สูตรอาหาร

20 อาหารมงคลงานแต่ง จัดโต๊ะง่าย อร่อยครบสำหรับวันพิเศษ

  • รวมเมนูคาว ขนมไทย และติ่มซำ 20 รายการตามลำดับหลักฐานที่กำหนด
  • ทุกสูตรปรับปริมาณให้เหมาะกับการทดลองทำประมาณ 1-2 ที่ หรือขนมชุดเล็ก
  • รายละเอียดจากคลิปแยกจากสูตรที่เรียบเรียงเพิ่มเติมอย่างชัดเจน
  • เลือกจัดเป็นโต๊ะจีน บุฟเฟต์ หรือชุดของหวานมงคลได้ตามรูปแบบงาน

บทความนี้รวบรวม อาหารมงคลงานแต่ง จำนวน 20 เมนูตามลำดับหลักฐานที่กำหนด พร้อมข้อมูลผู้เขียน หมวดหมู่ และจำนวนสูตรตามข้อมูลต้นทาง เมนูมีทั้งขนมไทยที่ชื่อสื่อถึงทอง ความรุ่งเรือง และเสน่ห์ ตลอดจนอาหารจีนและอาหารคาวที่เหมาะกับโต๊ะเลี้ยงในวันพิเศษ

การเลือกอาหารสำหรับงานแต่งไม่ได้ขึ้นกับความหมายของชื่อเพียงด้านเดียว รสชาติ ความสะดวกในการแบ่งเสิร์ฟ การควบคุมอุณหภูมิ และระยะเวลาวางอาหารล้วนส่งผลต่อประสบการณ์บนโต๊ะ เมนูหลายรายการด้านล่างจึงปรับเป็นสูตรขนาดเล็กเพื่อทดลองรสชาติก่อนขยายปริมาณสำหรับแขกจำนวนมาก

ข้อมูลที่ระบุว่าแต่ละคลิปยืนยันเรื่องใดอ้างอิงจากแคปชันในหลักฐาน ส่วนปริมาณหรือวิธีทำที่แคปชันไม่ได้ให้ไว้จะระบุว่าเป็นสูตรเรียบเรียงสำหรับใช้งานจริง ไม่ถือเป็นอัตราส่วนจากเจ้าของคลิป

ชื่อมงคลช่วยสร้างเรื่องราวให้โต๊ะอาหาร แต่หัวใจของงานเลี้ยงยังอยู่ที่รสชาติ ความสดใหม่ ความปลอดภัย และการเสิร์ฟที่สม่ำเสมอตั้งแต่จานแรกถึงจานสุดท้าย

1. ขนมทองเอก

ทองเอกเป็นขนมไทยเนื้อแน่นนุ่ม เหมาะจัดเป็นคำเล็กบนโต๊ะของหวาน ชื่อที่มีคำว่า “ทอง” ทำให้เข้ากับบรรยากาศงานมงคล และรูปทรงขนาดพอดีคำช่วยให้จัดถาดได้เรียบร้อย

บทความที่เกี่ยวข้อง

เสน่ห์ของ ขนมทองเอก อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ หัวกะทิ และน้ำตาลทราย ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ

สูตรด้านล่างเป็นสูตรขนาดเล็กที่เรียบเรียงเพื่อทดลองทำ ไม่ใช่อัตราส่วนจากคลิป ควรกวนด้วยไฟอ่อนและพักขนมให้เย็นก่อนขึ้นรูป เพื่อป้องกันเนื้อร่วนและลดความเสี่ยงจากส่วนผสมร้อน

ส่วนผสม

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 45 กรัม
  • หัวกะทิ 80 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 35 กรัม
  • ไข่แดง 1 ฟอง
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • สีผสมอาหารสีเหลืองเล็กน้อย
  • ทองคำเปลวสำหรับอาหารตามชอบ

วิธีทำ

  1. คั่วแป้งในกระทะด้วยไฟอ่อน 3-4 นาที พักให้คลายร้อน
  2. ผสมกะทิ น้ำตาล ไข่แดง และเกลือให้เข้ากัน
  3. เติมแป้งแล้วกวนด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมรวมตัวเป็นก้อนและไม่ติดกระทะ
  4. พักจนจับได้โดยไม่ร้อนมือ จากนั้นแบ่งเป็นก้อนเล็กแล้วกดลงพิมพ์
  5. แกะออกจากพิมพ์ พักให้เซตตัว และแต่งทองคำเปลวชนิดรับประทานได้ก่อนเสิร์ฟ

2. ผัดหมี่ซั่วหมูสามชั้น

หมี่ซั่วเหมาะกับโต๊ะจีนและงานเลี้ยงครอบครัว เพราะเส้นยาวให้ภาพลักษณ์ต่อเนื่องสวยงาม เมื่อนำมาผัดกับหมูสามชั้นจะได้ทั้งความหอม มัน และรสเค็มหวานที่รับประทานง่าย

ผัดหมี่ซั่วหมูสามชั้น เป็นเมนูกระทะเดียวที่ปรับรสได้ง่าย หมี่ซั่วแห้ง หมูสามชั้นหั่นบาง และกระเทียมสับ ทำให้จานมีมิติทั้งความนุ่ม ความกรอบ และกลิ่นหอม กินกับข้าวสวยหรือจัดเป็นอาหารจานเดียวได้ จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว

ควรลวกเส้นเพียงพอนุ่มแล้วสะเด็ดน้ำทันที เพราะเส้นที่อมน้ำมากจะขาดง่าย หากต้องการเพิ่มเมนูหมูอีกชนิดสำหรับโต๊ะเลี้ยง สามารถดูแนวทางจาก สูตรหมูกรอบ เพิ่มเติมได้

@tid_cooking

แจกสูตร ผัดหมี่ซั่วหมูสามชั้น ติดครัว อาหาร ทำอาหาร อาหารทําเอง ชีวิตติดครัว ชีวิตติดรีวิว เรื่องรีวิวไว้ใจเจ๊ ห้องครัวTikTok ครัวTiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – ชีวิตติดครัว – ชีวิตติดครัว

ส่วนผสม

  • หมี่ซั่วแห้ง 100 กรัม
  • หมูสามชั้นหั่นบาง 120 กรัม
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • เห็ดหอมแช่น้ำหั่น 2 ดอก
  • แครอตซอย 30 กรัม
  • ต้นหอมหั่นท่อน 1 ต้น
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  • พริกไทยขาวเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ลวกหมี่ซั่วในน้ำเดือดตามเวลาบนบรรจุภัณฑ์ แล้วนำขึ้นแช่น้ำเย็นสั้น ๆ ก่อนสะเด็ดน้ำ
  2. ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ผัดหมูสามชั้นจนสุกทั่วและมีน้ำมันออกมา
  3. ใส่กระเทียม เห็ดหอม และแครอต ผัดจนมีกลิ่นหอม
  4. เติมหมี่ซั่ว ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล และพริกไทย
  5. ผัดเบามือจนเส้นรับซอส เติมต้นหอมกับน้ำมันงา แล้วตักเสิร์ฟทันที

3. ขนมชั้นใบเตย

ขนมชั้นใบเตยเด่นด้วยกลิ่นหอมของใบเตย เนื้อเหนียวนุ่ม และชั้นสีเขียวสลับอ่อนที่จัดลงถาดงานเลี้ยงได้สวย การตัดเป็นชิ้นเล็กช่วยควบคุมปริมาณต่อคนและหยิบรับประทานสะดวก

