20 เมนูโยเกิร์ต ทำง่าย ต่อยอดได้ทั้งคาวและหวาน
- รวมไอเดียโยเกิร์ตทั้งของหวาน เครื่องดื่ม อาหารเช้า และเมนูคาว
- มีทั้งสูตรไม่ใช้เตา สูตรหม้อทอดไร้น้ำมัน เมนูแช่เย็น และเมนูแช่แข็ง
- สูตรส่วนใหญ่ปรับปริมาณสำหรับรับประทาน 1-2 ที่ พร้อมวัตถุดิบหาไม่ยาก
- เรียงเมนูตามหลักฐานจากคลิปต้นทาง พร้อม canonical TikTok URL ของแต่ละรายการ
โยเกิร์ตเป็นวัตถุดิบที่นำไปต่อยอดได้มากกว่าการตักใส่ถ้วยรับประทานกับผลไม้ เนื้อสัมผัสเปรี้ยวละมุนช่วยเพิ่มมิติให้ทั้งเค้ก ไอศกรีม สมูทตี้ ทาร์ต และอาหารเช้าแบบง่าย เหมาะกับวันที่อยากเตรียมของกินโดยใช้วัตถุดิบไม่มาก
ชุด เมนูโยเกิร์ต ต่อไปนี้รวบรวมแนวคิดจากคลิป TikTok 20 รายการ แล้วพัฒนาเป็นสูตรสำหรับครัวบ้าน โดยยึดชื่อเมนูและรายละเอียดที่ปรากฏใน caption เป็นหลัก ส่วนปริมาณหรือขั้นตอนที่ต้นทางไม่ได้ระบุจะจัดทำเป็นแนวทางใช้งานจริงแยกจากข้อมูลที่คลิปยืนยัน
หลายสูตรยังต่อยอดกับวัตถุดิบในครัวได้ง่าย เช่น ผลไม้สด บิสกิต ขนมปัง ไข่ หรือถั่ว หากกำลังหาเมนูเพิ่มสำหรับมื้อเช้าและของว่าง สามารถดู สูตรขนมปัง ไว้จับคู่กับโยเกิร์ตทั้งแบบหวานและแบบคาวได้
หัวใจของเมนูจากโยเกิร์ตอยู่ที่การเลือกชนิดให้เหมาะกับสูตร โยเกิร์ตธรรมดาให้เนื้อเบาและมีความชื้นสูง ส่วนกรีกโยเกิร์ตมีเนื้อข้นกว่า เหมาะกับการทำท็อปปิ้ง ดิป ขนมแช่เย็น และเมนูที่ต้องการเนื้อสัมผัสแน่น
1. เค้กโอรีโอ้โยเกิร์ตไม่อบ
เมนูแรกเป็นเค้กแช่เย็นที่จับคู่โยเกิร์ตกับโอรีโอ้ เหมาะกับวันที่ไม่อยากเปิดเตา เนื้อบิสกิตจะค่อย ๆ นุ่มขึ้นหลังพักในตู้เย็น ทำให้ได้สัมผัสคล้ายไอซ์บ็อกซ์เค้ก
จุดเด่นของ เค้กโอรีโอ้โยเกิร์ตไม่อบ อยู่ที่กลิ่นหอมและเนื้อสัมผัสที่ชัดเจน การจัด โอรีโอ้ และกรีกโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตเนื้อข้น ให้มีขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกันและเสิร์ฟได้สวย เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ
ควรแช่เย็นตลอดการเซตตัวและไม่วางผลิตภัณฑ์นมไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน หากใช้โยเกิร์ตรสหวานอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลเพิ่ม
ส่วนผสม
- โอรีโอ้ 8 ชิ้น
- กรีกโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตเนื้อข้น 180 กรัม
วิธีทำ
- แยกโอรีโอ้ 2 ชิ้นสำหรับบดเป็นครัมป์โรยหน้า
- วางโอรีโอ้ส่วนที่เหลือในกล่องหรือถ้วยขนาดเล็ก
- ปาดโยเกิร์ตให้คลุมบิสกิตจนทั่ว แล้วเรียงสลับชั้นตามต้องการ
- โรยโอรีโอ้บดด้านบน ปิดฝาแล้วแช่เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
- รับประทานทันทีหลังนำออกจากตู้เย็น
2. ผลไม้จิ้มกรีกโยเกิร์ต
จานนี้เน้นผลไม้สดกรอบหวาน กรีกโยเกิร์ตเนื้อหนึบ น้ำผึ้ง และครัมป์บิสกิต เหมาะเป็นของว่างที่ใช้เวลาเตรียมไม่นานและปรับชนิดผลไม้ตามฤดูกาลได้
ผลไม้จิ้มกรีกโยเกิร์ต กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ กรีกโยเกิร์ต สตรอเบอร์รี่ 4 ลูก และแอปเปิลครึ่งผล เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว
ผลไม้ควรล้างให้สะอาดและซับน้ำก่อนจัดจาน เพื่อลดน้ำส่วนเกินที่ทำให้โยเกิร์ตเหลว หากใช้องุ่นกับเด็กเล็กควรผ่าตามแนวยาวก่อนเสิร์ฟ
