20 เมนูปลาดอลลี่ ทำง่าย สดอร่อยได้หลายสไตล์
- รวมครบ 20 ไอเดีย ทั้งย่าง ทอด ผัด นึ่ง ต้ม และอบ
- ปริมาณส่วนผสมออกแบบสำหรับ 1-2 ที่ ทำตามได้ในครัวบ้าน
- มีลิงก์ TikTok ต้นทางครบทุกเมนู เรียงตามรายการหลักฐานที่กำหนด
- สูตรด้านล่างเรียบเรียงให้ใช้งานจริง พร้อมข้อควรระวังเรื่องการปรุงปลาให้สุก
ปลาดอลลี่เหมาะกับมื้อเร่งรีบเพราะเนื้อนุ่ม ปรุงรสได้หลายทาง และเข้ากับทั้งรสไทยจัดจ้าน ซอสหวานเค็ม ไปจนถึงเมนูเบาแบบนึ่งหรือต้ม จึงนำมาหมุนเวียนเป็นอาหารจานเดียวหรือกับข้าวได้ง่าย
ชุดนี้ครอบคลุมตั้งแต่ข้าวปลาย่างเกลือ ลาบ ผัดฉ่า ฉู่ฉี่ ไปจนถึงห่อหมกและปลากรอบซอสหอม หากอยากต่อยอดวัตถุดิบทะเลอีกแบบ ลองดู สูตรปลาแซลมอน สำหรับแนวอบ ย่าง และซอสที่ต่างออกไป
ลำดับ 20 เมนูในบทความยึดตามชุดข้อมูลต้นทางที่กำหนดไว้ โดยคง URL ของแต่ละคลิปตามรายการเดิม ส่วนปริมาณและวิธีทำด้านล่างเป็นสูตรเรียบเรียงเพื่อให้ทำได้จริงในครัวบ้าน ไม่ได้ตีความว่าทุกคลิประบุสัดส่วนหรือขั้นตอนครบถ้วน
เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่ซับเนื้อปลาให้แห้งก่อนปรุง และทำให้เนื้อปลาสุกทั่วถึงจนทึบและแยกเป็นชั้นได้ง่าย เพื่อลดน้ำส่วนเกินและช่วยให้รสชาติเด่นขึ้น
1. ข้าวปลาดอลลี่ย่างเกลือ
เมนูนี้จับคู่ปลาดอลลี่รสเรียบกับข้าวร้อน เหมาะกับวันที่อยากได้จานหลักทำง่าย รสเค็มอ่อนช่วยชูความหวานธรรมชาติของเนื้อปลาโดยไม่ต้องใช้ซอสหลายชนิด
จุดเด่นของ ข้าวปลาดอลลี่ย่างเกลือ อยู่ที่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน การจัด ปลาดอลลี่ เกลือ และพริกไทยดำ ให้มีขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกันและเสิร์ฟได้สวย เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ
สูตรด้านล่างปรับสำหรับ 1-2 ที่ ควรละลายปลาในตู้เย็น ซับน้ำให้แห้ง และย่างจนสุกทั่ว หากชิ้นปลาหนาให้ลดไฟช่วงท้ายเพื่อไม่ให้ผิวนอกไหม้ก่อนด้านในสุก
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/8 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- ข้าวสวย 1-2 ถ้วย
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- มะนาว 1 ซีก
วิธีทำ
- ซับปลาดอลลี่ให้แห้ง โรยเกลือและพริกไทยบางๆ ทั้งสองด้าน
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน วางปลาลงย่างด้านละประมาณ 3-4 นาทีตามความหนา
- ลดไฟอ่อนเมื่อผิวเริ่มเหลือง ย่างต่อจนเนื้อปลาทึบและสุกถึงกึ่งกลาง
- วางปลาบนข้าวร้อน โรยต้นหอม เสิร์ฟพร้อมมะนาว
2. ลาบปลาดอลลี่
ลาบปลาดอลลี่ให้รสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และกลิ่นข้าวคั่ว เหมาะกับมื้อที่ต้องการรสจัดแต่ไม่หนักน้ำมัน เนื้อปลานุ่มรับน้ำลาบได้ดีและกินคู่ผักสดได้ลงตัว
เสน่ห์ของ ลาบปลาดอลลี่ อยู่ที่รสแซ่บกลมกล่อมและเครื่องที่หลากหลาย โดย ปลาดอลลี่ น้ำปลา และน้ำมะนาว ทำให้แต่ละคำมีมิติ เหมาะกับมื้อที่อยากได้อาหารรสเข้มแต่ไม่หนักเกินไป จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว
ควรลวกหรือต้มปลาให้สุกก่อนคลุกน้ำลาบ และคลุกอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เนื้อปลาแตกเละ หากชอบเผ็ดน้อยให้ลดพริกป่นโดยไม่ต้องเพิ่มน้ำตาลชดเชย
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1/2-1 ช้อนชา
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
วิธีทำ