ขนมชั้นใบเตย มีรสหวานกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสชวนกิน แป้งมันสำปะหลัง แป้งท้าวยายม่อม และแป้งข้าวเจ้า ช่วยสร้างกลิ่นหอมและความนุ่ม เหมาะเสิร์ฟเป็นของว่างหรือของหวานหลังมื้ออาหาร เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น

ปริมาณด้านล่างย่อจากแนวสัดส่วนในแคปชันเพื่อทำชุดเล็ก ไม่ใช่การคัดลอกสูตรเต็ม ควรคนแป้งก่อนเททุกชั้นและใช้ไอน้ำสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้แต่ละชั้นสุกทั่ว

@khruakhunjack

ขนมชั้นใบเตย **ทำน้ำเชื่อม** นํ้าตาลทราย 500 กรัม ( ครึ่งกิโลกรัม ) กะทิกล่อง 300 ml. ( 20 ช้อนโต๊ะ ) เกลือ 1 ช้อนชา **ส่วนผสมแป้งขนม** แป้งมันสําปะหลัง 300 กรัม ( 30 ช้อนโต๊ะ ) แป้งท้าวชนิดเกล็ด 100 กรัม ( 10 ช้อนโต๊ะ ) แป้งข้าวจ้าว 100 กรัม ( 10 ช้อนโต๊ะ ) นํ้าเชื่อมที่ทําไว้ กะทิกล่อง 700 ml. ( 47 ช้อนโต๊ะ ) ใบเตย หั่นท่อน 15 ใบ #ครัวคุณแจ็ค#tiktokพาชิม #tiktokพากิน #tiktokuni #ห้องครัวtiktok #ขนมไทย#ขนมชั้น #ขนมชั้นใบเตย

♬ เสียงต้นฉบับ – ครัวคุณแจ็ค – ครัวคุณแจ็ค

ส่วนผสม

  • แป้งมันสำปะหลัง 60 กรัม
  • แป้งท้าวยายม่อม 20 กรัม
  • แป้งข้าวเจ้า 20 กรัม
  • กะทิ 200 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 65 กรัม
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • น้ำใบเตยเข้มข้น 35 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. อุ่นกะทิครึ่งหนึ่งกับน้ำตาลและเกลือจนละลาย แล้วพักให้เย็นลง
  2. ผสมแป้งทั้งสามชนิด เติมกะทิที่เหลือและน้ำกะทิหวาน คนจนเนียน
  3. แบ่งแป้งครึ่งหนึ่ง เติมน้ำใบเตยลงส่วนหนึ่ง
  4. ตั้งลังถึงให้เดือด อุ่นพิมพ์ทนความร้อน 3-5 นาที
  5. เทแป้งทีละชั้นบาง ๆ นึ่งจนชั้นเดิมเซตตัวก่อนเติมชั้นถัดไป
  6. เมื่อชั้นสุดท้ายสุก พักจนเย็นสนิทแล้วจึงตัด

4. ขนมชั้นอัญชัน

ขนมชั้นอัญชันใช้สีฟ้าจากดอกอัญชันสร้างความแตกต่างจากขนมชั้นแบบใบเตย เนื้อเหนียวนุ่มและรูปทรงเป็นชั้นช่วยเพิ่มมิติให้โต๊ะขนมไทยในงานเลี้ยง

เสน่ห์ของ ขนมชั้นอัญชัน อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และน้ำตาลทราย ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย

สูตรชุดเล็กด้านล่างลดปริมาณจากสูตรต้นทาง ควรอุ่นพิมพ์ก่อนหยอดและคนแป้งทุกครั้งตามคำแนะนำในแคปชัน รวมทั้งพักขนมจนเย็นสนิทก่อนแกะจากพิมพ์

@ceethekm1n4

✨ ขนมชั้นอัญชันวันแม่ สูตรนี้ไม่ใส่แป้งท้าว ไม่ต้องนวดแป้ง ก็ได้ขนมชั้นที่เหนียวนุ่ม หอมหวานมัน สีฟ้าสวยๆ สำหรับคุณแม่ในวันแม่นี้แล้วค่ะ **อัตราส่วน** แป้งข้าวเจ้า 40 กรัม แป้งมัน 200 กรัม น้ำตาลทรายขาว 280 กรัม เกลือป่น 1/4 ชช. หัวกะทิ 700 กรัม กลิ่นมะลิหรือกลิ่นนมแมว 3-4 หยด น้ำดอกอัญชัน 50 กรัม ** น้ำดอกอัญชัน** น้ำเปล่า 100 ml. ดอกอัญชันแห้ง 2 ชต. คำแนะนำ **นึ่งพิมพ์ให้ร้อนสัก 5 นาที และคนแป้งทุกครั้งก่อนหยอดลงพิมพ์ ** ชั้นที่ 1-4 นึ่งไฟกลางค่อนแรงชั้นละ 3 นาที ชั้นสุดท้ายให้นึ่งไฟกลาง 7 นาที ยกลงพักให้ขนมเย็นสนิท **แกะออกจากพิมพ์ จัดเสิร์ฟ สูตรนี้ทำได้ประมาณ 30 ชิ้น **ในกรณีที่กลัวขนมจะติดพิมพ์ สามารถทาน้ำมันพืชบางๆให้ทั่วพิมพ์ได้ #ขนมชั้นอัญชัน #ขนมวันแม่ #แม่ซีน้องมดดี้channel

♬ เสียงต้นฉบับ – แม่ซี – แม่ซี

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเจ้า 20 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม
  • น้ำตาลทราย 140 กรัม
  • หัวกะทิ 350 กรัม
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • น้ำดอกอัญชัน 25 กรัม
  • กลิ่นมะลิ 2 หยด

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาล และเกลือ
  2. ค่อย ๆ เติมกะทิ คนจนแป้งละลายและกรองหนึ่งครั้ง
  3. แบ่งส่วนผสมเป็นสองส่วน เติมน้ำอัญชันและกลิ่นมะลิในส่วนหนึ่ง
  4. อุ่นพิมพ์ในลังถึงประมาณ 5 นาที
  5. คนแป้งก่อนหยอดทุกครั้ง นึ่งแต่ละชั้นประมาณ 3 นาทีด้วยไฟกลางค่อนแรง
  6. ชั้นสุดท้ายนึ่งประมาณ 7 นาที แล้วพักจนเย็นสนิท

5. ทองหยิบ

ทองหยิบเป็นขนมไข่สีเหลืองทองที่วางรวมกับขนมตระกูลทองได้โดดเด่น ลักษณะเป็นจีบช่วยสร้างรายละเอียดบนถาดโดยไม่ต้องตกแต่งมาก เหมาะทำเป็นชิ้นพอดีคำ

ทองหยิบ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ไข่แดงไข่เป็ด น้ำตาลทราย และน้ำ เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้

การทำขนมไข่ในน้ำเชื่อมต้องระวังไอน้ำและน้ำเชื่อมร้อน ใช้ภาชนะด้ามยาวและจัดพื้นที่ทำงานให้แห้ง สูตรนี้เหมาะทดลองก่อน หากเหลือไข่ขาวสามารถหาแนวทางต่อยอดจาก ไอเดียเมนูไข่ ได้

ส่วนผสม

  • ไข่แดงไข่เป็ด 3 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 200 กรัม
  • น้ำ 150 มิลลิลิตร
  • น้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำสะอาด 80 มิลลิลิตร สำหรับแช่พัก