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 120 กรัม
- สตรอเบอร์รี่ 4 ลูก
- แอปเปิลครึ่งผล
- องุ่น 8-10 ลูก
- น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา
- บิสคอฟบด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ล้างผลไม้ ซับให้แห้ง แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- ตักกรีกโยเกิร์ตลงถ้วยเล็ก
- ราดน้ำผึ้งบาง ๆ และโรยบิสคอฟบด
- จัดผลไม้รอบถ้วยแล้วรับประทานแบบจิ้ม
3. ซาวโดวกรีกโยเกิร์ตน้ำมันมะกอก
กรีกโยเกิร์ตนำมาทำอาหารคาวได้ด้วย เมนูนี้ใช้ขนมปังซาวโดวเป็นฐาน ปาดโยเกิร์ตแล้วเติมน้ำมันมะกอกและเกลือ ได้รสเปรี้ยวมันตัดกับขนมปังกรอบ
ซาวโดวกรีกโยเกิร์ตน้ำมันมะกอก เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย ขนมปังซาวโดว 2 แผ่น กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น
เลือกกรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่มีน้ำตาล และเติมเกลือเพียงเล็กน้อย น้ำมันมะกอกควรเติมหลังปิ้งขนมปังเพื่อรักษากลิ่นหอม
ส่วนผสม
- ขนมปังซาวโดว 2 แผ่น
- กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 100 กรัม
- น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 2 ช้อนชา
- เกลือเล็กน้อย
- พริกไทยดำเล็กน้อยตามชอบ
วิธีทำ
- ปิ้งซาวโดวจนผิวกรอบและด้านในยังนุ่ม
- พักให้คลายร้อนเล็กน้อยแล้วปาดกรีกโยเกิร์ต
- ราดน้ำมันมะกอกบาง ๆ
- โรยเกลือและพริกไทย รับประทานทันที
4. เค้กโยเกิร์ตหม้อทอดไร้น้ำมัน
เค้กถ้วยขนาดเล็กสูตรนี้ใช้โยเกิร์ต ไข่ และแป้งข้าวโพดเป็นฐาน ให้เนื้อชุ่มนุ่มโดยไม่ต้องใช้แป้งเค้ก เหมาะกับทำเป็นของหวานหนึ่งถ้วย
ความอร่อยของ เค้กโยเกิร์ตหม้อทอดไร้น้ำมัน อยู่ที่ความต่างระหว่างผิวกรอบกับเนื้อด้านใน การเตรียม โยเกิร์ต ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน และแป้งข้าวโพด ให้แห้งพอดีช่วยให้ทอดง่ายและได้สีสวย เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย
ไข่ต้องผ่านความร้อนจนเนื้อเค้กเซตเต็มที่ หากสนใจเมนูอบขนาดเล็กเพิ่มเติมสามารถดู เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน เพื่อหาแนวทางต่อยอดได้
ส่วนผสม
- โยเกิร์ต 90 กรัม
- ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 1 ฟอง
- แป้งข้าวโพด 8 กรัม
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- ผลไม้หั่นชิ้นเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- คนโยเกิร์ต ไข่ และน้ำตาลจนเนียน
- เติมแป้งข้าวโพดแล้วคนจนไม่เป็นเม็ด
- เทลงถ้วยทนความร้อนและวางผลไม้ด้านบน
- อบในหม้อทอดไร้น้ำมันที่ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20 นาที หรือจนตรงกลางเซต
- พักให้เย็นก่อนรับประทาน
5. โยเกิร์ตหน้าไหม้
โยเกิร์ตหน้าไหม้เหมาะกับคนชอบของหวานเนื้อครีมและผิวเข้มด้านบน ลักษณะของเมนูชวนให้นึกถึงขนมอบหน้าไหม้ แต่ใช้โยเกิร์ตเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อให้รสสดชื่นขึ้น
โยเกิร์ตหน้าไหม้ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ กรีกโยเกิร์ต ไข่ไก่ และแป้งข้าวโพด เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้