- ต้มน้ำให้เดือดอ่อน ใส่ปลาดอลลี่ลงลวกจนเนื้อสุกทึบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
- ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่วในชาม
- ใส่ปลา หอมแดง ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกเบาๆ ให้เครื่องปรุงเคลือบทั่ว
- ตักใส่จาน โรยสะระแหน่ เสิร์ฟพร้อมผักสด
3. ปลาดอลลี่ผัดใบขึ้นฉ่าย
กลิ่นหอมของขึ้นฉ่ายเข้ากับปลาเนื้อนุ่มได้ดี เมนูนี้เหมาะกับข้าวสวยร้อนและใช้เวลาผัดไม่นาน จุดเด่นอยู่ที่ซอสเค็มหวานบางๆ ซึ่งเกาะผิวปลาโดยไม่กลบรสวัตถุดิบหลัก
ปลาดอลลี่ผัดใบขึ้นฉ่าย เด่นที่กลิ่นกระทะและซอสเคลือบวัตถุดิบอย่างพอดี ปลาดอลลี่ ขึ้นฉ่าย และกระเทียมสับ ช่วยให้จานนี้มีทั้งความหอมและเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อเร่งรีบที่อยากได้รสเข้ม เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น
เนื้อปลาดอลลี่แตกง่าย ควรจี่ปลาให้ผิวตึงก่อนแล้วค่อยผัดกับซอส หลีกเลี่ยงการกลับแรงหรือบ่อยเกินไป และผัดขึ้นฉ่ายช่วงท้ายเพื่อคงกลิ่นหอม
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม หั่นชิ้นใหญ่
- ขึ้นฉ่าย 2 ต้น หั่นท่อน
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1/2 เม็ด
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง ตั้งกระทะใส่น้ำมันครึ่งหนึ่ง จี่ปลาให้ผิวตึงและสุกเกือบทั่ว ตักพัก
- เติมน้ำมันที่เหลือ ผัดกระเทียมให้หอม ใส่ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล และน้ำ
- ใส่ปลากลับลงกระทะ คลุกซอสเบาๆ จนสุกทั่ว
- ใส่ขึ้นฉ่ายและพริกชี้ฟ้า ผัดอีกประมาณ 20-30 วินาทีแล้วปิดไฟ
4. สเต็กปลาดอลลี่ราดซอสบุนดัก
สเต็กปลาดอลลี่ราดซอสบุนดักเหมาะกับสายรสเผ็ดเข้ม เนื้อปลารสนุ่มช่วยลดความหนักของซอสเผ็ดหวาน และทำเป็นจานเดี่ยวกับข้าวหรือผักลวกได้สะดวก
จุดเด่นของ สเต็กปลาดอลลี่ราดซอสบุนดัก อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ปลาดอลลี่ ซอสบุนดัก และน้ำ ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย
ซอสบุนดักสำเร็จรูปแต่ละยี่ห้อมีความเผ็ดและโซเดียมต่างกัน ควรเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วชิมก่อนเติม ส่วนปลาต้องจี่จนสุกถึงด้านในก่อนราดซอส
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- ซอสบุนดัก 1-1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้งหรือน้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- งาขาวคั่ว 1/2 ช้อนชา
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักลวกตามชอบ 1 ถ้วย
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วจี่ปลาด้านละ 3-4 นาทีตามความหนา
- เช็กให้เนื้อปลาสุกทึบถึงกลางชิ้น ตักพักใส่จาน
- ลดไฟอ่อน ใส่ซอสบุนดัก น้ำ และน้ำผึ้ง คนให้เข้ากันจนเดือดเบาๆ
- ราดซอสบนปลา โรยงาและต้นหอม เสิร์ฟพร้อมผักลวก
5. สเต็กปลาดอร์ลี่ทอดซอสเลม่อน
เมนูทอดชิ้นนี้เน้นสัมผัสกรอบนอกนุ่มในและตัดความมันด้วยซอสเลม่อนรสเปรี้ยวสด เหมาะทำเป็นสเต็กจานเดียว เสิร์ฟกับสลัดหรือมันฝรั่งต้มได้ดี
สเต็กปลาดอร์ลี่ทอดซอสเลม่อน เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย ปลาดอลลี่ แป้งสาลีอเนกประสงค์ และแป้งข้าวโพด ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้
ก่อนทอดควรซับปลาให้แห้งและเคลือบแป้งบางสม่ำเสมอ น้ำมันควรร้อนพอเพื่อไม่ให้ปลาอมน้ำมัน และต้องทอดจนเนื้อปลาด้านในสุกทั่ว