วิธีทำ

  1. ตีไข่แดงเบา ๆ แล้วกรองผ่านกระชอนละเอียด
  2. ต้มน้ำกับน้ำตาลจนเดือดและน้ำเชื่อมใส
  3. ลดไฟให้เดือดสม่ำเสมอ ตักไข่เป็นแผ่นเล็กลงในน้ำเชื่อม
  4. เมื่อไข่สุกทั้งสองด้าน ใช้กระชอนตักขึ้น
  5. ขณะยังอุ่น ใช้นิ้วที่สะอาดจับจีบ 3-5 จีบแล้ววางในถ้วยเล็กให้ทรงอยู่ตัว
  6. พักในน้ำเชื่อมเจือจางก่อนจัดเสิร์ฟ

6. ทองหยอดสูตรชาววัง

ทองหยอดสีเหลืองทองเป็นของหวานที่จัดคู่กับทองหยิบได้ลงตัว รูปทรงหยดน้ำทำให้วางในถ้วยเล็กได้ง่ายและดูเป็นระเบียบ เหมาะกับโต๊ะขนมไทยที่ต้องการธีมสีทอง

ทองหยอดสูตรชาววัง เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ไข่แดงไข่เป็ด ไข่แดงไข่ไก่ และแป้งทองหยอด ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้

สูตรด้านล่างย่อปริมาณลงสำหรับทำชุดเล็ก จุดสำคัญอยู่ที่ความข้นของไข่และระดับการเดือดของน้ำเชื่อม หากเดือดแรงเกินไป รูปทรงหยดน้ำอาจแตกหรือกระจาย

@sgethai

วิธีทำ ทองหยอด ทำตามง่ายๆ สูตรชาววัง เชฟเจินจะทำเป็นรูปหยดน้ำ รสชาติที่หวานกำลังดี กินแล้วไม่แสบคอ กลิ่นมะลิหอม บอกเลยว่าฟินมากๆค่ะ SGE เมนูเด็ด ทำง่าย ทำขายรวย ************************************* ส่วนผสม ทองหยอด ไข่แดงไข่เป็ด 9 ฟอง ไขแดงไข่ไก่ 3 ฟอง แป้งทองหยอด 30 กรัม น้ำตาลทราย 740 กรัม น้ำเปล่า 450 กรัม กลิ่นมะลิ วินเนอร์ 1/2 ช้อนชา ส่วนผสม น้ำเชื่อมใส น้ำตาลทราย 500 กรัม น้ำ 800 กรัม ************************************* อย่าลืมกด ติดตามสูตรอาหารเด็ด ทำง่าย ทำขายรวย #sgethai สอนทำอาหาร #ขนมทองหยอด #ทองหยอด

♬ เสียงต้นฉบับ – Spring Green Evolution – SGE – Spring Green Evolution – SGE

ส่วนผสม

  • ไข่แดงไข่เป็ด 3 ฟอง
  • ไข่แดงไข่ไก่ 1 ฟอง
  • แป้งทองหยอด 8 กรัม
  • น้ำตาลทราย 190 กรัม
  • น้ำ 115 มิลลิลิตร
  • กลิ่นมะลิ 1-2 หยด

วิธีทำ

  1. ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูเล็กน้อย แล้วเติมแป้งทองหยอด
  2. ต้มน้ำกับน้ำตาลให้เป็นน้ำเชื่อมเดือดสม่ำเสมอ
  3. ใช้ปลายช้อนตักส่วนผสมไข่ แล้วหยอดให้ตกเป็นหยดลงน้ำเชื่อม
  4. ต้มจนขนมสุกและลอยตัว
  5. ตักขึ้นพักในน้ำเชื่อมที่เจือจางกว่าเล็กน้อย
  6. พักให้เย็นก่อนแบ่งใส่ถ้วย

7. ทองหยอดจิ๋ว

ทองหยอดจิ๋วเหมาะกับงานที่ต้องการของหวานคำเล็ก สามารถจัดคู่ขนมชั้นหรือขนมรวมมิตรได้ง่าย ขนาดเล็กช่วยให้แขกลองขนมหลายชนิดโดยไม่รู้สึกหนักเกินไป

จุดเด่นของ ทองหยอดจิ๋ว อยู่ที่รสและกลิ่นจาก ไข่แดงไข่เป็ด แป้งข้าวเจ้า และใบเตยสะอาด ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี

เมื่อย่อสูตรควรตีไข่ให้เนียนและหยอดขนาดใกล้เคียงกันทุกชิ้น หากใช้น้ำเชื่อมสำเร็จรูปควรตรวจฉลากและความเข้มข้นก่อน เพราะความหวานและความหนืดต่างกันตามผลิตภัณฑ์

@tee.suwannukul

ทองหยอดจิ๋ว หยดแล้วสุก หยดแล้วหอม หยดลง น้ำเชื่อมเข้มข้นจากมิตรผล… ก็ได้ขนมไทยเนื้อนุ่ม หอมหวานละมุนแบบแบบดั้งเดิมเลย สูตรและอัตราส่วน – ไข่แดงเป็ด 4 ฟอง – แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ ขยำให้เข้ากันด้วยใบเตยหอม ช่วยดับกลิ่นคาว และเพิ่มกลิ่นไทย ๆ น้ำเชื่อม ใช้น้ำเชื่อมเข้มข้น “มิตรผล” ในการหยอดขนมได้เลย ไม่ต้องเคี่ยวใหม่ให้เสียเวลา ไอเดียเสริม ทองหยอดจิ๋วแบบนี้ เอาไปแต่งหน้าขนมชั้น ขนมถ้วย หรือขนมรวมมิตร ก็เก๋มากนะ น้ำเชื่อมเข้มข้นมิตรผล น้ำเชื่อมถุงม่วง น้ำเชื่อมตัวตึง #ขนมไทย #ทองหยอดจิ๋ว น้ำตาลมิตรผล #ทําขนมง่ายๆ

♬ เสียงต้นฉบับ – ขลุ่ยเทพ – ขลุ่ยเทพ

ส่วนผสม

  • ไข่แดงไข่เป็ด 2 ฟอง
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบเตยสะอาด 1 ใบ
  • น้ำตาลทราย 180 กรัม
  • น้ำ 110 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. ใส่ไข่แดงและแป้งข้าวเจ้าลงชาม
  2. ขยำเบา ๆ ด้วยใบเตยที่ล้างสะอาด แล้วนำใบเตยออก
  3. ต้มน้ำและน้ำตาลจนได้น้ำเชื่อมเดือดปานกลาง
  4. ใช้ช้อนปลายเล็กหยอดส่วนผสมไข่ทีละหยด
  5. รอจนขนมสุกและลอย แล้วตักขึ้น
  6. พักในน้ำเชื่อมอุ่นก่อนจัดเป็นคำเล็ก

8. เม็ดขนุน

เม็ดขนุนเป็นขนมไทยที่มีไส้ถั่วกวนหุ้มด้วยไข่แดง สีทองช่วยให้จัดรวมกับทองหยิบและทองหยอดได้อย่างกลมกลืน เนื้อถั่วทำให้รสหวานมีความนุ่มแน่นขึ้น

เม็ดขนุน กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ ถั่วเขียวเลาะเปลือก หัวกะทิ และน้ำตาลทราย เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน

