักทองหั่นชิ้น และแครอตหั่นชิ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสกลมกล่อม เหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมง่าย เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ
พักหมู 5 นาทีหลังอบและหั่นขวางเส้นใย น้ำจากเนื้อใช้คลุกผักเพิ่มรสได้โดยไม่ต้องเติมซอสอีกมาก
ส่วนผสม
- สันคอหมู 300 กรัม
- ฟักทองหั่นชิ้น 120 กรัม
- แครอตหั่นชิ้น 80 กรัม
- บรอกโคลี 100 กรัม
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมผงและพริกไทยดำอย่างละ 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- หมักหมูกับซีอิ๊ว กระเทียมผง พริกไทย และน้ำมันครึ่งหนึ่ง 30 นาที
- คลุกฟักทองกับแครอตในน้ำมันที่เหลือ อบที่ 190 องศาเซลเซียส 8 นาที
- ใส่หมูและบรอกโคลี อบต่อ 14 ถึง 18 นาที พลิกหมูเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- ตรวจให้หมูสุก พัก 5 นาที แล้วหั่นเสิร์ฟพร้อมผัก
22. สเต็กเนื้อ
สเต็กเนื้อในหม้อทอดเหมาะกับชิ้นที่หนาสม่ำเสมอ ความร้อนหมุนเวียนช่วยให้ผิวแห้งเร็วและควบคุมระดับความสุกได้ด้วยเวลาและอุณหภูมิภายใน
จุดเด่นของ สเต็กเนื้อ อยู่ที่รสและกลิ่นจาก เนื้อสเต็กหนา 2.5 เซนติเมตร น้ำมันมะกอก และเกลือ ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว
พักเนื้อ 5 ถึง 8 นาทีหลังอบก่อนหั่น ใช้เทอร์โมมิเตอร์ตรวจกลางชิ้นและหยุดก่อนระดับเป้าหมายเล็กน้อย เพราะอุณหภูมิจะเพิ่มต่อระหว่างพัก
ส่วนผสม
- เนื้อสเต็กหนา 2.5 เซนติเมตร 1 ชิ้น
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา
- เนยจืด 1 ช้อนชา
- กระเทียม 1 กลีบ
วิธีทำ
- ซับเนื้อให้แห้ง ทาน้ำมัน แล้วโรยเกลือและพริกไทย
- อุ่นหม้อทอดที่ 200 องศาเซลเซียส 5 นาที
- อบเนื้อ 8 ถึง 12 นาทีตามระดับความสุก พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- วางเนยและกระเทียมบนเนื้อ พัก 5 ถึง 8 นาที ก่อนหั่น
23. พิคานย่า
พิคานย่ามีชั้นไขมันด้านบนที่ให้กลิ่นหอมระหว่างอบ การคงชั้นไขมันไว้และบั้งตื้นช่วยให้ไขมันละลายโดยเนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำ
พิคานย่า กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ เนื้อพิคานย่าหนา 3 เซนติเมตร เกลือทะเล และพริกไทยดำ เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น
หั่นขวางเส้นใยหลังพักเนื้ออย่างน้อย 8 นาที เสิร์ฟกับผักใบหรือมันฝรั่งอบ รสเข้มของเนื้อไม่ต้องพึ่งซอสหนัก
ส่วนผสม
- เนื้อพิคานย่าหนา 3 เซนติเมตร 350 กรัม
- เกลือทะเล 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- บั้งชั้นไขมันเป็นลายตื้น ซับเนื้อให้แห้ง แล้วปรุงด้วยเกลือและพริกไทย
- อุ่นหม้อทอดที่ 200 องศาเซลเซียส 5 นาที
- วางด้านไขมันขึ้น อบ 10 ถึง 15 นาทีตามระดับความสุก พลิกช่วง 3 นาทีท้าย
- พัก 8 นาที แล้วหั่นขวางเส้นใย
24. เนื้อพันเห็ดเข็มทอง