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทย 1/8 ช้อนชา
- น้ำเย็น 3-4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำมะนาวหรือเลมอน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- เนยจืด 1 ช้อนชา
- เกลือเล็กน้อย
วิธีทำ
- ผสมแป้งสาลี แป้งข้าวโพด เกลือ พริกไทย และน้ำเย็นให้เป็นแป้งชุบข้นบาง
- ชุบปลาแล้วทอดในน้ำมันประมาณ 170-175 องศาเซลเซียสจนเหลืองกรอบและสุกทั่ว ตักพักบนตะแกรง
- ทำซอสโดยตั้งกระทะไฟอ่อน ใส่เนย น้ำมะนาว น้ำผึ้ง และเกลือ คนพอเข้ากันแล้วปิดไฟ
- เสิร์ฟปลาทอดกับซอสเลม่อนแยกถ้วยหรือราดก่อนกินทันที
6. ปลาดอลลี่สามรสผัดพริกหวาน
ปลาดอลลี่สามรสผัดพริกหวานมีแกนรสเปรี้ยว หวาน และเค็ม พร้อมความหอมจากพริก กระเทียม และรากผักชี เหมาะเป็นกับข้าวสีสวยที่มีทั้งเนื้อปลาและผักในจานเดียว
ปลาดอลลี่สามรสผัดพริกหวาน เด่นที่กลิ่นกระทะและซอสเคลือบวัตถุดิบอย่างพอดี ปลาดอลลี่ พริกหวานสามสี และแป้งทอดกรอบหรือแป้งสาลี ช่วยให้จานนี้มีทั้งความหอมและเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อเร่งรีบที่อยากได้รสเข้ม จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้
สูตรด้านล่างย่อสัดส่วนให้เหมาะกับ 1-2 ที่ จึงไม่เท่ากับตัวเลขในคลิปทุกจุด ควรชิมซอสก่อนคลุกปลา เพราะความเปรี้ยวของมะขามและความเค็มของน้ำปลาแตกต่างกันได้
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม หั่นชิ้น
- พริกหวานสามสี 60 กรัม หั่นเต๋า
- แป้งทอดกรอบหรือแป้งสาลี 45 กรัม
- น้ำมะขามเปียก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1-2 ช้อนโต๊ะ
- พริกจินดาแดง 1-2 เม็ด
- กระเทียม 2 กลีบ
- รากผักชี 1 รากเล็ก
- น้ำมันสำหรับทอดและผัด
วิธีทำ
- โขลกพริก กระเทียม และรากผักชีพอหยาบ ซับปลาให้แห้งแล้วคลุกแป้งบางๆ
- ทอดปลาที่ไฟกลางจนเหลืองและสุกทั่ว ตักพักบนตะแกรง
- ผัดเครื่องโขลกกับน้ำมัน 1 ช้อนชา ใส่น้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำ เคี่ยวให้ข้นเล็กน้อย
- ใส่พริกหวาน ผัดพอสุกกรอบ ตามด้วยปลาทอด คลุกเร็วๆ แล้วปิดไฟ
7. ปลาดอลลี่ผัดฉ่า
ปลาดอลลี่ผัดฉ่าเด่นด้วยกลิ่นกระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด และความเผ็ดร้อนจากพริกสด เหมาะกับข้าวสวยร้อนและใช้ปลาเนื้อนุ่มเป็นตัวรับซอสรสจัด
รสของ ปลาดอลลี่ผัดฉ่า ควรกลมกล่อมโดยไม่แฉะ การผัด ปลาดอลลี่ กระชายซอย และพริกไทยอ่อน 2 ช่อ ด้วยไฟเหมาะสมช่วยให้วัตถุดิบยังมีเนื้อสัมผัสและรับซอสได้ทั่วถึง เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี
กลิ่นคาวลดได้ด้วยการซับปลาให้แห้งและผัดเครื่องสมุนไพรให้หอมก่อนใส่ปลา ระหว่างผัดควรกลับชิ้นปลาให้น้อยครั้งเพื่อรักษารูปทรง
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- กระชายซอย 1/4 ถ้วย
- พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
- พริกจินดา 3 เม็ด
- กระเทียม 3 กลีบ
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- โขลกพริกกับกระเทียมพอหยาบ ซับปลาให้แห้งและหั่นชิ้นใหญ่
- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดพริกกระเทียมให้หอม ใส่กระชายและพริกไทยอ่อน
- เติมซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำ ใส่ปลาแล้วผัดเบาๆ จนสุกทั่ว
- ใส่ใบมะกรูดและโหระพา ผัดอีกครู่แล้วปิดไฟ