สูตรนี้ลดปริมาณลงมากจากต้นทาง ควรกวนไส้ถั่วจนแห้งพอปั้นได้ และพักให้เย็นก่อนชุบไข่ เพื่อช่วยให้ไข่เคลือบผิวได้สม่ำเสมอและลดการแตกตัวในน้ำเชื่อม

@banraostory

เม็ดขนุน สอนอย่างละเอียด ทำง่ายขายได้จริง —–ส่วนประกอบ ถัวเขียวเลาะเปลือก 150กรัม หัวกะทิ 120กรัม น้ำตาลทราย 130กรัม เกลือป่น 1/4ช้อนชา ไข่แดงของไข่เป็ด 10ฟอง —–ส่วนของน้ำเชื่อมใส น้ำตาลทราย 500กรัม น้ำเปล่า 500กรัม ใบเตย 6ใบ —–ส่วนของน้ำเชื่อมข้น น้ำตาลทราย 800กรัม น้ำเปล่า 600กรัม ใบเตย 10ใบ #บ้านเราสตอรี่ #ขนมไทยโบราณ สอนทำอาหาร #เมนูขายดี #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – บ้านเราสตอรี่ – บ้านเราสตอรี่

ส่วนผสม

  • ถั่วเขียวเลาะเปลือก 50 กรัม
  • หัวกะทิ 40 กรัม
  • น้ำตาลทราย 40 กรัม
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • ไข่แดงไข่เป็ด 3 ฟอง
  • น้ำตาลทรายสำหรับน้ำเชื่อม 180 กรัม
  • น้ำ 140 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. แช่ถั่วอย่างน้อย 3 ชั่วโมงแล้วนึ่งจนสุกนุ่ม
  2. ปั่นถั่วกับกะทิ น้ำตาล และเกลือให้ละเอียด
  3. กวนด้วยไฟอ่อนจนแห้งพอปั้น พักให้เย็นแล้วปั้นทรงรี
  4. ตีไข่แดงพอแตกและกรอง
  5. ต้มน้ำเชื่อมให้เดือดปานกลาง ชุบถั่วด้วยไข่แดงแล้วหยอดลงน้ำเชื่อม
  6. ต้มจนผิวไข่สุก ตักขึ้นพักในน้ำเชื่อมเจือจาง

9. ขนมจ่ามงกุฎ

จ่ามงกุฎเป็นขนมไทยโบราณที่เหมาะกับธีมงานมงคลจากชื่อที่ฟังสง่างาม จุดสำคัญของเมนูนี้อยู่ที่การเข้าใจชื่อให้ถูกต้อง เพราะขนมที่หลายคนคุ้นในทรงคล้ายมงกุฎมีชื่ออีกแบบหนึ่ง

ขนมจ่ามงกุฎ มีรสหวานกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสชวนกิน แป้งข้าวเหนียว กะทิ และน้ำตาลทราย ช่วยสร้างกลิ่นหอมและความนุ่ม เหมาะเสิร์ฟเป็นของว่างหรือของหวานหลังมื้ออาหาร ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้

หลักฐานไม่ได้ให้สัดส่วน สูตรด้านล่างจึงเป็นเวอร์ชันขนาดเล็กที่เรียบเรียงเพื่อใช้งาน ไม่ใช้แทนสูตรจากคลิป ควรกวนแป้งให้สุกทั่วและใช้เมล็ดแตงโมที่สะอาดสำหรับตกแต่ง

@saomeaklong

ขนมจ่ามงกุฎ วันก่อนลงคลิปสั้นๆไป มีคนขอให้ลงวิธีทำให้ด้วย แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆคนนึกถึงขนมสีเหลืองลักษณะคล้ายมงกุฎ มีแผ่นแป้งรองมียอดปิดทอง แต่จริงแล้วขนมนั้นชื่อว่า “ดาราทอง” หรือ ทองเอกกระจัง ค่ะ

♬ ลาวดำเนินทราย – บรรเลงมโหรี

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเหนียว 45 กรัม
  • กะทิ 80 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 35 กรัม
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • เมล็ดแตงโมกะเทาะเปลือกคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาล และเกลือจนเนียน
  2. เทลงกระทะแล้วกวนด้วยไฟอ่อนจนแป้งสุกและรวมตัว
  3. พักให้พออุ่น จากนั้นแบ่งเป็นชิ้นเล็ก
  4. ปั้นหรือจัดทรงตามต้องการ
  5. แต่งด้วยเมล็ดแตงโมคั่ว แล้วพักให้เซตตัวก่อนจัดถาด

10. ขนมเสน่ห์จันทน์

เสน่ห์จันทน์เป็นขนมไทยทรงผลจันทน์ขนาดเล็ก กลิ่นเครื่องเทศอ่อน ๆ และชื่อที่สื่อถึงเสน่ห์ทำให้เหมาะกับโต๊ะขนมในวันพิเศษ รูปลักษณ์เรียบร้อยและแบ่งเสิร์ฟง่าย

เสน่ห์ของ ขนมเสน่ห์จันทน์ อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ แป้งข้าวเจ้า กะทิ และถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส

สูตรด้านล่างลดปริมาณจากต้นทาง กลิ่นผงจันทน์ควรใช้เพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รสขม หลังปั้นควรพักบนถาดสะอาดจนผิวแห้งเล็กน้อยก่อนจัดลงภาชนะ

@heronarongrit

ขนมเสน่ห์จันทน์ • Kanom Saneh Jaan ส่วนผสมตัวแป้ง แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย กะทิ 250 กรัม ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก 130 กรัม ดอกเกลือ 1 หยิบมือ สีผสมอาหารสีเหลืองไข่ 1/2 ชช ผงจันทน์ 1/4 ชช ไข่แดงของไข่ไก่ 5 ใบ น้ำตาลทรายขาว 150 กรัม(ใส่ตอนกวนในกะทะ) ส่วนผสมทำขั้ว แป้งเสน่ห์จันทน์ 20 กรัม โกโก้สำหรับผสมทำขั้ว 1-2 ชต #เสน่ห์จันทร์ #เสน่ห์จันทน์ #ขนมเสน่ห์จันทน์ #ขนมเสน่ห์จันทร์ #ขนมไทย #ขนมไทยโบราณ #ขนมไทยประยุกต์ #ขนมไทยสร้างอาชีพ #ขนมไทยหาทานยาก #คหกรรมอินเตอร์ #TikTokกินเที่ยว #ห้องครัวtiktok #tiktokพากิน #รีวิวอาหาร #แจกสูตร #thaidessert #dessert

♬ เสียงต้นฉบับ – PaThongKo – PaThongKo

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเจ้า 30 กรัม
  • กะทิ 70 กรัม
  • ถั่วเขียวเลาะเปลือกนึ่งสุก 40 กรัม
  • น้ำตาลทราย 45 กรัม
  • ไข่แดงไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ผงจันทน์ 1 หยิบมือเล็ก
  • สีเหลืองสำหรับอาหารเล็กน้อย
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • ผงโกโก้เล็กน้อยสำหรับทำขั้ว

วิธีทำ

  1. บดถั่วเขียวนึ่งให้ละเอียด
  2. ผสมถั่ว แป้งข้าวเจ้า กะทิ น้ำตาล ไข่แดง เกลือ สี และผงจันทน์
  3. กวนด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมเหนียวและล่อนจากกระทะ
  4. พักให้เย็นแล้วปั้นเป็นลูกเล็ก กดร่องคล้ายผลจันทน์
  5. แบ่งส่วนเล็กผสมโกโก้แล้วปั้นเป็นขั้ว
  6. ติดขั้วบนตัวขนมและพักก่อนเสิร์ฟ