เนื้อพันเห็ดเข็มทองให้เนื้อนุ่มรอบเห็ดที่ยังมีสัมผัสกรุบ เหมาะกับข้าวญี่ปุ่นหรือจัดเป็นของกินเล่น ใช้เนื้อสไลด์บางเพื่อม้วนง่ายและสุกเร็ว
เนื้อพันเห็ดเข็มทอง เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย เนื้อวัวสไลด์ เห็ดเข็มทอง และซีอิ๊วญี่ปุ่น ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย
แนวทางเลือกและเตรียมเห็ดดูเพิ่มได้จาก เมนูเห็ดเข็มทอง หลังอบโรยงาและต้นหอมเพื่อเพิ่มกลิ่นโดยไม่กลบรสเนื้อ
ส่วนผสม
- เนื้อวัวสไลด์ 200 กรัม
- เห็ดเข็มทอง 150 กรัม
- ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
- มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
- งาขาวและต้นหอมสำหรับโรย
วิธีทำ
- ตัดโคนเห็ด แบ่งเป็น 8 มัด แล้วพันด้วยเนื้อสไลด์
- ผสมซีอิ๊ว มิริน น้ำตาล และน้ำมันงา ทาบาง ๆ บนเนื้อ
- วางรอยต่อลง อบที่ 190 องศาเซลเซียส 8 ถึง 10 นาที
- ทาซอสอีกครั้งช่วงครึ่งเวลา แล้วโรยงากับต้นหอมหลังสุก
25. ปูอัดทอด
ปูอัดทอดเป็นของกินเล่นที่เตรียมเร็ว ฉีกปูอัดเป็นเส้นหรือคลี่เป็นแผ่นช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวและทำให้กรอบทั่ว เหมาะกับใช้ปูอัดที่มีเนื้อแน่น
ความอร่อยของ ปูอัดทอด อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม ปูอัด น้ำมันพืช และพริกไทยดำ ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้
พักให้เย็น 2 นาทีแล้วเนื้อจะกรอบขึ้น เสิร์ฟเปล่าหรือจิ้มมายองเนสวาซาบิ และควรทำในปริมาณที่กินหมดในมื้อเดียว
ส่วนผสม
- ปูอัด 200 กรัม
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา
- ปาปริกา 1/4 ช้อนชา
- มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
- วาซาบิ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ฉีกปูอัดเป็นเส้น ซับผิวให้แห้ง
- คลุกน้ำมัน พริกไทย และปาปริกา
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 10 ถึง 14 นาที เขย่าทุก 4 นาที
- พัก 2 นาที เสิร์ฟกับมายองเนสผสมวาซาบิ
26. ปลาอบเนย
ปลาอบเนยใช้เนื้อปลาขาวที่สุกเร็วและรับกลิ่นเนย กระเทียม และเลมอนได้ดี เนื้อปลาชิ้นหนาพอเหมาะจะยังฉ่ำเมื่อผิวด้านบนเริ่มเป็นสีทอง
ปลาอบเนย ให้รสเข้มขึ้นเมื่อผิวสัมผัสความร้อนพอดี โดย เนื้อปลาดอร์ลี่หรือปลาขาว เนยจืดนุ่ม และกระเทียมบด เติมทั้งความหอมและความฉ่ำ กินเป็นจานหลักหรือของกินเล่นได้ จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้
หากต้องการสลับชนิดปลา ไอเดียจาก สูตรปลาแซลมอน ช่วยปรับเครื่องปรุงได้ ตรวจเนื้อปลาตรงส่วนหนาสุดให้ทึบและแยกเป็นชั้นก่อนเสิร์ฟ
ส่วนผสม
- เนื้อปลาดอร์ลี่หรือปลาขาว 300 กรัม
- เนยจืดนุ่ม 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมบด 1 กลีบ
- น้ำเลมอน 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา
- พาร์สลีย์สับ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง ปรุงเกลือและพริกไทย
