สูตรอาหาร

20 เมนูอาหารใต้ ทำเองได้ อร่อยครบแบบต้นตำรับ

  • รวมอาหารปักษ์ใต้ 20 สูตร ตั้งแต่แกงรสจัด เมนูผัด ไปจนถึงอาหารพื้นบ้านกินกับผักสด
  • มีทั้งแกงไตปลา คั่วกลิ้ง แกงเหลือง หมูฮ้อง ไก่กอและ สะตอผัดกะปิ และข้าวยำ
  • สูตรปรับปริมาณสำหรับ 1-2 ที่ พร้อมแนวทางปรุงรสและการใช้วัตถุดิบอย่างปลอดภัย
  • อ้างอิงชื่อเมนูและรายละเอียดที่ปรากฏในคลิป TikTok ตามลำดับหลักฐานที่กำหนด

อาหารปักษ์ใต้โดดเด่นด้วยเครื่องแกงเข้มข้น สมุนไพรสด และรสเผ็ดที่ชัดเจน หลายจานมีรสเค็ม เปรี้ยว หรือหวานแทรกอย่างพอดี จึงกินคู่ข้าวสวย ขนมจีน และผักสดได้ลงตัวตั้งแต่มื้อธรรมดาไปจนถึงมื้อใหญ่ของครอบครัว

การทำอาหารใต้ที่บ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากขั้นตอนซับซ้อน พริกแกงใต้ กะปิ ขมิ้น ตะไคร้ ใบมะกรูด และวัตถุดิบสดไม่กี่ชนิดช่วยสร้างกลิ่นรสได้ดี หลายสูตรยังปรับระดับความเผ็ดได้ตามความเหมาะสมโดยไม่ทำให้เอกลักษณ์ของจานหายไป

รายการต่อไปเรียงตาม evidence ที่กำหนด พร้อมแยกข้อมูลที่คลิปยืนยันออกจากสูตรสำหรับทำกินจริง บางคลิปมีส่วนผสมละเอียด ขณะที่บางคลิปยืนยันเพียงชื่อเมนู จึงไม่ตีความว่ารายละเอียดเพิ่มเติมมาจากเจ้าของคลิปเมื่อ caption ไม่ได้ระบุไว้

หัวใจของอาหารใต้ไม่ได้อยู่ที่ความเผ็ดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสมดุลของเครื่องแกง สมุนไพร ความเค็ม ความเปรี้ยว และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่

1. แกงไตปลา

แกงไตปลาเป็นแกงใต้รสเข้มที่ใช้ไตปลาและเครื่องแกงเป็นฐาน กลิ่นสมุนไพรชัด มีผักหลายชนิดและเนื้อปลา เหมาะกินกับขนมจีน ข้าวสวย และผักเหนาะสดเพื่อลดความจัดของน้ำแกง

บทความที่เกี่ยวข้อง

จุดเด่นของ แกงไตปลา อยู่ที่น้ำแกงหอมและรสซึมเข้าเนื้อ ไตปลา เนื้อปลาโอย่างแกะ และพริกแกงไตปลา ช่วยเติมความหวานธรรมชาติและเนื้อสัมผัส ทำให้เป็นเมนูหม้อเดียวที่กินง่าย เหมาะเสิร์ฟร้อนหลังปรุงเสร็จ

ไตปลามีความเค็มแตกต่างกันตามยี่ห้อ ควรชิมก่อนเติมเครื่องปรุงเพิ่ม และต้มส่วนผสมให้เดือดทั่วถึงก่อนรับประทาน ผักเนื้อแข็งควรใส่ก่อนผักที่สุกง่ายเพื่อให้เนื้อสัมผัสดี