ใช้ถ้วยที่เข้าเตาอบหรือหม้อทอดได้จริง และควรอบจนส่วนผสมไข่เซตตัว ผิวหน้าสามารถเร่งสีช่วงท้ายได้โดยเพิ่มความร้อนช่วงสั้น ๆ พร้อมเฝ้าดูใกล้ชิด
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 150 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- คนกรีกโยเกิร์ต ไข่ น้ำผึ้ง และแป้งข้าวโพดจนเนียน
- เทลงถ้วยทนความร้อน
- อบที่ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 18-22 นาที
- เพิ่มอุณหภูมิช่วงท้ายเล็กน้อยจนผิวมีสีน้ำตาลเข้มตามต้องการ
- พักให้คลายร้อนแล้วแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ
6. สมูทตี้โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ไอซ์ป๊อป
เครื่องดื่มแก้วนี้มีฐานเป็นนมกับโยเกิร์ต เติมไอซ์ป๊อปรสสตรอเบอร์รี่แล้วปั่นกับน้ำแข็ง ได้ความหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นสตรอเบอร์รี่เด่น
สมูทตี้โยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ไอซ์ป๊อป เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย โยเกิร์ต นมจืด และน้ำผึ้งหรือนมข้นหวาน ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้
ความหวานขึ้นกับผลิตภัณฑ์ไอซ์ป๊อปที่ใช้ จึงควรชิมก่อนเติมนมข้นหวานทั้งหมด และดื่มทันทีหลังปั่นเพื่อให้เนื้อสมูทตี้ยังละเอียด
ส่วนผสม
- โยเกิร์ต 50 มิลลิลิตร
- นมจืด 140 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้งหรือนมข้นหวาน 15 มิลลิลิตร
- ไอซ์ป๊อปรสสตรอเบอร์รี่ 3 ซอง
- น้ำแข็ง 1 ถ้วย
วิธีทำ
- ใส่น้ำแข็ง นมจืด โยเกิร์ต และไอซ์ป๊อปลงเครื่องปั่น
- เติมน้ำผึ้งหรือนมข้นหวาน
- ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
- เทใส่แก้วและเสิร์ฟทันที
7. ชีสเค้กโยเกิร์ตแครกเกอร์
สูตรไวรัลนี้ใช้โยเกิร์ตกับแครกเกอร์เพื่อสร้างของหวานที่มีอารมณ์คล้ายชีสเค้กโดยไม่ต้องเตรียมฐานเค้กซับซ้อน เหมาะกับทำล่วงหน้าแล้วแช่เย็นไว้รับประทาน
เสน่ห์ของ ชีสเค้กโยเกิร์ตแครกเกอร์ อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ กรีกโยเกิร์ต แครกเกอร์ 5-6 แผ่น และน้ำผึ้ง ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี
ควรเลือกแครกเกอร์ที่รสไม่เค็มจัด หากใช้โยเกิร์ตเหลวมาก ขนมอาจแฉะเร็วกว่าที่ต้องการ กรีกโยเกิร์ตจึงเหมาะกับการทำเป็นชั้นมากกว่า
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 160 กรัม
- แครกเกอร์ 5-6 แผ่น
- น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา
- น้ำมะนาวครึ่งช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมกรีกโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว
- วางแครกเกอร์ในถ้วยแล้วปาดส่วนผสมโยเกิร์ตทับ
- ทำซ้ำจนได้ 2-3 ชั้น
- ปิดฝาและแช่เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
- รับประทานขณะเย็น
8. โยเกิร์ตผลไม้โบวล์
โยเกิร์ตผลไม้เป็นอาหารเช้าที่ประกอบง่ายและปรับได้แทบทุกวัน เพียงเปลี่ยนผลไม้ ธัญพืช หรือถั่ว ช่วยให้เมนูเดิมมีรสและเนื้อสัมผัสต่างกัน