8. ปลาดอลลี่ทอดกรอบราดซอสน้ำปลา
เมนูนี้ใช้ปลาทอดกรอบเป็นฐานแล้วเพิ่มซอสน้ำปลารสเค็มหวาน เหมาะกับข้าวสวยและแตงกวาหรือผักสด ความกรอบของปลาและซอสเข้มข้นช่วยให้จานเรียบง่ายมีมิติมากขึ้น
ปลาดอลลี่ทอดกรอบราดซอสน้ำปลา เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย ปลาดอลลี่ แป้งทอดกรอบ และน้ำเย็น ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน
ควรเคี่ยวซอสด้วยไฟอ่อนและราดก่อนเสิร์ฟไม่นานเพื่อรักษาความกรอบ ระวังน้ำมันกระเด็นจากความชื้นบนปลา โดยซับผิวให้แห้งก่อนชุบแป้ง
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 50 กรัม
- น้ำเย็น 45 มิลลิลิตร
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกจินดาซอย 1 เม็ด
วิธีทำ
- ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นให้พอเคลือบปลา
- ทอดปลาที่ 170-175 องศาเซลเซียสจนกรอบและเนื้อด้านในสุก ตักพัก
- ใส่น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำลงกระทะ เคี่ยวไฟอ่อนจนละลายและข้นเล็กน้อย
- วางปลาบนจาน ราดซอส โรยหอมแดงและพริกก่อนเสิร์ฟ
9. ปลาดอลลี่ทอดกรอบราดซอสน้ำจิ้มไก่
ปลาดอลลี่ทอดกรอบราดซอสน้ำจิ้มไก่ให้รสหวาน เปรี้ยว และเผ็ดอ่อน เหมาะกับมื้อที่ต้องการรสคุ้นเคยโดยใช้ซอสสำเร็จรูปเป็นตัวช่วย ทำเป็นกับข้าวหรือของกินเล่นได้
ปลาดอลลี่ทอดกรอบราดซอสน้ำจิ้มไก่ น่ากินจากผิวด้านนอกที่กรอบและเนื้อด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ ปลาดอลลี่ แป้งทอดกรอบ และน้ำเย็น ช่วยเสริมรสและกลิ่น เหมาะเสิร์ฟร้อนพร้อมน้ำจิ้มหรือข้าวสวย ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้
ซอสสำเร็จรูปมีความหวานต่างกัน ควรเติมน้ำมะนาวทีละน้อยเพื่อปรับสมดุล และราดซอสเมื่อพร้อมกินเพื่อลดการดูดความชื้นของแป้งทอด
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 50 กรัม
- น้ำเย็น 45 มิลลิลิตร
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำจิ้มไก่ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง ผสมแป้งกับน้ำเย็นแล้วชุบปลาให้ทั่วบางๆ
- ทอดที่ 170-175 องศาเซลเซียสจนเหลืองกรอบและปลาสุกทั่ว ตักขึ้นพัก
- ผสมน้ำจิ้มไก่กับน้ำมะนาว ชิมให้ได้รสหวานเปรี้ยวพอดี
- ราดซอสบนปลาก่อนเสิร์ฟ โรยพริกชี้ฟ้าและต้นหอม
10. ฉู่ฉี่ปลาดอลลี่ทอดกรอบ
ฉู่ฉี่ปลาดอลลี่ทอดกรอบรวมความกรอบของปลาเข้ากับซอสกะทิพริกแกงรสเข้ม หอมใบมะกรูดและโหระพา เหมาะเป็นกับข้าวที่มีรสจัดและกลิ่นแบบอาหารไทยชัดเจน
ความอร่อยของ ฉู่ฉี่ปลาดอลลี่ทอดกรอบ อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม ปลาดอลลี่ แป้งทอดกรอบ และน้ำมันสำหรับทอด ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส
พริกแกงและน้ำปลามีความเค็มต่างกัน ควรชิมก่อนเติมน้ำปลาเพิ่ม และไม่ควรเคี่ยวกะทิแรงนานเกินไปจนแยกมันมากเกินความต้องการ
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 40 กรัม
- น้ำมันสำหรับทอด
- กะทิ 120 มิลลิลิตร
- พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูดซอย 2 ใบ
- โหระพา 1/4 ถ้วย
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง คลุกแป้งบางๆ แล้วทอดจนกรอบและสุกทั่ว ตักพัก
- ตั้งกระทะไฟกลางอ่อน ใส่กะทิครึ่งหนึ่งกับพริกแกง ผัดจนหอม
- เติมกะทิที่เหลือ น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวจนซอสข้นพอเคลือบช้อน