@maebanofficial

แกงไตปลา ส่วนผสม ปลาโอย่างแกะเอาแต่เนื้อ 400 กรัม น้ำพริกแกงไตปลา 230 กรัม ลูกเหรียง 100 กรัม ฟักทองหั่นชิ้น 300 กรัม หน่อไม้หั่นชิ้นลวก 300 กรัม มันขี้หนู 200 กรัม มะเขือเปราะ 7 ลูก ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 150 กรัม ส้มแขก 10 กรัม เม็ดมะม่วงหิมพานต์แช่น้ำเปล่าให้นุ่ม 80 กรัม ใบมะกรูดฉีกก้านกลางออก 7 ใบ พริกขี้หนูสวนสำหรับโรย 50 กรัม น้ำเปล่า 2 ลิตร ขนมจีน ผักเหนาะ เช่น สะตอ ลูกเนียง หน่อเหรียง ใบมันปู ยอดมะม่วงหิมพานต์ แตงกวา ถั่วงอก ส่วนผสมไตปลาต้ม ไตปลา 200 กรัม เคยปลา 125 กรัม ตะไคร้หั่นท่อนทุบพอแตก 2 ต้น ข่าหั่นแว่น 5 แว่น ใบมะกรูดฉีกก้านกลางออก 5 ใบ ขมิ้น 1 แง่ง เนื้อมะขามเปียก 10 กรัม น้ำเปล่า 500 กรัม วิธีทำ 1. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ไตปลา เคยปลา (ใส่เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของน้ำแกง) ขมิ้น เนื้อมะขามเปียก (ใส่เพื่อลดกลิ่นคาวของไตปลา) คนให้เข้ากัน พอเดือดเบาไฟ เคี่ยวสักครู่ ยกลงกรองด้วยกระชอน 2. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด ใส่ส่วนผสมไตปลาที่ต้มไว้ ใส่น้ำพริกแกงคนให้ละลายตามด้วยส้มแขก เดือดอีกครั้งใส่หน่อไม้ ฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ มะเขือเปราะต้มพอเริ่มสุกใส่มันขี้หนู ต้มต่อจนส่วนผสมสุกทั่ว 3. ใส่ปลาโอ ถั่วฝักยาว เดือดอีกครั้งใส่ใบมะกรูด ลูกเหรียง พริกขี้หนูสวน คนให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะเสิร์ฟพร้อมขนมจีนและผักเหนาะ #เมนู #เมนูวันนี้ #ก้นครัว #ห้องครัว #ครัวtiktok #เทรนด์วันนี้ #อาหารไทย #tiktokพากิน #tiktok #tiktokuni #fypシ #fypシ゚viral #entertainment #แกงไตปลา #ปลาโอ #ไตปลา #อาหารใต้

♬ เสียงต้นฉบับ – 🎤🪗🎧อาณาจักรของเพลง🎧🪗🎤 – 🎤🪗🎧อาณาจักรของเพลง🎧🪗🎤

ส่วนผสม

  • ไตปลา 50 กรัม
  • เนื้อปลาโอย่างแกะ 120 กรัม
  • พริกแกงไตปลา 50 กรัม
  • ฟักทองหั่นชิ้น 100 กรัม
  • หน่อไม้ต้ม 100 กรัม
  • มะเขือเปราะ 2 ลูก
  • ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 50 กรัม
  • ลูกเหรียง 30 กรัม
  • ส้มแขก 2 ชิ้น
  • ตะไคร้ทุบ 1 ต้น
  • ข่าหั่น 3 แว่น
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • ขมิ้นสด 1 ชิ้นเล็ก
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนชา
  • น้ำ 600 มิลลิลิตร
  • ขนมจีนและผักสดสำหรับเสิร์ฟ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำ 200 มิลลิลิตรกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น ไตปลา และน้ำมะขามเปียกจนเดือดประมาณ 5 นาที
  2. กรองน้ำต้มไตปลา แล้วนำกลับขึ้นตั้งไฟ เติมน้ำที่เหลือและพริกแกง คนจนพริกแกงละลาย
  3. ใส่ฟักทองและหน่อไม้ ต้มจนเกือบนุ่ม ตามด้วยมะเขือเปราะและถั่วฝักยาว
  4. ใส่เนื้อปลา ลูกเหรียง และส้มแขก ต้มต่อจนทุกอย่างร้อนทั่ว ชิมก่อนปรุงเพิ่ม
  5. เสิร์ฟกับขนมจีนและผักสด หากชอบกับข้าวจากเนื้อหมู สามารถดู สูตรหมูกรอบ เพิ่มเป็นไอเดียมื้อเดียวกันได้