- ผสมเนย กระเทียม น้ำเลมอน และพาร์สลีย์ แล้วทาบนปลา
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 10 ถึง 14 นาทีตามความหนา
- ตรวจส่วนหนาสุดให้สุกและแยกเป็นชั้น แล้วเสิร์ฟทันที
27. ปลาเผา
ปลาเผาในหม้อทอดให้เนื้อชุ่มและหนังหอมโดยไม่ต้องใช้เตาถ่าน ปลานิลหรือปลาทับทิมขนาดพอดีกับตะกร้าจะจัดวางง่ายและสุกทั่ว
ปลาเผา เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ปลานิลควักไส้ ตะไคร้ทุบ และใบมะกรูด ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี
กลับปลาอย่างระมัดระวังช่วงครึ่งเวลา หรือวางบนตะแกรงเสริมเพื่อให้อากาศผ่านสองด้าน เสิร์ฟกับผักสด เส้นหมี่ และน้ำจิ้มซีฟู้ด
ส่วนผสม
- ปลานิลควักไส้ 1 ตัว ขนาดประมาณ 700 กรัม
- ตะไคร้ทุบ 2 ต้น
- ใบมะกรูด 4 ใบ
- เกลือ 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- พริกไทยเล็กน้อย
วิธีทำ
- ล้างปลาและซับให้แห้ง บั้งด้านละ 3 รอย
- ใส่ตะไคร้และใบมะกรูดในท้องปลา ทาน้ำมัน แล้วโรยเกลือกับพริกไทย
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 25 ถึง 35 นาทีตามขนาดปลา
- พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา และตรวจเนื้อส่วนหนาสุดให้สุกก่อนเสิร์ฟ
28. ปลานิลทอด
ปลานิลทอดแบบใช้น้ำมันน้อยให้หนังแห้งกรอบและเนื้อยังนุ่ม การใช้ปลาชิ้นหรือปลาตัวเล็กช่วยให้วางได้โดยไม่งอและกลับด้านสะดวก
ความอร่อยของ ปลานิลทอด อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม ปลานิลหั่นชิ้น เกลือ และพริกไทยขาว ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน
ทาน้ำมันทั้งบนปลาและตะแกรงเล็กน้อย พลิกเมื่อหนังเซตตัวแล้วเพื่อลดการฉีก เสิร์ฟกับน้ำปลาพริกหรือยำมะม่วง
ส่วนผสม
- ปลานิลหั่นชิ้น 500 กรัม
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
- แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง บั้งผิว แล้วปรุงเกลือและพริกไทย
- คลุกแป้งข้าวเจ้าบาง ๆ และทาน้ำมันให้ทั่ว
- อบที่ 190 องศาเซลเซียส 18 ถึง 24 นาทีตามความหนา
- พลิกเมื่อผ่านครึ่งเวลา ตรวจเนื้อให้สุก แล้วเสิร์ฟร้อน
29. หมึกย่าง
หมึกย่างหม้อทอดให้กลิ่นหอมและขอบเกรียมเล็กน้อยโดยไม่ต้องจุดเตา เลือกหมึกสด เนื้อแน่น และซับน้ำให้แห้งเพื่อลดน้ำที่ออกระหว่างอบ
หมึกย่าง ให้รสเข้มขึ้นเมื่อผิวสัมผัสความร้อนพอดี โดย หมึกสด ซีอิ๊วขาว และน้ำมันพืช เติมทั้งความหอมและความฉ่ำ กินเป็นจานหลักหรือของกินเล่นได้ ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้
เสิร์ฟทันทีพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและมะนาว หากใช้หมึกตัวใหญ่ให้แยกหนวดออกเพื่อจัดเวลาอบตามความหนา
ส่วนผสม
- หมึกสด 400 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- กระเทียมบด 1 กลีบ
- พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา
- น้ำจิ้มซีฟู้ดสำหรับเสิร์ฟ
วิธีทำ
- ทำความสะอาดหมึก ซับให้แห้ง และบั้งผิวตื้น
- หมักกับซีอิ๊ว น้ำมัน กระเทียม และพริกไทย 15 นาที
- อบที่ 200 องศาเซลเซียส 7 ถึง 10 นาที พลิกหนึ่งครั้ง
- นำออกทันทีเมื่อสุก หั่นเป็นชิ้น แล้วเสิร์ฟกับน้ำจิ้ม
30. ไส้กรอกแดงทอด
ไส้กรอกแดงทอดเป็นของกินเล่นที่ทำได้รวดเร็ว ผิวด้านนอกตึงและกรอบขึ้นโดยใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อย การบั้งปลายช่วยเพิ่มขอบสัมผัสความร้อน
ไส้กรอกแดงทอด น่ากินจากผิวด้านนอกที่กรอบและเนื้อด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ ไส้กรอกแดง น้ำมันพืช และน้ำจิ้มไก่ ช่วยเสริมรสและกลิ่น เหมาะเสิร์ฟร้อนพร้อมน้ำจิ้มหรือข้าวสวย กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส
พัก 1 นาทีหลังอบแล้วเสิร์ฟกับน้ำจิ้มไก่ผสมแตงกวา เมนูนี้เหมาะกับการทำปริมาณพอดีกิน เนื้อจะนุ่มลงเมื่อวางทิ้งไว้นาน
ส่วนผสม
- ไส้กรอกแดง 300 กรัม
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- น้ำจิ้มไก่ 3 ช้อนโต๊ะ
- แตงกวาหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลิสงคั่วบด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- บั้งปลายไส้กรอกและซับผิวให้แห้ง
- คลุกน้ำมันบาง ๆ แล้ววางเป็นชั้นเดียวในตะกร้า
- อบที่ 180 องศาเซลเซียส 8 ถึง 10 นาที เขย่าเมื่อผ่านครึ่งเวลา
- ผสมน้ำจิ้มไก่กับแตงกวาและถั่วลิสง เสิร์ฟคู่ไส้กรอกร้อน
เคล็ดลับใช้หม้อทอดให้สุกทั่วและกรอบสม่ำเสมอ
- อุ่นเครื่องก่อนทำของทอด เนื้อชิ้นหนา และอาหารชุบแป้ง ช่วยให้ผิวเริ่มเซตตัวทันที
- เว้นพื้นที่รอบอาหารและจัดชั้นเดียว หากต้องทำหลายชิ้นควรแบ่งรอบแทนการซ้อน
- ใช้กระดาษรองอบแบบเจาะช่องหรือถาดขนาดเล็กที่ไม่ปิดทางลมทั้งหมด
- ซับวัตถุดิบให้แห้งก่อนปรุง น้ำบนผิวทำให้อาหารเกิดไอน้ำและลดความกรอบ
- ใช้เทอร์โมมิเตอร์อาหารกับเนื้อชิ้นหนา โดยเฉพาะไก่ และยึดคำแนะนำเรื่องการปรุงสัตว์ปีกให้สุกจาก กรมอนามัย
- ล้างตะกร้าและถาดรองไขมันหลังเครื่องเย็น ลดคราบไหม้และกลิ่นตกค้างในรอบถัดไป
สรุป
30 สูตรนี้ครอบคลุมตั้งแต่มื้อเช้า ของว่าง จานไก่ หมู เนื้อ ไปจนถึงปลาและอาหารทะเล จึงเลือกทำตามเวลาและวัตถุดิบที่มีได้ง่าย จุดร่วมของทุกเมนูอยู่ที่การจัดอาหารไม่แน่นเกินไปและเริ่มตรวจความสุกก่อนครบเวลา
เมื่อคุ้นกับกำลังไฟของเครื่อง การปรับ เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน จะทำได้แม่นขึ้น ลองจดอุณหภูมิ เวลาจริง และขนาดวัตถุดิบของแต่ละรอบ เพื่อสร้างค่าที่เหมาะกับเครื่องในบ้าน
เลือกเริ่มจากสูตรวัตถุดิบน้อย เช่น ไข่ดาว ปีกไก่ หรือปลาอบเนย แล้วค่อยต่อยอดรสหมักและเครื่องเคียง หากลองทำเมนูใดแล้วได้เวลาเหมาะกับเครื่องรุ่นที่ใช้ สามารถแบ่งปันผลลัพธ์ในช่องความคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้อ่านรายอื่น