- วางปลาทอดบนจาน ราดซอสฉู่ฉี่ โรยใบมะกรูด โหระพา และพริกชี้ฟ้า
11. ปลาดอลลี่ผัดพริกสด
ปลาดอลลี่ผัดพริกสดเป็นกับข้าวรสเผ็ดหอมที่ใช้วัตถุดิบไม่มาก พริกสดและกระเทียมช่วยเพิ่มกลิ่น ส่วนซอสเค็มหวานบางๆ ทำให้เนื้อปลาเข้ากับข้าวได้ง่าย
ปลาดอลลี่ผัดพริกสด เป็นเมนูกระทะเดียวที่ปรับรสได้ง่าย ปลาดอลลี่ พริกจินดาแดงและเขียว 3-4 เม็ด หั่นเฉียง และกระเทียมสับ ทำให้จานมีมิติทั้งความนุ่ม ความกรอบ และกลิ่นหอม กินกับข้าวสวยหรือจัดเป็นอาหารจานเดียวได้ เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา
หากใช้ปลาแช่แข็ง ควรละลายในตู้เย็นและซับน้ำออกมากที่สุดก่อนผัด เนื้อปลาจะคงรูปดีขึ้นเมื่อจี่ให้ผิวตึงก่อนเติมซอส
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- พริกจินดาแดงและเขียว 3-4 เม็ด หั่นเฉียง
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมใหญ่ 40 กรัม หั่นเสี้ยว
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง ตั้งกระทะใส่น้ำมันครึ่งหนึ่ง จี่ปลาให้ผิวตึงและสุกเกือบทั่ว ตักพัก
- ใส่น้ำมันที่เหลือ ผัดกระเทียม พริก และหอมใหญ่ให้หอม
- เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำ คนให้เข้ากัน
- ใส่ปลากลับลงกระทะ คลุกเบาๆ จนสุกทั่วแล้วปิดไฟ
12. ปลาดอลลี่นึ่งมะนาว
ปลาดอลลี่นึ่งมะนาวเป็นเมนูเบาที่เน้นรสเปรี้ยว เผ็ด และกลิ่นกระเทียม เหมาะกับมื้อที่อยากลดของทอด ใช้วิธีนึ่งช่วยรักษาความชุ่มฉ่ำของเนื้อปลาได้ดี
ปลาดอลลี่นึ่งมะนาว เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ปลาดอลลี่ กระเทียมสับ และพริกจินดาซอย 2-3 เม็ด ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น
สูตรนี้ทำน้ำราดสดสำหรับ 1-2 ที่ ควรราดหลังปลาสุกเพื่อคงกลิ่นมะนาว หากใช้จานนึ่งต้องเลือกภาชนะทนความร้อนและระวังไอน้ำขณะเปิดฝา
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกจินดาซอย 2-3 เม็ด
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
- ขึ้นฉ่ายหรือต้นหอม 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- วางปลาในจานทนความร้อน นึ่งเหนือน้ำเดือดประมาณ 7-10 นาทีตามความหนาจนสุกทั่ว
- ผสมน้ำปลา น้ำตาล และน้ำอุ่นให้ละลาย พักให้คลายร้อนเล็กน้อย
- เติมน้ำมะนาว กระเทียม และพริก คนให้เข้ากัน
- เทน้ำที่ออกจากปลาออกบางส่วน ราดน้ำมะนาว โรยขึ้นฉ่ายหรือต้นหอมแล้วเสิร์ฟ
13. ต้มปลาดอลลี่น้ำใส
ต้มปลาดอลลี่น้ำใสเหมาะกับมื้อเบา น้ำซุปรสอ่อนช่วยให้ได้รสของปลาและผักโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรุงมาก เมนูนี้ทำได้รวดเร็วและปรับผักตามของที่มีในตู้เย็นได้
จุดเด่นของ ต้มปลาดอลลี่น้ำใส อยู่ที่น้ำแกงหอมและรสซึมเข้าเนื้อ ปลาดอลลี่ น้ำ และรากผักชี 1 ราก ช่วยเติมความหวานธรรมชาติและเนื้อสัมผัส ทำให้เป็นเมนูหม้อเดียวที่กินง่าย เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม
อย่าต้มปลาเดือดแรงนาน เพราะเนื้ออาจแตกและน้ำซุปขุ่น ควรใส่ปลาเมื่อน้ำซุปเดือดอ่อนแล้วต้มจนสุกทั่ว จากนั้นปรับรสช่วงท้าย
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- น้ำ 500 มิลลิลิตร
- รากผักชี 1 ราก
- กระเทียมบุบ 2 กลีบ
- ขิง 3 แว่น
- หัวไชเท้า 80 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา
- ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