โยเกิร์ตผลไม้โบวล์ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กล้วยหอมครึ่งผล และสตรอเบอร์รี่ 3 ลูก เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน
เลือกผลไม้ที่สุกกำลังดีและล้างสะอาด หากเติมกราโนล่าควรโรยก่อนรับประทานไม่นานเพื่อรักษาความกรอบ ส่วนถั่วควรเก็บในภาชนะปิดสนิท
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 150 กรัม
- กล้วยหอมครึ่งผล
- สตรอเบอร์รี่ 3 ลูก
- บลูเบอร์รี่ 2 ช้อนโต๊ะ
- กราโนล่า 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตักโยเกิร์ตใส่ชาม
- หั่นกล้วยและสตรอเบอร์รี่เป็นชิ้น
- เรียงผลไม้บนโยเกิร์ต
- โรยกราโนล่าและราดน้ำผึ้งเล็กน้อย
- เสิร์ฟทันที
9. เค้กโยเกิร์ตตวงด้วยช้อน
เมนูนี้เหมาะกับครัวที่ไม่มีเครื่องชั่ง เพราะต้นทางออกแบบสูตรให้ตวงด้วยช้อนกลาง ใช้ส่วนผสมหลักเพียงโยเกิร์ต ไข่ แป้งข้าวโพด และน้ำตาล
เค้กโยเกิร์ตตวงด้วยช้อน มีรสหวานกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสชวนกิน แป้งข้าวโพด 1 ช้อนกลาง ประมาณ โยเกิร์ต 6 ช้อนกลาง ประมาณ และไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน ช่วยสร้างกลิ่นหอมและความนุ่ม เหมาะเสิร์ฟเป็นของว่างหรือของหวานหลังมื้ออาหาร ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้
การอบจริงอาจต่างตามภาชนะและเครื่อง จึงควรตรวจให้ตรงกลางเค้กเซต หากต้องการไอเดียที่ใช้ไข่เป็นวัตถุดิบหลักเพิ่มเติม ดู ไอเดียเมนูไข่ ได้อีกหลายแบบ
ส่วนผสม
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนกลาง ประมาณ 6-8 กรัม
- โยเกิร์ต 6 ช้อนกลาง ประมาณ 90-100 กรัม
- ไข่ไก่เบอร์ 2 จำนวน 1 ฟอง
- น้ำตาลทรายครึ่งช้อนกลาง
- ผลไม้ตามชอบเล็กน้อย
วิธีทำ
- คนโยเกิร์ต ไข่ และน้ำตาลทรายให้เข้ากัน
- เติมแป้งข้าวโพดแล้วคนจนเนียน
- ใส่ผลไม้แล้วเทลงถ้วยขนาดประมาณ 4 นิ้ว
- อบที่ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 15 นาทีหรือจนสุก
- พักให้คลายร้อนก่อนนำออกจากถ้วย
10. บลูเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้
บลูเบอร์รี่กับโยเกิร์ตเข้ากันได้ดีทั้งด้านสี กลิ่น และรสเปรี้ยวหวาน เมื่อนำมาปั่นกับนมและน้ำแข็งจะได้เครื่องดื่มเนื้อข้นที่เหมาะกับมื้อเช้าหรือช่วงอากาศร้อน
จุดเด่นของ บลูเบอร์รี่โยเกิร์ตสมูทตี้ อยู่ที่รสและกลิ่นจาก บลูเบอร์รี่สดหรือแช่แข็ง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ และนมจืด ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส
หากใช้บลูเบอร์รี่แช่แข็งสามารถลดน้ำแข็งลงเพื่อไม่ให้รสจาง ส่วนโยเกิร์ตรสหวานอาจไม่จำเป็นต้องเติมน้ำผึ้งเพิ่ม
ส่วนผสม
- บลูเบอร์รี่สดหรือแช่แข็ง 100 กรัม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 120 กรัม
- นมจืด 80 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา
- น้ำแข็งครึ่งถ้วย
วิธีทำ
- ใส่บลูเบอร์รี่ โยเกิร์ต นม และน้ำแข็งลงเครื่องปั่น
- ปั่นจนละเอียด
- ชิมแล้วเติมน้ำผึ้งตามต้องการ
- ปั่นอีกครั้งสั้น ๆ แล้วเทใส่แก้ว
11. มูสโยเกิร์ตผลไม้
มูสโยเกิร์ตเป็นขนมแช่เย็นที่เหมาะกับวันที่ไม่ต้องการใช้เตา เนื้อโยเกิร์ตถูกทำให้เบาและเซตตัว แล้วแต่งด้วยผลไม้สดเพื่อเพิ่มความสดชื่น