2. แกงไตปลาแบบง่าย

แกงไตปลาสูตรนี้เน้นวัตถุดิบหาได้สะดวก มีหน่อไม้ มะเขือเปราะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว และเนื้อปลาทูย่าง น้ำแกงเข้มข้นจากพริกแกงใต้ กะปิ และไตปลา

แกงไตปลาแบบง่าย เหมาะกับมื้อครอบครัวเพราะเสิร์ฟร้อนได้เต็มหม้อ รสจาก ไตปลา น้ำ และหน่อไม้ต้ม ผสานกันจนได้ทั้งความหอม ความนุ่ม และน้ำซุปที่กินคล่องคอ จัดเป็นมื้อกลางวันได้ลงตัว

caption ไม่ได้ระบุขั้นตอนปรุงเป็นลำดับ สูตรด้านล่างจึงเรียบเรียงเพื่อใช้งานในครัวโดยยึดวัตถุดิบตามหลักฐาน และลดปริมาณให้เหมาะสำหรับ 1-2 ที่

@krua.pa.pleon

แกงไตปลา🍃 แบบง่ายๆ อร่อยเผ็ดร้อน ทานกับขนมจีนอร่อยมาก😋 🥣อัตราส่วน 1. ไตปลา 1 ขวด 2. น้ำเปล่า 1500 มล. 3. หน่อไม้ต้มสุก 300 กรัม 4. มะเขือเปราะ 300 กรัม 5. มะเขือพวง 100 กรัม 6. ถั่วฝักยาว หั่นท่อน 100 กรัม 7. เนื้อปลาทูย่าง 1 ถ้วย 8. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ 9. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ 10. ข่าหั่นแว่น 5-6 แว่น 11. ตะไคร้ 2 ต้น 12. ใบมะกรูดฉีก 15 ใบ 13. พริกแกงเผ็ดใต้ 100 กรัม 14. กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ #แกงไตปลา #อาหารใต้ #แจกสูตร #ห้องครัวtiktok #tiktokทําอาหาร #tiltokพากิน #ครัวพาเพลิน

♬ ME GUSTA LA CUMBIA – Abaco

ส่วนผสม

  • ไตปลา 50 กรัม
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร
  • หน่อไม้ต้ม 100 กรัม
  • มะเขือเปราะ 100 กรัม
  • มะเขือพวง 30 กรัม
  • ถั่วฝักยาว 40 กรัม
  • เนื้อปลาทูย่าง 80 กรัม
  • พริกแกงเผ็ดใต้ 35 กรัม
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนชา
  • ข่า 3 แว่น
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • ใบมะกรูด 5 ใบ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำกับข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และไตปลาให้เดือด 5 นาที
  2. เติมพริกแกงและกะปิ คนจนละลายแล้วต้มต่อให้กลิ่นเครื่องแกงออก
  3. ใส่หน่อไม้ มะเขือเปราะ และมะเขือพวง ต้มจนผักนุ่มตามต้องการ
  4. ใส่เนื้อปลาทูและถั่วฝักยาว ปรุงด้วยน้ำมะขามและน้ำตาลมะพร้าว
  5. ชิมความเค็มจากไตปลาก่อนเติมเครื่องปรุงอื่น แล้วต้มให้เดือดอีกครั้งก่อนยกลง

3. คั่วกลิ้งหมูสับ

คั่วกลิ้งหมูสับเป็นเมนูผัดแห้งรสจัด กลิ่นพริกแกงใต้และสมุนไพรเด่น หมูสับช่วยรับเครื่องแกงได้ทั่วถึง เหมาะกินกับข้าวร้อน ผักสด หรือไข่ต้มเพื่อตัดความเผ็ด

คั่วกลิ้งหมูสับ เด่นที่กลิ่นกระทะและซอสเคลือบวัตถุดิบอย่างพอดี หมูสับ พริกแกงคั่วกลิ้ง และกะปิ ช่วยให้จานนี้มีทั้งความหอมและเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อเร่งรีบที่อยากได้รสเข้ม เพิ่มผักเคียงช่วยให้จานครบขึ้น