วิธีทำ
- ต้มน้ำกับรากผักชี กระเทียม ขิง และหัวไชเท้าจนหัวไชเท้าเริ่มนุ่ม
- ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว ลดไฟให้น้ำเดือดอ่อน
- ใส่ปลาดอลลี่ ต้มประมาณ 4-6 นาทีตามความหนาจนเนื้อสุกทึบ
- โรยพริกไทยและขึ้นฉ่าย ชิมรสแล้วปิดไฟ
14. ปลาดอลลี่นึ่งแม็กกี้
ปลาดอลลี่นึ่งแม็กกี้เป็นแนวเมนูเด็กหอที่ใช้เครื่องปรุงน้อยและไม่ต้องทอด รสเค็มหอมจากซอสปรุงรสเข้ากับขิงและต้นหอม ทำให้ได้จานง่ายที่กินกับข้าวร้อนสะดวก
ปลาดอลลี่นึ่งแม็กกี้ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ปลาดอลลี่ ซอสปรุงรสแม็กกี้ และซีอิ๊วขาว เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน
ซอสปรุงรสมีโซเดียมค่อนข้างสูง ควรเริ่มจากปริมาณน้อยและไม่เติมเกลือเพิ่ม นึ่งปลาให้สุกทั่วและใช้ภาชนะที่เหมาะกับความร้อน
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- ซอสปรุงรสแม็กกี้ 2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- ขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมหั่นท่อน 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- วางปลาบนจานทนความร้อน โรยขิงครึ่งหนึ่งด้านบน
- ผสมซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำ และน้ำมันงา ราดบนปลา
- นึ่งเหนือน้ำเดือดประมาณ 7-10 นาทีตามความหนาจนปลาสุกทั่ว
- โรยต้นหอม ขิงที่เหลือ และพริกชี้ฟ้า นึ่งต่ออีก 30 วินาทีแล้วเสิร์ฟ
15. ปลาดอลลี่ลวกจิ้มซีฟู้ด
ปลาดอลลี่ลวกจิ้มซีฟู้ดเหมาะเป็นจานเบาหรือกับแกล้ม เนื้อปลาลวกนุ่มจับคู่กับน้ำจิ้มเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ทำให้ได้รสสดชัดโดยไม่ต้องทอด
ปลาดอลลี่ลวกจิ้มซีฟู้ด เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ปลาดอลลี่ ขิง 3 แว่น และต้นหอม ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก
ลวกปลาด้วยน้ำเดือดอ่อนเพื่อรักษาเนื้อไม่ให้แตก และต้องให้ส่วนกลางสุกทั่ว น้ำจิ้มควรทำด้วยอุปกรณ์สะอาดและกินหลังทำไม่นานเพื่อคงกลิ่นมะนาว
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม หั่นชิ้นพอดีคำ
- ขิง 3 แว่น
- ต้นหอม 1 ต้น
- กระเทียม 3 กลีบ
- พริกจินดา 3 เม็ด
- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- ผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ต้มน้ำกับขิงและต้นหอมให้เดือดอ่อน ใส่ปลาลงลวกจนสุกทั่ว ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
- โขลกกระเทียมกับพริกพอหยาบ
- ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล คนให้ละลาย แล้วใส่พริกกระเทียม
- จัดปลาบนจาน โรยผักชี เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด
16. ปลาดอลลี่ทอดลุยสวน
ปลาดอลลี่ทอดลุยสวนรวมปลาทอดกรอบกับสมุนไพรสดและน้ำยำรสเปรี้ยวหวานเผ็ด เหมาะกับมื้อที่ต้องการทั้งความกรอบ ความสด และกลิ่นหอมในจานเดียว
ความอร่อยของ ปลาดอลลี่ทอดลุยสวน อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม ปลาดอลลี่ แป้งทอดกรอบ และน้ำมันสำหรับทอด ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์
ควรราดน้ำยำก่อนกินไม่นานเพื่อให้ปลายังคงกรอบ สมุนไพรควรล้างและสะเด็ดน้ำให้แห้ง ส่วนปลาต้องทอดจนสุกทั่วและพักบนตะแกรงเพื่อลดน้ำมันส่วนเกิน
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 45 กรัม