มูสโยเกิร์ตผลไม้ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ กรีกโยเกิร์ต วิปปิงครีม และน้ำตาล เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา
สูตรทำเองควรใช้เจลาตินตามอัตราที่เหมาะสมและละลายให้หมดก่อนผสม ห้ามต้มโยเกิร์ตโดยตรง เพราะความร้อนสูงอาจทำให้เนื้อแยกตัว
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 150 กรัม
- วิปปิงครีม 80 มิลลิลิตร
- น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
- เจลาตินผง 1 ช้อนชา
- น้ำเย็น 1 ช้อนโต๊ะ
- ผลไม้รวม 60 กรัม
วิธีทำ
- โรยเจลาตินลงบนน้ำเย็น พักประมาณ 5 นาที แล้วอุ่นจนละลาย
- ตีวิปปิงครีมกับน้ำตาลจนตั้งยอดอ่อน
- คนกรีกโยเกิร์ตกับเจลาตินที่คลายร้อนแล้ว
- ตะล่อมวิปปิงครีมลงในโยเกิร์ต
- แบ่งใส่ถ้วยและแช่เย็นอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
- แต่งหน้าด้วยผลไม้ก่อนเสิร์ฟ
12. ไอติมโยเกิร์ตผลไม้
ไอติมโยเกิร์ตเป็นเมนูรับหน้าร้อนที่ใช้ผลไม้เพิ่มทั้งสีและรส สามารถเทลงพิมพ์แท่งแล้วแช่แข็งข้ามคืน เตรียมครั้งเดียวเก็บไว้รับประทานได้หลายแท่ง
ไอติมโยเกิร์ตผลไม้ เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย โยเกิร์ตรสธรรมชาติ สตรอเบอร์รี่หรือมะม่วง และน้ำผึ้ง ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น
ผลไม้เนื้อนุ่มอย่างมะม่วง สตรอเบอร์รี่ หรือเบอร์รี่เหมาะกับการปั่น หากทำขายต้องควบคุมความสะอาด อุณหภูมิ และการเก็บรักษาตามหลักอาหารปลอดภัย
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 180 กรัม
- สตรอเบอร์รี่หรือมะม่วง 100 กรัม
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- นมจืด 40 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ปั่นผลไม้ โยเกิร์ต นม และน้ำผึ้งจนละเอียด
- เทส่วนผสมลงพิมพ์ไอศกรีม
- ใส่ไม้ไอศกรีมแล้วนำเข้าช่องแช่แข็ง
- แช่อย่างน้อย 6 ชั่วโมงหรือจนแข็ง
- จุ่มพิมพ์ด้านนอกในน้ำอุณหภูมิห้องชั่วครู่ก่อนดึงออก
13. เค้กโยเกิร์ตบลูเบอร์รี่ไม่เติมน้ำตาล
เค้กโยเกิร์ตบลูเบอร์รี่เป็นอีกทางเลือกของขนมถ้วย เนื้อผลไม้ช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติและแต่งหน้าเค้กให้มีสีสวยโดยไม่ต้องใช้ครีม
เสน่ห์ของ เค้กโยเกิร์ตบลูเบอร์รี่ไม่เติมน้ำตาล อยู่ที่กลิ่นหอมและความหวานที่ปรับได้ โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่เติมน้ำตาล ไข่ไก่ และแป้งข้าวโพด ทำให้เนื้อขนมมีมิติและจัดเสิร์ฟได้ทั้งแบบอุ่นหรือพักให้เย็น เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม
สูตรสำหรับเด็กควรเลือกวัตถุดิบให้เหมาะกับวัยและประวัติการแพ้อาหาร โดยเฉพาะไข่และผลิตภัณฑ์นม บลูเบอร์รี่ควรบดหรือหั่นให้เหมาะกับวัยก่อนเสิร์ฟ
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่เติมน้ำตาล 100 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
- กล้วยสุกบด 2 ช้อนโต๊ะ
- บลูเบอร์รี่ 20 กรัม
วิธีทำ
- คนโยเกิร์ต ไข่ และกล้วยบดจนเข้ากัน
- เติมแป้งข้าวโพดแล้วคนจนเนียน
- เทลงถ้วยทนความร้อนและใส่บลูเบอร์รี่
- อบที่ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 15-20 นาทีจนเนื้อสุกทั่ว