สูตรด้านล่างจึงเป็นสัดส่วนสำหรับทำกิน 1-2 ที่ ไม่ได้อ้างว่าเป็นสูตรจากคลิปโดยตรง ควรผัดหมูจนสุกทั่วและไม่มีสีชมพูก่อนเสิร์ฟ

ส่วนผสม

  • หมูสับ 250 กรัม
  • พริกแกงคั่วกลิ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ช้อนชา
  • ตะไคร้ซอย 1 ต้น
  • ใบมะกรูดซอย 4 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าซอย 1 เม็ด
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
  • น้ำ 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและพริกแกง ผัดจนหอม
  2. เติมกะปิและน้ำเล็กน้อย คนให้เครื่องแกงกระจายตัว
  3. ใส่หมูสับ ผัดและยีให้ร่วนจนสุกทั่ว
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว ผัดต่อจนค่อนข้างแห้ง
  5. ใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกชี้ฟ้า ผัดอีกครู่แล้วเสิร์ฟ

4. คั่วกลิ้งหมูลูกเหรียง

คั่วกลิ้งหมูลูกเหรียงเพิ่มรสขมนิดและกลิ่นเฉพาะของลูกเหรียงให้กับหมูผัดเครื่องแกง รสเค็ม เผ็ด และมันเข้ากันกับข้าวสวยร้อนเป็นพิเศษ

รสของ คั่วกลิ้งหมูลูกเหรียง ควรกลมกล่อมโดยไม่แฉะ การผัด หมูบดติดมัน ลูกเหรียง และพริกแกงเผ็ดใต้ ด้วยไฟเหมาะสมช่วยให้วัตถุดิบยังมีเนื้อสัมผัสและรับซอสได้ทั่วถึง เหมาะกับมื้อเย็นที่ต้องการความเรียบง่าย

ระหว่างผัดควรทำหมูให้สุกทั่วก่อนชิม และไม่จำเป็นต้องผัดสมุนไพรช่วงท้ายเป็นเวลานาน เพราะกลิ่นหอมสดของตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดจะลดลงเมื่อได้รับความร้อนมากเกินไป

@cheffonkonkrua

“หอมเครื่องแกงใต้แรง! ลูกเหรียงขมนิด เค็มเผ็ดมัน แซ่บถึงใจ!” #คั่วกลิ้ง #คั่วกลิ้งหมูลูกเหรียง #อาหารใต้ #กับข้าววันนี้ ​ #อาหารทําเอง #ทําอาหารกินเองง่ายๆ ​ #ห้องครัวtiktok #tiktokfood #tiktokอาหาร #เชฟฝนก้นครัว สูตร คั่วกลิ้งหมูใส่ลูกเหรียง 🐖 วัตถุดิบ -หมูสับหรือหมูบดติดมัน 300 กรัม -ลูกเหรียง ตามชอบ -พริกแกงเผ็ดใต้ 3 ช้อนโต๊ะ (แบบใต้แท้ ๆ จะหอมมาก) -กะปิ​ 1​ช้อนชา -ตะไคร้ซอยบาง 2 ต้น -ข่าซอยบาง 1 ช้อนโต๊ะ -ใบมะกรูดซอย 4–5 ใบ -พริกชี้ฟ้า​ 1​เม็ด​ -น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ -น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา (หรือไม่ใส่ถ้าไม่ชอบหวาน)​ -น้ำมันพืชเล็กน้อยสำหรับผัด 👩‍🍳 วิธีทำ 1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดพริกแกงเผ็ดกับกะปิให้หอม (ไฟกลาง) จนเริ่มแห้งและส่งกลิ่น 2. ใส่หมูบดลงไป ผัดให้เข้ากับเครื่องแกงจนหมูร่วน และเริ่มแห้ง 3. เติมลูกเหรียงลงผัด ผัดให้เข้ากัน ใช้ไฟกลางไปจนถึงแรงเล็กน้อย ให้ลูกเหรียงนิ่มลงเล็กน้อย 4. ปรุงรส ใส่น้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามชอบ 5. ใส่ตะไคร้ ข่า พริกชีฟ้าและใบมะกรูดซอย ผัดเร็ว ๆ แค่พอร้อนและหอม ไม่ต้องนาน จะได้กลิ่นสดนุ่มแบบสมุนไพรธรรมชาติ 6. ตักเสิร์ฟ จัดจาน กินคู่ข้าวสวยร้อน ๆ หรือข้าวไรซ์เบอร์รีก็เข้ากันมาก