- น้ำมันสำหรับทอด
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- พริกจินดาซอย 2 เม็ด
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง คลุกแป้งบางๆ แล้วทอดที่ 170-175 องศาเซลเซียสจนกรอบและสุกทั่ว
- ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล คนให้ละลาย ใส่พริก หอมแดง และตะไคร้
- วางปลาทอดบนจาน ราดน้ำยำในปริมาณพอเคลือบ
- โรยสะระแหน่และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เสิร์ฟทันที
17. ปลาดอลลี่นึ่งซีอิ๊ว
ปลาดอลลี่นึ่งซีอิ๊วเป็นเมนูรสกลมกล่อมที่ใช้ขิง ต้นหอม และซีอิ๊วช่วยแต่งกลิ่น เหมาะกับข้าวสวยหรือข้าวต้ม และใช้ไขมันน้อยกว่าวิธีทอด
ปลาดอลลี่นึ่งซีอิ๊ว กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ปลาดอลลี่ ซีอิ๊วขาว และน้ำ เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ
อย่าเทซีอิ๊วเข้มข้นมากเกินไปตั้งแต่ต้น เพราะน้ำจากปลาจะออกระหว่างนึ่ง ควรเริ่มรสอ่อนแล้วชิมน้ำซอสหลังสุกหากต้องการปรับเพิ่ม
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- ขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมหั่นท่อน 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- วางปลาบนจานทนความร้อน โรยขิงครึ่งหนึ่ง
- ผสมซีอิ๊วขาว น้ำ น้ำตาล และน้ำมันงา ราดบนปลา
- นึ่งเหนือน้ำเดือดประมาณ 7-10 นาทีจนปลาสุกทั่ว
- โรยขิงที่เหลือ ต้นหอม และพริกชี้ฟ้า นึ่งต่อเล็กน้อยแล้วเสิร์ฟ
18. ปลาดอลลี่อบเนย
ปลาดอลลี่อบเนยให้กลิ่นหอมมันและทำได้โดยใช้เตาอบหรือหม้อทอดไร้น้ำมัน เหมาะกับการเสิร์ฟคู่บรอกโคลี ผักย่าง หรือสลัดเพื่อให้จานสมดุลขึ้น
ปลาดอลลี่อบเนย มีกลิ่นหอมจากความร้อนแห้งและผิวที่มีสีสวย ปลาดอลลี่ เนยจืดละลาย และกระเทียมสับ ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสกลมกล่อม เหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมง่าย เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้
ความหนาของชิ้นปลาส่งผลต่อเวลาอบ ควรตรวจเนื้อช่วงท้ายและหยุดเมื่อสุกทึบทั่ว หากกำลังหาเมนูต่อยอดจากอุปกรณ์เดียวกัน ดู เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน เพิ่มได้
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม
- เนยจืดละลาย 1 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/8 ช้อนชา
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- บรอกโคลี 100 กรัม
วิธีทำ
- ซับปลาให้แห้ง ผสมเนย กระเทียม เกลือ พริกไทย และน้ำมะนาว
- ทาส่วนผสมเนยบนปลาและบรอกโคลีบางๆ
- อบในหม้อทอดไร้น้ำมันที่ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 8-12 นาทีตามความหนา
- ตรวจให้ปลาสุกทั่วก่อนนำออก เสิร์ฟทันทีพร้อมบรอกโคลี
19. ห่อหมกปลาดอลลี่
ห่อหมกปลาดอลลี่ให้รสพริกแกงและกะทิเข้มข้น พร้อมกลิ่นใบมะกรูดและโหระพา เหมาะกับการทำเป็นถ้วยเล็กสำหรับ 1-2 ที่และกินกับข้าวสวยร้อน
จุดเด่นของ ห่อหมกปลาดอลลี่ อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ปลาดอลลี่ กะทิ และพริกแกงแดง ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล
การนึ่งต้องใช้ภาชนะทนความร้อนและให้อุณหภูมิถึงกลางถ้วยจนส่วนผสมเซตตัว ปลาด้านในต้องสุกทั่ว หากใช้ไข่ควรเก็บวัตถุดิบเย็นจนถึงก่อนผสมและนึ่งทันที
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 180 กรัม หั่นชิ้น