- พักให้เย็นและจัดขนาดชิ้นให้เหมาะก่อนเสิร์ฟ
14. กรีกโยเกิร์ตอัลมอนด์
ของว่างสูตรนี้ใช้เพียงการประกอบวัตถุดิบ เนื้อหนึบของกรีกโยเกิร์ตตัดกับอัลมอนด์กรุบกรอบ เหมาะกับมื้อเช้าเร่งด่วนหรือของว่างระหว่างวัน
กรีกโยเกิร์ตอัลมอนด์ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ กรีกโยเกิร์ต อัลมอนด์อบ และน้ำผึ้ง เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน
ควรใช้อัลมอนด์อบแบบไม่เค็มหากต้องการควบคุมรส และผู้ที่มีประวัติแพ้ถั่วควรเปลี่ยนเป็นผลไม้หรือธัญพืชที่รับประทานได้
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 150 กรัม
- อัลมอนด์อบ 15 กรัม
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ตามชอบ
- อบเชยป่นเล็กน้อย ตามชอบ
วิธีทำ
- ตักกรีกโยเกิร์ตใส่ถ้วย
- สับอัลมอนด์หยาบ ๆ แล้วโรยด้านบน
- เติมน้ำผึ้งและอบเชยตามชอบ
- รับประทานทันทีเพื่อให้อัลมอนด์ยังกรอบ
15. ไอติมโยเกิร์ตบิสคอฟ
โยเกิร์ตกับบิสคอฟให้รสเปรี้ยวมันตัดกับกลิ่นเครื่องเทศและความหวานของบิสกิต เมื่อนำไปแช่แข็งจึงกลายเป็นไอศกรีมที่มีทั้งส่วนเนียนและครัมป์กรุบ
ไอติมโยเกิร์ตบิสคอฟ เป็นเมนูที่ปรับเข้ากับมื้อประจำวันได้ง่าย กรีกโยเกิร์ต วิปปิงครีม และน้ำผึ้ง ช่วยสร้างรสกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กินเป็นจานหลักหรือกับข้าวได้ ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก
ครัมป์บิสกิตดูดความชื้นได้รวดเร็ว หากต้องการสัมผัสกรอบควรแบ่งบางส่วนไว้โรยตอนเสิร์ฟ แทนการผสมทั้งหมดก่อนแช่แข็ง
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 180 กรัม
- วิปปิงครีม 80 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- บิสคอฟ 4 ชิ้น
วิธีทำ
- บดบิสคอฟ 3 ชิ้นให้เป็นชิ้นเล็ก
- คนกรีกโยเกิร์ตกับน้ำผึ้ง
- ตีวิปปิงครีมจนขึ้นฟูเล็กน้อยแล้วตะล่อมกับโยเกิร์ต
- เติมบิสคอฟบดแล้วเทใส่ภาชนะ
- แช่แข็งอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง
- พักที่อุณหภูมิห้องสั้น ๆ ก่อนตักและโรยบิสคอฟที่เหลือ
16. บลูเบอร์รี่โยเกิร์ตทาร์ต
ทาร์ตโยเกิร์ตบลูเบอร์รี่เหมาะกับคนที่ต้องการขนมหน้าตาสวยแต่ไม่อยากเปิดเตา ฐานบิสกิตรับกับไส้โยเกิร์ตรสเปรี้ยว และบลูเบอร์รี่ช่วยเพิ่มสีสัน
จุดเด่นของ บลูเบอร์รี่โยเกิร์ตทาร์ต อยู่ที่รสและกลิ่นจาก แครกเกอร์หรือบิสกิต เนยละลาย และกรีกโยเกิร์ต ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์
ฐานต้องกดให้แน่นและแช่เย็นจนเซต ส่วนไส้ควรใช้กรีกโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตกรองเพื่อป้องกันน้ำส่วนเกินทำให้ฐานนิ่มเร็วเกินไป
ส่วนผสม
- แครกเกอร์หรือบิสกิต 70 กรัม
- เนยละลาย 30 กรัม
- กรีกโยเกิร์ต 160 กรัม
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- บลูเบอร์รี่ 60 กรัม
วิธีทำ
- บดบิสกิตแล้วคลุกกับเนยละลาย
- กดลงในพิมพ์ทาร์ตหรือถ้วยขนาดเล็กให้แน่น
- แช่เย็นประมาณ 30 นาที
- ผสมกรีกโยเกิร์ตกับน้ำผึ้งแล้วตักลงบนฐาน
- แต่งด้วยบลูเบอร์รี่
- แช่เย็นอีก 1-2 ชั่วโมงก่อนเสิร์ฟ
17. กรีกโยเกิร์ตโอรีโอ้