♬ เสียงต้นฉบับ – Clothear Official – Clothear vestiaire

ส่วนผสม

  • หมูบดติดมัน 200 กรัม
  • ลูกเหรียง 50 กรัม
  • พริกแกงเผ็ดใต้ 2 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1/2 ช้อนชา
  • ตะไคร้ซอย 1 ต้น
  • ข่าซอย 2 ช้อนชา
  • ใบมะกรูดซอย 3 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าซอย 1/2 เม็ด
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมัน พริกแกง และกะปิ ผัดจนหอม
  2. ใส่หมูบด ผัดให้แตกตัวและสุกทั่ว
  3. เติมลูกเหรียง ผัดต่อจนร้อนและเริ่มนุ่ม
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
  5. ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และพริกชี้ฟ้า ผัดเร็ว ๆ แล้วปิดไฟ

5. แกงเหลืองกุ้งมะละกอดอกปลัง

แกงเหลืองหรือแกงส้มใต้จานนี้รวมกุ้งกับมะละกอและดอกปลัง น้ำแกงเน้นเผ็ดและเปรี้ยว มะละกอช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัส ส่วนดอกปลังให้ความนุ่มและมีรสขมอ่อนตามธรรมชาติ

แกงเหลืองกุ้งมะละกอดอกปลัง เหมาะกับมื้อครอบครัวเพราะเสิร์ฟร้อนได้เต็มหม้อ รสจาก กุ้งสดแกะเปลือก มะละกอดิบหั่นชิ้น และดอกปลัง ผสานกันจนได้ทั้งความหอม ความนุ่ม และน้ำซุปที่กินคล่องคอ แบ่งทำปริมาณเล็กเพื่อชิมรสก่อนได้

การทำที่บ้านควรใส่กุ้งช่วงท้ายและต้มเพียงจนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีทึบเพื่อลดโอกาสเนื้อแข็ง ส่วนมะละกอควรต้มจนสุกก่อนเติมผักที่นุ่มง่าย

@pholfoodmafia

เผ็ด เปรี้ยว เข้มข้นถึงใจ! แกงเหลืองใต้รสจัด ซดร้อนๆ กับกุ้งเด้งๆ มะละกอเปื่อยนิดๆ ดอกปลังนุ่มขมนิดๆ คือจานนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ 🔥🍤🥄 #แกงเหลืองกุ้งมะละกอดอกปลัง #SouthernThaiYellowCurrywithShrimpandVegetables #แม่พลอย #ชาวเกาะ #แจกสูตร #fasttrack #พลพรรคนักปรุงHOMECOOKED #PHOLFOODMAFIA #chefyeast🧔🏻

♬ เสียงต้นฉบับ – Pholfoodmafia – Pholfoodmafia

ส่วนผสม

  • กุ้งสดแกะเปลือก 180 กรัม
  • มะละกอดิบหั่นชิ้น 150 กรัม
  • ดอกปลัง 70 กรัม
  • พริกแกงเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำให้เดือด ใส่พริกแกงและกะปิ คนจนละลาย
  2. ใส่มะละกอ ต้มจนเกือบนุ่ม
  3. ปรุงด้วยน้ำมะขาม น้ำปลา และน้ำตาลมะพร้าว
  4. ใส่ดอกปลังและกุ้ง ต้มจนกุ้งสุกทั่ว
  5. ปิดไฟ เติมน้ำมะนาว ชิมให้มีรสเปรี้ยวนำ เผ็ดและเค็มตาม

6. แกงเหลืองหน่อไม้ดองกระดูกอ่อนหมู

แกงเหลืองหน่อไม้ดองกระดูกอ่อนหมูมีรสเปรี้ยวจากทั้งหน่อไม้ดอง มะขาม และมะนาว พริกแกงเหลืองให้ความเผ็ดและกลิ่นขมิ้น ส่วนกระดูกอ่อนต้องใช้เวลาต้มมากกว่ากุ้งหรือปลา