11. ขนมถ้วยฟูใบเตย

ถ้วยฟูใบเตยมีเนื้อนุ่มฟู สีเขียวอ่อน และกลิ่นหอม เหมาะจัดเป็นถ้วยเล็กบนโต๊ะขนม ความฟูของหน้าขนมช่วยเพิ่มมิติให้ถาดโดยไม่ต้องใช้ของตกแต่งมาก

ขนมถ้วยฟูใบเตย เหมาะกับวันสบาย ๆ เพราะทำเป็นชุดเล็กได้ง่าย รสจาก แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และข้าวสวย ช่วยให้ขนมหอม นุ่ม และกินเพลินโดยไม่ต้องแต่งหน้ามาก เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา

สูตรด้านล่างย่อให้เหมาะกับการทดลองทำ ลังถึงควรมีไอน้ำแรงก่อนนำขนมลงนึ่ง และหลีกเลี่ยงการเปิดฝาในช่วงแรก เพราะอุณหภูมิที่ตกเร็วอาจทำให้หน้าไม่ฟู

@banraostory

ขนมถ้วยฟูใบเตย หอม นุ่ม ทำง่าย ***ส่วนประกอบ แป้งข้าวจ้าว 100 กรัม นํ้าตาลทราย 80 กรัม ข้าวสวย 45 กรัม นํ้าใบเตยคั้นสด 170 กรัม ผงฟู 1/4 ช้อนชา ยีสต์แห้ง 1/4 ช้อนชา (สูตรนี้ทําได้ 15 ถ้วย) #ปลาไทย5ดาว #บ้านเราสตอรี่ #เมนูขายดี สอนทำอาหาร #ห้องครัวtiktok #Tiktokพากิน #tiktokuni

♬ เสียงต้นฉบับ – บ้านเราสตอรี่ – บ้านเราสตอรี่

ส่วนผสม

  • แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
  • น้ำตาลทราย 40 กรัม
  • ข้าวสวย 22 กรัม
  • น้ำใบเตยคั้นสด 85 กรัม
  • ผงฟู 1/8 ช้อนชา
  • ยีสต์แห้ง 1/8 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ปั่นข้าวสวยกับน้ำใบเตยจนละเอียด
  2. ผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ผงฟู และยีสต์
  3. เติมส่วนผสมข้าวปั่น คนจนเนียน แล้วพักให้ยีสต์เริ่มทำงาน
  4. ตั้งลังถึงให้มีไอน้ำแรงและอุ่นถ้วย
  5. เทแป้งประมาณสามในสี่ของถ้วย
  6. นึ่งด้วยไฟแรงจนหน้าฟูและเนื้อสุกทั่ว แล้วพักให้คลายร้อน

12. ซิ่วท้อไส้ถั่ว

ซิ่วท้อเป็นซาลาเปาทรงลูกท้อที่โดดเด่นด้านรูปลักษณ์ เหมาะเป็นจุดเด่นของโต๊ะอาหารจีนหรือโต๊ะขนม สีชมพูอ่อนบนผิวช่วยให้ถ่ายภาพขึ้นและจัดเป็นชุดได้ง่าย

ซิ่วท้อไส้ถั่ว เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ถั่วเขียวซีกแช่น้ำ กะทิ และน้ำตาลทราย ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น

สูตรนี้ย่อจากสัดส่วนต้นทางเพื่อทำประมาณ 4 ลูก หากต้องการฝึกเรื่องเนื้อแป้งเพิ่มเติมสามารถดู สูตรขนมปัง ประกอบได้ แม้ว่ากระบวนการนึ่งซาลาเปาจะแตกต่างจากการอบขนมปัง

@raberdthung

ซิ่วท้อแท้🌸🍑🇨🇳สรุปสูตรอยู่ด้านล่าง👇🏻 #ซาลาเปา #ซิ่วท้อ #ซิ่วท้อมงคล #homecooking #tiktokfood ทำกินเอง #อร่อย #ห้องครัวtiktok #กินกับtiktok ช่างภาพที่ทำอาหารได้นิดหน่อย @Raberd Thung @Raberd Thung @Raberd Thung ซิ่วท้อไส้ถั่ว 壽桃包 ไส้ถั่ว ถั่วเขียวซีกแช่น้ำ 1 คืน 200 กรัม นึ่งให้นิ่ม กะทิ 250 กรัม น้ำตาล 150 กรัม เกลือ ¼ ช้อนโต๊ะ ปั่นให้เข้ากัน กวนในกระทะต่อจนเหนียว แบ่งเป็นก้อน ก้อนละ 25 กรัม แป้งซาลาเปาซิ่วท้อ น้ำตาลทราย 40 กรัม ผงยีสต์ 2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน นม 240 กรัม นวดจนแป้งเนียน แป้ง 400 กรัม เกลือ ½ ช้อนชา ผงฟู 1 ช้อนชา ร่อนให้เข้ากัน น้ำมันรำข้าว 50 กรัม นวดต่อ พักแป้ง 30 นาที แบ่งเป็นก้อน ก้อนละ 50 กรัม ห่อให้กลมปั่นทรงหยดน้ำ กดรอยบาก แปะใบ ทิ้งไว้อีก 30 นาทีก่อนนึ่ง นึ่ง 12 นาที

♬ เสียงต้นฉบับ – Raberd Thung – Raberdthung

ส่วนผสม

#### ไส้ถั่ว

  • ถั่วเขียวซีกแช่น้ำ 50 กรัม
  • กะทิ 60 กรัม
  • น้ำตาลทราย 38 กรัม
  • เกลือ 1 หยิบมือ

#### แป้ง

  • แป้งสาลีสำหรับซาลาเปา 100 กรัม
  • นม 60 กรัม
  • น้ำตาลทราย 10 กรัม
  • ยีสต์แห้ง 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • ผงฟู 1/4 ช้อนชา
  • น้ำมันรำข้าว 12 กรัม
  • สีชมพูสำหรับอาหารเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. นึ่งถั่วที่แช่แล้วจนสุก ปั่นกับกะทิ น้ำตาล และเกลือ
  2. กวนไส้จนข้น ปล่อยให้เย็นแล้วแบ่งเป็น 4 ก้อน
  3. ผสมนม น้ำตาล และยีสต์ จากนั้นเติมแป้ง เกลือ และผงฟู
  4. นวดพร้อมน้ำมันจนแป้งเนียน พักประมาณ 30 นาที
  5. แบ่งแป้ง 4 ก้อน ห่อไส้แล้วขึ้นรูปทรงลูกท้อ กดร่องตรงกลาง
  6. พักอีกประมาณ 30 นาที แต้มสีชมพูบาง ๆ แล้วนึ่งประมาณ 12 นาทีจนสุก

13. ขนมกง

ขนมกงเป็นขนมไทยทอดที่มีรูปทรงวงคล้ายกงล้อ ให้สัมผัสต่างจากขนมนึ่งและขนมไข่บนโต๊ะเดียวกัน ชั้นนอกทอดกรอบช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ชุดขนมมงคล

เสน่ห์ของ ขนมกง อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ ถั่วเขียวเลาะเปลือก น้ำตาลทราย และน้ำตาลมะพร้าว ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม

การทอดควรใช้น้ำมันในภาชนะมั่นคงและไม่เติมน้ำใกล้กระทะร้อน พักชิ้นที่ชุบแป้งให้สะเด็ดเล็กน้อยก่อนทอด ช่วยลดเศษแป้งไหม้ในน้ำมัน

@banraostory

ขนมกง ทำง่ายๆ เนื้อนุ่มแป้งฟูกรอบ —-ส่วนประกอบตัวขนม ถั่วเขียวเลาะเปลือก 250 กรัม นํ้าตาลทราย 150 กรัม นํ้าตาลมะพร้าว 50 กรัม แป้งข้าวเหนียว 40 กรัม หัวกะทิ 300 กรัม งาขาว คั่ว 50 กรัม —-ส่วนประกอบแป้งชุบ แป้งสาลีเอนกประสงค์ 100 กรัม เกลือป่น 1/4 ช้อนชา ไข่แดง ของไข่ไก่ 1 ฟอง นํ้ามันพืช 25 กรัม นํ้าเปล่า 250 กรัม #บ้านเราสตอรี่ สอนทำอาหาร #เมนูขายดี #ขนมไทยโบราณ #ห้องครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – บ้านเราสตอรี่ – บ้านเราสตอรี่

ส่วนผสม

#### ตัวขนม

  • ถั่วเขียวเลาะเปลือก 60 กรัม
  • น้ำตาลทราย 35 กรัม
  • น้ำตาลมะพร้าว 12 กรัม
  • แป้งข้าวเหนียว 10 กรัม
  • หัวกะทิ 70 กรัม
  • งาขาวคั่ว 12 กรัม

#### แป้งชุบ

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 40 กรัม
  • ไข่แดง 1/2 ฟอง
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
  • น้ำ 70-90 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

  1. แช่ถั่วแล้วนึ่งจนสุก บดให้ละเอียด
  2. กวนถั่วกับน้ำตาลทั้งสองชนิด กะทิ แป้งข้าวเหนียว และงาจนข้น
  3. พักให้เย็น ปั้นเป็นเส้นแล้วต่อเป็นวง ติดเส้นพาดกลางตามลักษณะขนม
  4. ผสมส่วนแป้งชุบให้มีความข้นพอเคลือบ
  5. ชุบขนมแล้วทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองกรอบ
  6. ตักพักบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำมัน

14. ทองพลุไส้ไก่

ทองพลุไส้ไก่เป็นของว่างรสคาวที่ช่วยตัดความหวานจากกลุ่มขนมไทย เปลือกทอดด้านนอกกับไส้ไก่ด้านในเหมาะเสิร์ฟเป็นคำเล็กช่วงต้อนรับแขกหรือเป็นของว่างก่อนอาหารหลัก

ทองพลุไส้ไก่ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ แป้งสาลีอเนกประสงค์ น้ำ และเนยหรือน้ำมัน เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน

สูตรต่อไปเป็นสูตรเรียบเรียงสำหรับทำชุดเล็ก ควรผัดไส้ไก่ให้สุกทั่วก่อนนำไปใส่แป้ง และทอดในน้ำมันร้อนปานกลางเพื่อให้เปลือกสุกโดยไม่ไหม้เร็วเกินไป

@yingsakfood

อร่อยทำง่ายได้คุณค่า กับน้ำมันพืชตรามรกต วันนี้มีสูตรการทำ “ทองพลุไส้ไก่ ” ของว่างไทยไส้แน่น กรอบนอกนุ่มใน! ทอดด้วยน้ำมันรำข้าว ตรามรกต หอมสะอาด ไม่อมน้ำมัน~ 📺 อย่าลืมติดตาม “มือโปร โชว์ปรุง” ทุกวันเสาร์ เวลา 12.30 น. ทาง ช่อง 7HD กดเลข 35 🍳✨ พร้อมรับชมย้อนหลัง + สูตรอาหารเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์หน้าโปรไฟล์เลยจ้า! #อาจารย์ยิ่งศักดิ์ #yingsakfood #yingsakfoodtv #มือโปรโชว์ปรุง #yingsakfamily #ช่อง7hd #กด35ช่อง7hd #ทําอาหาร #อาหารคาวหวาน #แจกสูตรอาหาร #เมนูง่ายๆ #เมนูพิเศษ #เมนูสมสมัย #นํ้ามันมรกต #มรกต #ทองพลุไส้ไก่

♬ original sound – yingsakfood – yingsakfood

ส่วนผสม

#### แป้งทองพลุ

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 45 กรัม
  • น้ำ 80 มิลลิลิตร
  • เนยหรือน้ำมัน 15 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เกลือ 1 หยิบมือ

#### ไส้ไก่

  • เนื้อไก่สับ 80 กรัม
  • หอมใหญ่สับ 20 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยเล็กน้อย
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

  1. ผัดหอมใหญ่กับไก่จนสุก ปรุงด้วยซีอิ๊ว น้ำตาล และพริกไทย พักให้เย็น
  2. ต้มน้ำกับเนยและเกลือจนเดือด ใส่แป้งแล้วกวนจนเป็นก้อน
  3. พักแป้งให้อุ่น เติมไข่ทีละน้อยและคนจนเนียน
  4. ตักแป้งเป็นก้อนเล็กแล้วทอดด้วยไฟกลางจนพองและสุกทั่ว
  5. ตักพักให้คลายร้อน ผ่าด้านข้างเล็กน้อย
  6. บรรจุไส้ไก่สุกก่อนจัดเสิร์ฟ

15. ฮะเก๋า

ฮะเก๋ากุ้งเป็นติ่มซำที่เสิร์ฟเป็นชิ้นเล็กและจัดในเข่งได้สวย เหมาะเพิ่มเมนูอาหารจีนบนโต๊ะงานเลี้ยง เนื้อกุ้งให้รสหวานธรรมชาติและเข้ากับน้ำจิ้มรสอ่อน

ฮะเก๋า เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย กุ้งปอกเปลือก มันหมู และเกลือ ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก

สูตรนี้ปรับปริมาณให้เหมาะกับ 1-2 ที่ กุ้งและมันหมูต้องเก็บเย็นจนถึงเวลาผสม และควรนึ่งให้เนื้อกุ้งสุกทึบทั่วถึงก่อนรับประทาน

@onemeal_a_day

สูตร “ฮะเก๋า” ไม่ต้องห่อแป้ง ทำแบบเราง่ายและอร่อย ตอบโจทย์คนอยาก กินฮะเก๋าโฮมเมด🤤 ส่วนผสม แป้งฮะเก๋า – แป้งข้าวจ้าว ตราปลาไทย 5 ดาว สำหรับคลุก – น้ำ สำหรับพรมแป้ง ส่วนผสม ไส้ฮะเก๋า – กุ้ง 300 กรัม – มันหมู 50 กรัม – เกลือ 1 ช้อนชา – พริกไทย 1/2 ช้อนชา – น้ำมันงา 1 ช้อนชา – ไข่ไก่ 1 ฟอง – แป้งมัน ตราปลาไทยห้าดาว 2 ช้อนโต๊ะ #แป้งตราปลาไทย5ดาว #วันละมื้อ #ห้องครัวtiktok #tiktokพากิน

♬ เสียงต้นฉบับ – วันละมื้อ (เพื่อนจาร์) – วันละมื้อ (เพื่อนจาร์)