กรีกโยเกิร์ตสามารถตกแต่งเป็นของว่างสนุก ๆ ด้วยโอรีโอ้ เมนูนี้เหมาะกับการจัดถ้วยเป็นธีมหรือทำเป็นอาหารเช้ารสขนมโดยไม่ต้องผ่านความร้อน
กรีกโยเกิร์ตโอรีโอ้ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ กรีกโยเกิร์ต โอรีโอ้ และกล้วยหอมครึ่งผล เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ
หากใช้โอรีโอ้ทั้งชิ้นควรเติมก่อนรับประทานเพื่อรักษาความกรอบ ส่วนโยเกิร์ตที่เปิดแล้วควรนำกลับเข้าตู้เย็นทันทีหลังแบ่งใช้
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 150 กรัม
- โอรีโอ้ 3 ชิ้น
- กล้วยหอมครึ่งผล
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ตามชอบ
วิธีทำ
- ตักกรีกโยเกิร์ตใส่ถ้วย
- หั่นกล้วยเป็นแว่นแล้วเรียงด้านบน
- บดโอรีโอ้ 2 ชิ้นเป็นครัมป์แล้วโรยบนโยเกิร์ต
- ใช้โอรีโอ้ที่เหลือตกแต่งและเติมน้ำผึ้งตามชอบ
- เสิร์ฟทันที
18. เค้กโยเกิร์ตนุ่มเด้ง
เค้กโยเกิร์ตสูตรนี้เด่นที่สัมผัสหอม นุ่ม และเด้ง เหมาะกับทำเป็นเค้กชิ้นเล็กสำหรับมื้อของหวาน อีกจุดน่าสนใจอยู่ที่สามารถเลือกวิธีให้ความร้อนได้มากกว่าหนึ่งแบบ
เค้กโยเกิร์ตนุ่มเด้ง มีรสหวานกลมกล่อมและเนื้อสัมผัสชวนกิน โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไข่ไก่ และแป้งเค้ก ช่วยสร้างกลิ่นหอมและความนุ่ม เหมาะเสิร์ฟเป็นของว่างหรือของหวานหลังมื้ออาหาร เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้
หากเลือกนึ่งควรห่อฝาหม้อด้วยผ้าสะอาดเพื่อลดหยดน้ำตกบนหน้าเค้ก ส่วนการอบต้องตรวจให้ตรงกลางสุกก่อนนำออกจากพิมพ์
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 100 กรัม
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- แป้งเค้ก 45 กรัม
- น้ำตาลทราย 20 กรัม
- น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
- ผงฟูครึ่งช้อนชา
วิธีทำ
- ตีไข่กับน้ำตาลจนส่วนผสมเข้ากัน
- เติมโยเกิร์ตและน้ำมันแล้วคนให้เนียน
- ร่อนแป้งกับผงฟูลงไป ตะล่อมจนไม่มีผงแป้ง
- เทลงพิมพ์ขนาดเล็ก
- สำหรับการอบ ใช้อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสประมาณ 20-25 นาที
- สำหรับการนึ่ง ใช้ไฟกลางประมาณ 20-25 นาทีและตรวจให้เนื้อด้านในสุก
19. ซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ต
ซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตให้รสหวานอมเปรี้ยวและสัมผัสเนียนนุ่ม สามารถรับประทานเปล่าหรือเติมผลไม้ ครัมป์บิสกิต และซอสผลไม้ตามชอบ
จุดเด่นของ ซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ต อยู่ที่รสและกลิ่นจาก กรีกโยเกิร์ต กล้วยแช่แข็ง 1 ผลเล็ก และนมจืด ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล
สูตรด้านล่างจึงเป็นเวอร์ชันทำในครัวบ้าน เนื้อสัมผัสอาจไม่เหมือนเครื่องซอฟต์เสิร์ฟเชิงพาณิชย์ หากแช่แข็งนานเกินไปควรพักให้คลายตัวก่อนปั่นหรือเสิร์ฟ
ส่วนผสม
- กรีกโยเกิร์ต 200 กรัม
- กล้วยแช่แข็ง 1 ผลเล็ก
- นมจืด 50 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- แช่กรีกโยเกิร์ตในพิมพ์น้ำแข็งประมาณ 3-4 ชั่วโมง
- ใส่โยเกิร์ตแช่แข็ง กล้วย นม และน้ำผึ้งลงเครื่องปั่นกำลังสูง
- ปั่นเป็นช่วงสั้น ๆ พร้อมปาดขอบจนเนื้อเนียนข้น
- บีบหรือตักใส่ถ้วยแล้วเสิร์ฟทันที