แกงเหลืองหน่อไม้ดองกระดูกอ่อนหมู มีน้ำซุปรสกลมกล่อมที่รับรสจาก กระดูกอ่อนหมู หน่อไม้ดอง และพริกแกงเหลือง เหมาะกับมื้อร้อน ๆ และกินคู่ข้าวสวยได้ลงตัว โดยปรับความเข้มของน้ำแกงตามวัตถุดิบที่เลือกใช้ได้ จัดใส่กล่องสำหรับมื้อนอกบ้านได้

หน่อไม้ดองควรล้างและต้มก่อนใช้เพื่อลดความเค็มและกลิ่นหมัก กระดูกหมูต้องต้มจนเนื้อสุกและนุ่ม ชิมน้ำแกงหลังเคี่ยวเพื่อปรับรสก่อนยกลงจากเตา

@krua.pa.pleon

“แกงเหลืองหน่อไม้ดองกระดูกอ่อนหมู”🍃 🥣ส่วนผสม ▪︎ หน่อไม้ดอง 500 กรัม ▪︎ กระดูกซี่โครงอ่อนหมู 500 กรัม ▪︎ พริกแกงเหลือง 200 กรัม ▪︎ กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ ▪︎ เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ▪︎ น้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ ▪︎ น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ ▪︎ น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ ▪︎ น้ำเปล่า 2 ลิตร #ห้องครัวtiktok #tiktokทําอาหาร #อาหารไทย #อาหารใต้ #อร่อยบอกต่อ #tiltokพากิน #tiktokcooking #แจกสูตร

♬ กินอะไรถึงสวย – เกรซ ศิรประภา ดีเสมอ

ส่วนผสม

  • กระดูกอ่อนหมู 250 กรัม
  • หน่อไม้ดอง 200 กรัม
  • พริกแกงเหลือง 50 กรัม
  • กะปิ 2 ช้อนชา
  • น้ำ 700 มิลลิลิตร
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนชา
  • เกลือเล็กน้อยตามรส

วิธีทำ

  1. ล้างหน่อไม้ดองแล้วต้มในน้ำสะอาด 5 นาที เทน้ำทิ้ง
  2. ต้มกระดูกอ่อนหมูกับน้ำจนเดือด ช้อนฟองออก แล้วเคี่ยวประมาณ 25-35 นาที
  3. ใส่พริกแกงและกะปิ คนให้ละลาย
  4. เติมหน่อไม้ ปรุงด้วยน้ำมะขามและน้ำตาลมะพร้าว ต้มต่อ 10 นาที
  5. ปิดไฟ เติมน้ำมะนาว ชิมก่อนเติมเกลือ เนื่องจากหน่อไม้และกะปิมีความเค็มอยู่แล้ว

7. หมูฮ้อง

หมูฮ้องเป็นอาหารขึ้นชื่อทางภาคใต้ฝั่งอันดามัน ใช้หมูสามชั้นเคี่ยวกับเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่ม น้ำเคี่ยวมีรสหวานเค็มและกลิ่นพริกไทย เหมาะกินกับข้าวสวยและผักสด

จุดเด่นของ หมูฮ้อง อยู่ที่รสและกลิ่นจาก หมูสามชั้น รากผักชี 1 ราก และกระเทียม ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง เสิร์ฟคู่เครื่องเคียงรสสดชื่นได้ดี

การเคี่ยวหมูสามชั้นควรใช้ไฟอ่อนหลังน้ำเดือด และเติมน้ำหากแห้งเร็วเกินไป หมูต้องสุกทั่วและนุ่มก่อนเสิร์ฟ ส่วนไขมันที่ลอยบนผิวสามารถช้อนได้ตามต้องการ

@moomeekata

“หมูฮ้อง” 🐷 แบบนุ้มมมมนุ่ม ละลายในปาก อร่อยยมาก เพื่อนๆไปลองทำตามดูน๊าา lngredients : หมูสามชั้น 600g. สามเกลอ(รากผักชี: กระเทียม:พริกไทย) น้ำตาลทรายแดง 5ชต. ซอสหอสนางรม 1ชต. ซีอิ้วดำ 1 ชต. ชีอิ้วขาว 2 ชต. เกลือ 1 ชช น้ำเปล่า (รสชาติปรับรสตามชอบได้น๊า) #หมูฮ้อง #ห้องครัวtiktok #เทรนด์วันนี้ #อร่อย #Thaifood