- กะทิ 120 มิลลิลิตร
- พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
- ใบมะกรูดซอย 2 ใบ
- พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตีไข่กับกะทิ พริกแกง น้ำปลา และน้ำตาลจนเข้ากัน
- ใส่ปลาดอลลี่และใบโหระพา คลุกเบาๆ แล้วแบ่งลงถ้วยทนความร้อน
- นึ่งเหนือน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาทีจนส่วนผสมเซตตัวและปลาสุกทั่ว
- โรยใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า นึ่งต่ออีก 1 นาทีแล้วนำออกเสิร์ฟ
20. ปลาดอลลี่กรอบซอสหอม
ปลาดอลลี่กรอบซอสหอมเป็นของกินเล่นที่ใช้ปลาชุบแป้งทอดกรอบคู่ซอสหัวหอมรสหวานเค็ม เนื้อปลานุ่มตัดกับผิวกรอบและกลิ่นหอมใหญ่ที่ผัดจนหวานธรรมชาติ
ปลาดอลลี่กรอบซอสหอม เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย ปลาดอลลี่ แป้งทอดกรอบ และน้ำเย็น ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ
หัวหอมควรผัดไฟกลางอ่อนจนใสและนุ่มเพื่อดึงรสหวานโดยไม่ไหม้ ส่วนปลาทอดควรพักบนตะแกรงและราดซอสตอนเสิร์ฟ เพื่อรักษาความกรอบได้นานขึ้น
ส่วนผสม
- ปลาดอลลี่ 200 กรัม หั่นแท่ง
- แป้งทอดกรอบ 55 กรัม
- น้ำเย็น 50 มิลลิลิตร
- น้ำมันสำหรับทอด
- หอมใหญ่ 80 กรัม ซอยบาง
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยดำ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็น ชุบปลาแล้วทอดที่ 170-175 องศาเซลเซียสจนกรอบและสุกทั่ว
- ตั้งกระทะอีกใบ ใส่น้ำมัน 1 ช้อนชา ผัดหอมใหญ่ไฟกลางอ่อนจนใสและนุ่ม
- เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล น้ำ และพริกไทย เคี่ยวให้ข้นเล็กน้อย
- เสิร์ฟปลากรอบกับซอสหอม โดยราดซอสก่อนกินหรือแยกถ้วยเพื่อคงความกรอบ
เคล็ดลับทำเมนูปลาดอลลี่ให้อร่อยและไม่เละ
ปลาดอลลี่มีเนื้อนุ่มและมีน้ำออกง่ายหลังละลาย จึงควรพักละลายในตู้เย็นแล้วใช้กระดาษซับผิวให้แห้งก่อนย่าง ทอด หรือผัด วิธีนี้ช่วยให้ผิวปลาเกิดสีง่ายและลดการกระเด็นของน้ำมัน
สำหรับเมนูผัด ควรจี่ปลาให้ผิวตึงก่อนแล้วค่อยใส่ซอส ส่วนเมนูนึ่งและต้มควรใช้ความร้อนพอเหมาะ ไม่เดือดแรงต่อเนื่อง เนื้อปลาจะคงชิ้นสวยและไม่แตกกระจายในน้ำซุป
หากต้องการเพิ่มเครื่องเคียงโดยไม่เปลี่ยนรสหลัก ลองจับคู่ปลากับ เมนูเห็ดเข็มทอง หรือเพิ่มโปรตีนในมื้อเช้าจาก ไอเดียเมนูไข่ ส่วนวันที่มีเวลาไม่มาก อาจหาแนวทางจาก เมนูไมโครเวฟ เพื่อจัดมื้อให้เร็วขึ้น
เมนูทอดควรรักษาอุณหภูมิน้ำมันราว 170-175 องศาเซลเซียสและทอดเป็นรอบเล็ก เพื่อไม่ให้อุณหภูมิลดเร็ว หลังทอดพักบนตะแกรงแทนการกองทับกัน และราดซอสเมื่อพร้อมกินเพื่อคงผิวกรอบ
สรุป
เมนูปลาดอลลี่ทำได้หลากหลายตั้งแต่รสเบาอย่างต้ม น้ำใส นึ่งซีอิ๊ว และย่างเกลือ ไปจนถึงรสจัดอย่างผัดฉ่า ฉู่ฉี่ ลาบ และสามรส จึงเลือกให้เข้ากับเวลา อุปกรณ์ และสไตล์มื้ออาหารได้ง่าย
จุดที่ช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอยู่ที่การจัดการความชื้นของปลา การใช้ไฟให้เหมาะกับวิธีปรุง และการทำให้เนื้อปลาสุกทั่ว เมนูทอดต้องคุมอุณหภูมิน้ำมัน ส่วนเมนูนึ่งและต้มควรหลีกเลี่ยงความร้อนรุนแรงเกินไป
ทั้ง 20 สูตรด้านบนออกแบบสำหรับ 1-2 ที่และยึดชื่อเมนูกับ URL ตามหลักฐานต้นทาง ส่วนสัดส่วนและขั้นตอนเป็นแนวทางใช้งานจริงที่ปรับชิมได้ตามวัตถุดิบ หากต้องการเปลี่ยนโปรตีนในมื้อถัดไป ลองดู สูตรน่องไก่ เพื่อเพิ่มตัวเลือกในตารางอาหาร