20. กรีกโยเกิร์ตโฮมเมดเนื้อหนึบ
กรีกโยเกิร์ตเนื้อหนึบเหมาะสำหรับตักรับประทานกับผลไม้ ใช้แทนครีมในของหวาน หรือปาดบนขนมปัง ความข้นเกิดจากการลดเวย์ออกจากโยเกิร์ตจนได้เนื้อแน่นขึ้น
กรีกโยเกิร์ตโฮมเมดเนื้อหนึบ กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ และผ้าขาวบางสะอาดหรือถุงกรองอาหาร 1 ผืน เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ
การทำที่บ้านต้องรักษาความเย็นตลอดช่วงกรอง ไม่ควรวางโยเกิร์ตทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์หลายชั่วโมง และอุปกรณ์สัมผัสอาหารควรสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน
ส่วนผสม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 400 กรัม
- ผ้าขาวบางสะอาดหรือถุงกรองอาหาร 1 ผืน
วิธีทำ
- วางกระชอนบนชามแล้วปูด้วยผ้าขาวบางสะอาด
- เทโยเกิร์ตลงบนผ้าแล้วรวบขอบ
- นำทั้งชุดเข้าตู้เย็นและปล่อยให้เวย์ไหลออกประมาณ 8-12 ชั่วโมง
- หากต้องการเนื้อแน่นมากให้กรองต่อจนได้ความข้นตามต้องการ
- ตักใส่กล่องสะอาด ปิดฝาและเก็บในตู้เย็น
- ใช้เป็นฐานของหวาน หรือจับคู่กับเมนูจาก สูตรปลาแซลมอน ในรูปแบบดิปโยเกิร์ตรสคาวได้
เคล็ดลับทำเมนูโยเกิร์ตให้อร่อยและเก็บง่าย
เลือกโยเกิร์ตตามเนื้อสัมผัสที่ต้องการ สูตรสมูทตี้ใช้โยเกิร์ตธรรมดาได้ดี ส่วนทาร์ต ดิป และขนมที่ต้องการความแน่นควรเลือกกรีกโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตที่ผ่านการกรอง
สำหรับเมนูหวาน เริ่มจากความหวานต่ำก่อนแล้วค่อยเพิ่มน้ำผึ้ง น้ำตาล หรือผลไม้ เพราะโยเกิร์ตแต่ละยี่ห้อมีระดับความหวานต่างกัน การใช้ผลไม้สุกยังช่วยลดปริมาณสารให้ความหวานได้
เมนูที่ใส่ไข่ต้องผ่านความร้อนจนสุก โดยเฉพาะเค้กถ้วยที่ตรงกลางหนากว่าขอบ หากชอบสูตรขนาดเล็กที่เตรียมรวดเร็ว เมนูไมโครเวฟ เป็นอีกกลุ่มที่เหมาะสำหรับหาไอเดียมื้อเร่งด่วน
ของหวานแช่เย็นควรใส่ภาชนะปิดสนิทและนำกลับเข้าตู้เย็นทันทีหลังแบ่งรับประทาน ส่วนไอศกรีมและไอติมควรเก็บในช่องแช่แข็งโดยหลีกเลี่ยงการละลายแล้วนำกลับไปแช่ซ้ำหลายครั้ง
ผลไม้สดควรล้างและซับให้แห้งก่อนวางบนโยเกิร์ต โดยเฉพาะสูตรทาร์ตและไอซ์บ็อกซ์เค้ก เพราะน้ำจากผลไม้สามารถทำให้ฐานบิสกิตนิ่มเร็ว หากต้องการเพิ่มความกรอบ ควรโรยถั่วหรือครัมป์ก่อนเสิร์ฟ
สรุป
ทั้ง 20 สูตรแสดงให้เห็นว่าโยเกิร์ตนำไปทำอาหารได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ผลไม้โบวล์และขนมปังหน้าโยเกิร์ต ไปจนถึงเค้ก ทาร์ต มูส สมูทตี้ ไอศกรีม และกรีกโยเกิร์ตโฮมเมด จึงเป็นวัตถุดิบที่เหมาะสำหรับติดตู้เย็นไว้ใช้งานหลายมื้อ
จุดสำคัญอยู่ที่การแยกข้อมูลจากต้นทางกับสูตรประยุกต์ คลิปบางรายการให้ส่วนผสมและวิธีทำค่อนข้างครบ ขณะที่หลายคลิปยืนยันเพียงชื่อเมนูหรือการจับคู่วัตถุดิบ สูตรที่เติมรายละเอียดจึงออกแบบให้เหมาะกับปริมาณ 1-2 ที่และใช้วิธีที่ทำตามได้ในครัวบ้าน
เริ่มจากเมนูประกอบง่ายอย่างโยเกิร์ตผลไม้ กรีกโยเกิร์ตอัลมอนด์ หรือซาวโดวหน้าโยเกิร์ต แล้วค่อยต่อยอดไปสู่เค้กและขนมแช่เย็น เมื่อลองหลายแบบจะเห็นว่า เมนูโยเกิร์ต สามารถเปลี่ยนจากอาหารเช้าง่าย ๆ ไปเป็นของหวานหรือเมนูคาวได้โดยใช้วัตถุดิบพื้นฐานเพียงไม่กี่อย่าง