♬ Printemps – Thomm Jutz & Winston Green

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้น 300 กรัม
  • รากผักชี 1 ราก
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • พริกไทยเม็ด 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด
  2. ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่หมูสามชั้นลงจี่จนมีน้ำมันออกเล็กน้อย
  3. ใส่สามเกลอ ผัดจนหอม แล้วเติมน้ำตาล ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำ และซีอิ๊วขาว
  4. เติมน้ำให้เกือบท่วมหมู ต้มจนเดือดแล้วลดไฟ
  5. เคี่ยวประมาณ 45-60 นาทีจนหมูนุ่มและน้ำงวด ชิมก่อนเติมเกลือ

8. หมูฮ้องภูเก็ต

หมูฮ้องภูเก็ตเป็นอีกหลักฐานที่ยืนยันความนิยมของเมนูหมูเคี่ยวรสเข้มในอาหารท้องถิ่นภูเก็ต เนื้อหมูสามชั้นนุ่มและน้ำปรุงที่เคลือบชิ้นหมูเป็นจุดเด่นของจานนี้

หมูฮ้องภูเก็ต กินง่ายและปรับรสตามวัตถุดิบที่มีได้ หมูสามชั้น กระเทียม และพริกไทยดำ เติมทั้งความหอม ความนุ่ม และสีสัน จึงเหมาะสำหรับหมุนเวียนในเมนูประจำบ้าน เหมาะทำเป็นจานกลางสำหรับแบ่งกันกิน

สูตรด้านล่างจึงจัดเป็นแนวทางทำหมูฮ้องสำหรับ 1-2 ที่ โดยไม่อ้างว่าเป็นสูตรของผู้สร้างคลิป ควรใช้ไฟอ่อนในการเคี่ยวเพื่อให้ส่วนไขมันนุ่มโดยไม่ทำให้น้ำปรุงไหม้

@chefjomhomkhraw

เชฟจอมหอมครัวสอนทำหมูฮ้องเมนูขึ้นชื่อที่เกาะภูเก็ตอร่อยเข้มข้น #หมูฮ้อง #หมูฮ้องภูเก็ต #เชฟจอมหอมครัว #ครัวtiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – เชฟจอมหอมครัว – เชฟจอมหอมครัว

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้น 300 กรัม
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • พริกไทยดำ 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • อบเชยชิ้นเล็ก 1 ชิ้น
  • โป๊ยกั๊ก 1 ดอก
  • น้ำ 500 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  1. บุบกระเทียมและพริกไทยพอแตก
  2. จี่หมูสามชั้นในหม้อจนผิวเริ่มตึงและมีน้ำมันออก
  3. เติมกระเทียม พริกไทย อบเชย และโป๊ยกั๊ก ผัดจนหอม
  4. ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม น้ำตาล และน้ำ
  5. เคี่ยวไฟอ่อนประมาณ 50 นาทีหรือจนหมูนุ่มและน้ำขลุกขลิก

9. ไก่ย่างกอและ

ไก่ย่างกอและเป็นอาหารมลายูที่พบได้มากในภาคใต้ตอนล่าง จุดเด่นอยู่ที่ซอสเครื่องแกงและกะทิรสเข้มซึ่งเคลือบบนไก่ระหว่างย่าง จนเกิดกลิ่นหอมและสีสวย

ไก่ย่างกอและ มีกลิ่นหอมจากความร้อนแห้งและผิวที่มีสีสวย สะโพกไก่หั่นชิ้น กะทิ และพริกแกงแดง ช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสกลมกล่อม เหมาะกับมื้อที่ต้องการเตรียมง่าย ปรับระดับรสให้เข้ากับสมาชิกในบ้านได้

การย่างไก่ต้องทำให้ส่วนหนาที่สุดสุกทั่ว ไม่ควรใช้ซอสที่สัมผัสไก่ดิบมาทาหน้าหลังไก่สุก เว้นแต่ซอสนั้นผ่านการต้มจนเดือดก่อนนำกลับมาใช้