ส่วนผสม

  • กุ้งปอกเปลือก 120 กรัม
  • มันหมู 20 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • พริกไทยขาว 1 หยิบมือ
  • น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ตี 1 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งมัน 2 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้าเล็กน้อยสำหรับคลุก
  • น้ำสะอาดสำหรับพรมแป้ง

วิธีทำ

  1. สับกุ้งหยาบและมันหมูให้ละเอียด
  2. ผสมกับเกลือ พริกไทย น้ำมันงา ไข่ และแป้งมันจนเหนียว
  3. แบ่งเป็นก้อนเล็ก คลุกแป้งข้าวเจ้าบาง ๆ แล้วพรมน้ำให้ผิวชุ่ม
  4. วางบนกระดาษรองนึ่งที่เจาะรู
  5. นึ่งด้วยไอน้ำเดือดจนกุ้งสุกทั่ว
  6. เสิร์ฟขณะร้อนพร้อมน้ำจิ้มตามชอบ

16. ขนมจีบหมู

ขนมจีบหมูเหมาะกับงานเลี้ยงเพราะทำล่วงหน้าเป็นชุดและแบ่งนึ่งตามรอบได้ง่าย ขนาดชิ้นเล็กช่วยให้วางรวมกับติ่มซำชนิดอื่นได้โดยไม่กินพื้นที่บนโต๊ะมาก

เสน่ห์ของ ขนมจีบหมู อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ หมูบด แผ่นเกี๊ยว 8-10 แผ่น และแครอตสับ ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์

สูตรด้านล่างจึงเป็นสูตรทดลองสำหรับประมาณ 8-10 ลูก ไม่ใช่การย่อจากคลิปโดยตรง หมูบดต้องเก็บเย็นก่อนปรุง และนึ่งจนเนื้อสุกทั่วถึงทุกชิ้น

ส่วนผสม

  • หมูบด 150 กรัม
  • แผ่นเกี๊ยว 8-10 แผ่น
  • แครอตสับ 15 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • แป้งมัน 1 ช้อนชา
  • พริกไทยขาวเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ผสมหมูบด ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม น้ำมันงา น้ำตาล แป้งมัน และพริกไทย
  2. คนไปทางเดียวกันจนส่วนผสมเหนียว
  3. ตัดมุมแผ่นเกี๊ยวเล็กน้อย วางบนฝ่ามือแล้วตักไส้ลงกลางแผ่น
  4. รวบแผ่นเกี๊ยวรอบไส้และแต่งหน้าด้วยแครอต
  5. วางในลังถึงโดยเว้นช่องระหว่างชิ้น
  6. นึ่งจนหมูสุกทั่ว แล้วเสิร์ฟทันที

17. ขนมจีบกุ้งสูตรฮ่องกง

ขนมจีบกุ้งช่วยเพิ่มตัวเลือกสำหรับโต๊ะติ่มซำ เนื้อกุ้งให้สัมผัสเด้งและรสหวานกว่าขนมจีบหมู เมื่อนึ่งในเข่งไม้ไผ่จะจัดเสิร์ฟได้เป็นชุดและดูเป็นระเบียบ

ขนมจีบกุ้งสูตรฮ่องกง เหมาะกับวันสบาย ๆ เพราะทำเป็นชุดเล็กได้ง่าย รสจาก กุ้งปอกเปลือก มันหมูสับ และแผ่นเกี๊ยว 8 แผ่น ช่วยให้ขนมหอม นุ่ม และกินเพลินโดยไม่ต้องแต่งหน้ามาก ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ

สูตรด้านล่างเป็นเวอร์ชันขนาดเล็กที่เรียบเรียงเพิ่มเติม กุ้งดิบควรแช่เย็นจนถึงเวลาผสม และหลังนึ่งต้องตรวจให้เนื้อกุ้งเปลี่ยนสีและสุกทั่วก่อนเสิร์ฟ

@cherry.germummy

ขนมจีบกุ้งสูตรฮ่องกง… อร่อยเหมือนกินที่ภัตตาคารจีน! #แม่บ้านเยอรมัน #ขนมจีบกุ้ง #dimsum #homecook

♬ suara asli – MUSIC24 – MUSIC24

ส่วนผสม

  • กุ้งปอกเปลือก 140 กรัม
  • มันหมูสับ 15 กรัม
  • แผ่นเกี๊ยว 8 แผ่น
  • แป้งมัน 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทยขาวเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. สับกุ้งครึ่งหนึ่งให้ละเอียดและหั่นอีกครึ่งเป็นชิ้นเล็ก
  2. ผสมกุ้งกับมันหมู แป้งมัน ซีอิ๊ว น้ำมันงา น้ำตาล และพริกไทย
  3. คนจนเหนียวแล้วพักในตู้เย็น 10-15 นาที
  4. วางไส้กลางแผ่นเกี๊ยวแล้วรวบขอบให้เป็นทรงขนมจีบ
  5. เรียงในลังถึงโดยไม่ให้ชิ้นติดกัน
  6. นึ่งจนไส้กุ้งสุกทั่วและเสิร์ฟขณะร้อน

18. เป็ดย่าง

เป็ดย่างเหมาะเป็นจานหลักของโต๊ะจีน เนื้อเป็ดมีรสเข้มและกลิ่นหอมจากเครื่องหมัก เมื่อนำมาหั่นบางสามารถจัดจานใหญ่ให้แบ่งรับประทานร่วมกันได้สะดวก

เป็ดย่าง มีกลิ่นหอมจากความร้อนแห้งและผิวที่มีสีสวย อกเป็ดติดหนัง ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำหวาน ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสกลมกล่อม เหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมง่าย เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้

สูตรนี้ใช้เนื้ออกเป็ดเพื่อให้เหมาะกับ 1-2 ที่และควบคุมเวลาปรุงง่ายกว่าเป็ดทั้งตัว เนื้อสัตว์ปีกควรปรุงจนถึงอุณหภูมิภายในที่ปลอดภัยและพักเนื้อก่อนหั่น

ส่วนผสม

  • อกเป็ดติดหนัง 1 ชิ้น ประมาณ 250-300 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนชา
  • น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงพะโล้ 1/4 ช้อนชา
  • กระเทียมบด 1 ช้อนชา
  • ขิงบด 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ซับอกเป็ดให้แห้งและกรีดหนังเป็นตารางตื้น ๆ โดยไม่ให้โดนเนื้อ
  2. ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดแล้วหมักเป็ดในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  3. วางด้านหนังลงกระทะเย็น เปิดไฟกลางอ่อนเพื่อรีดไขมันออกอย่างช้า ๆ
  4. เมื่อหนังเหลือง กลับด้านจี่เนื้อสั้น ๆ
  5. นำเข้าเตาอบที่อุ่นไว้จนเนื้อสุกถึงระดับปลอดภัย
  6. พักเนื้อ 5-10 นาทีแล้วหั่นบางก่อนเสิร์ฟ

19. ปลานึ่งมะนาว

ปลานึ่งมะนาวให้รสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ช่วยตัดรสหนักจากเป็ดย่างหรือหมูสามชั้น เหมาะวางเป็นจานกลางและแบ่งรับประทานร่วมกันบนโต๊ะงานเลี้ยง

จุดเด่นของ ปลานึ่งมะนาว อยู่ที่รสและกลิ่นจาก เนื้อปลากะพงหรือปลาขาว กระเทียมสับ และพริกขี้หนูสับ ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล

สูตรนี้เลือกใช้เนื้อปลาชิ้นเล็กเพื่อปรุงสำหรับ 1-2 ที่ หากต้องการเปลี่ยนชนิดปลา สามารถดูแนวทางจาก สูตรปลาแซลมอน แล้วปรับเวลาให้เหมาะกับความหนาของชิ้นปลา

ส่วนผสม

  • เนื้อปลากะพงหรือปลาขาว 250 กรัม
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนูสับ 1-2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ขึ้นฉ่ายหรือต้นหอมสำหรับโรย

วิธีทำ

  1. ซับปลาให้แห้งและวางบนจานทนความร้อน
  2. ตั้งลังถึงให้เดือดแล้วนำปลาไปนึ่งจนเนื้อสุกทั่วและแยกเป็นชั้นได้ง่าย
  3. ผสมน้ำปลา น้ำตาล และน้ำอุ่นจนน้ำตาลละลาย
  4. เติมน้ำมะนาว กระเทียม และพริกหลังส่วนผสมน้ำปรุงคลายร้อน
  5. ราดน้ำยำบนปลาสุก
  6. โรยขึ้นฉ่ายหรือต้นหอมแล้วเสิร์ฟทันที

20. กุ้งอบวุ้นเส้น

กุ้งอบวุ้นเส้นเป็นจานกลางที่รวมโปรตีนและเส้นไว้ในภาชนะเดียว เส้นดูดซับซอสจนหอม ส่วนกุ้งช่วยเพิ่มสีสันบนโต๊ะ จึงเหมาะกับงานเลี้ยงที่ต้องการอาหารแบ่งกันรับประทาน

กุ้งอบวุ้นเส้น ให้รสเข้มขึ้นเมื่อผิวสัมผัสความร้อนพอดี โดย กุ้งสด วุ้นเส้นแห้ง และขิงแก่หั่น 5-6 แว่น เติมทั้งความหอมและความฉ่ำ กินเป็นจานหลักหรือของกินเล่นได้ ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ

สูตรด้านล่างเรียบเรียงสำหรับ 1-2 ที่ ควรแช่วุ้นเส้นให้นุ่มก่อนปรุงและหลีกเลี่ยงการอบกุ้งนานเกินไป หลังสุกควรรับประทานทันทีเพื่อให้เนื้อกุ้งยังนุ่ม

ส่วนผสม

  • กุ้งสด 5-6 ตัว
  • วุ้นเส้นแห้ง 60 กรัม
  • ขิงแก่หั่น 5-6 แว่น
  • กระเทียมบุบ 2 กลีบ
  • รากผักชี 1 ราก
  • ขึ้นฉ่าย 1 ต้น
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • พริกไทย 1/4 ช้อนชา
  • น้ำหรือน้ำซุป 100 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. แช่วุ้นเส้นในน้ำจนนุ่มแล้วสะเด็ดน้ำ
  2. ผสมซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม น้ำมันงา น้ำตาล พริกไทย และน้ำซุป
  3. รองหม้อด้วยขิง กระเทียม และรากผักชี
  4. วางวุ้นเส้น ราดซอส แล้วเรียงกุ้งด้านบน
  5. ปิดฝาและอบด้วยไฟกลางอ่อนจนกุ้งสุกและเส้นดูดซับน้ำปรุง
  6. ใส่ขึ้นฉ่าย ปิดฝาอีกครู่แล้วนำขึ้นเสิร์ฟ

เคล็ดลับจัดโต๊ะอาหารมงคลให้ง่ายและเสิร์ฟทันเวลา

เริ่มจากแบ่งเมนูออกเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ของหวานทำล่วงหน้าได้ อาหารนึ่งที่ต้องเสิร์ฟร้อน และอาหารจานหลักที่ควรปรุงใกล้เวลาเสิร์ฟ ขนมทองเอก ขนมชั้น เม็ดขนุน และเสน่ห์จันทน์เหมาะเตรียมก่อน ส่วนฮะเก๋า ขนมจีบ และปลานึ่งควรวางแผนรอบนึ่งให้ชัดเจน

โต๊ะที่มีขนมหวานหลายรายการควรเพิ่มอาหารรสสดชื่นหรือเค็มอ่อนเพื่อสร้างสมดุล ปลานึ่งมะนาว ติ่มซำ และหมี่ซั่วช่วยลดความรู้สึกหนักจากขนมไข่และกะทิได้ดี ส่วนเมนูทอดควรทำใกล้เวลาเสิร์ฟเพื่อรักษาความกรอบ

ก่อนขยายสูตรสำหรับแขกจำนวนมาก ควรทดลองทำสูตรเล็กหนึ่งรอบและบันทึกน้ำหนักหลังสุก จำนวนชิ้นต่อสูตร และเวลาที่ใช้จริง การเพิ่มวัตถุดิบหลายเท่าโดยไม่ทดสอบอาจทำให้เวลานึ่ง การกวน และการทอดเปลี่ยนจากชุดเล็กอย่างชัดเจน

หากต้องการเพิ่มจานที่เตรียมง่ายและลดภาระเตา สามารถเลือกบางรายการจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน มาสลับกับของทอดแบบน้ำมันท่วม ช่วยกระจายงานระหว่างอุปกรณ์หลายชนิดได้ดีขึ้น

เมนูควรมีทางเลือกสำหรับแขกที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์บางประเภทด้วย การเพิ่มผักหรือเห็ดเป็นจานเสริมช่วยให้โต๊ะสมดุลขึ้น โดยดูไอเดียจาก เมนูเห็ดเข็มทอง แล้วปรับรสให้เข้ากับชุดอาหารหลัก

ด้านความปลอดภัยควรแยกเขียงและอุปกรณ์ของวัตถุดิบดิบออกจากอาหารพร้อมรับประทาน เก็บอาหารทะเล เนื้อสัตว์ และไส้ติ่มซำในความเย็นจนถึงเวลาปรุง ของร้อนควรเสิร์ฟโดยไม่ปล่อยค้างที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน

สรุป

การจัด อาหารมงคลงานแต่ง ให้ครบทั้งความหมายและความอร่อยทำได้ง่ายขึ้นเมื่อวางเมนูเป็นชุด ขนมตระกูลทองช่วยสร้างธีมของหวาน ขนมชั้นและซิ่วท้อเพิ่มสีสัน ส่วนหมี่ซั่ว ติ่มซำ เป็ดย่าง ปลานึ่ง และกุ้งอบวุ้นเส้นช่วยให้โต๊ะมีอาหารคาวหลากหลาย

หลักฐานแต่ละคลิปมีรายละเอียดไม่เท่ากัน บางรายการมีอัตราส่วนชัดเจน ขณะที่บางรายการยืนยันเพียงชื่อเมนู สูตรที่เรียบเรียงเพิ่มเติมในบทความจึงทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทดลองทำในปริมาณเล็ก และแยกออกจากข้อมูลที่แคปชันยืนยันอย่างชัดเจน

ก่อนใช้กับงานจริง ควรทดลองรสชาติ ขนาดต่อชิ้น เวลาปรุง และจำนวนเสิร์ฟอย่างน้อยหนึ่งรอบ จากนั้นจึงขยายปริมาณตามจำนวนแขก วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องรสชาติไม่คงที่ อาหารสุกไม่พร้อมกัน และปริมาณเหลือเกินความจำเป็น

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก Aroimak
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button