ส่วนผสม

  • สะโพกไก่หั่นชิ้น 300 กรัม
  • กะทิ 150 มิลลิลิตร
  • พริกแกงแดง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • ขมิ้นผง 1/4 ช้อนชา
  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. เคี่ยวกะทิ พริกแกง และหอมแดงด้วยไฟอ่อนจนหอม
  2. ปรุงด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา น้ำมะขาม และขมิ้น ต้มให้เดือดแล้วพักให้เย็น
  3. แบ่งซอสส่วนหนึ่งหมักไก่ 30 นาที อีกส่วนเก็บแยกสำหรับทาระหว่างย่าง
  4. ย่างไก่ด้วยไฟกลาง พลิกเป็นระยะและทาซอสส่วนที่แยกไว้
  5. ย่างจนเนื้อไก่สุกทั่วและไม่มีสีชมพูบริเวณด้านใน

10. ไก่กอและสไตล์ปักษ์ใต้

ไก่กอและสไตล์ปักษ์ใต้มีรสหวาน เค็ม เผ็ด และมันจากกะทิ ซอสที่เคี่ยวจนข้นช่วยเกาะผิวไก่และสร้างกลิ่นหอมระหว่างการย่างหรืออบ

จุดเด่นของ ไก่กอและสไตล์ปักษ์ใต้ อยู่ที่รสและกลิ่นจาก น่องไก่หรือสะโพกไก่ กะทิ และพริกแกงแดง ซึ่งเข้ากันได้ดี ทำให้จานนี้เหมาะทั้งมื้อเร่งรีบและมื้อที่อยากจัดอาหารหลายอย่าง กินทันทีหลังปรุงช่วยรักษาเนื้อสัมผัส

สูตรนี้จึงวางสัดส่วนสำหรับครัวบ้านโดยเน้นความปลอดภัยของเนื้อไก่ หากใช้หม้อทอดลมร้อน สามารถดูแนวทางเมนูอื่นจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ได้

ส่วนผสม

  • น่องไก่หรือสะโพกไก่ 300 กรัม
  • กะทิ 160 มิลลิลิตร
  • พริกแกงแดง 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดง 2 หัว
  • กระเทียม 2 กลีบ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ปั่นหรือโขลกหอมแดง กระเทียม และพริกแกงเข้าด้วยกัน
  2. เคี่ยวกะทิกับเครื่องแกงจนมีกลิ่นหอม
  3. ปรุงด้วยน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะขาม ต้มจนซอสข้นแล้วพักให้เย็น
  4. หมักไก่ด้วยซอสส่วนหนึ่งอย่างน้อย 30 นาที
  5. ย่างหรืออบที่ 190 องศาเซลเซียสจนไก่สุกทั่ว ทาซอสที่แยกสะอาดระหว่างย่างเพื่อเพิ่มรส

11. สะตอผัดกะปิกุ้งสด

สะตอผัดกะปิกุ้งสดเป็นจานผัดกลิ่นชัดจากกะปิและสะตอ กุ้งเพิ่มความหวานธรรมชาติ ส่วนพริกและเครื่องปรุงช่วยสร้างรสเผ็ดเค็มแบบอาหารใต้ที่กินกับข้าวสวยได้ดี

สะตอผัดกะปิกุ้งสด เป็นเมนูกระทะเดียวที่ปรับรสได้ง่าย กุ้งสดแกะเปลือก สะตอแกะเมล็ด และกะปิ ทำให้จานมีมิติทั้งความนุ่ม ความกรอบ และกลิ่นหอม กินกับข้าวสวยหรือจัดเป็นอาหารจานเดียวได้ เตรียมวัตถุดิบล่วงหน้าช่วยลดเวลาหน้าเตา

กุ้งควรเก็บในความเย็นก่อนปรุงและผัดจนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีทึบทั้งชิ้น กะปิมีความเค็มสูง จึงควรชิมก่อนเติมน้ำปลาเพื่อไม่ให้รสเค็มเกินไป

ส่วนผสม

  • กุ้งสดแกะเปลือก 180 กรัม
  • สะตอแกะเมล็ด 80 กรัม
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • พริกขี้หนู 6-10 เม็ด
  • หอมแดง 2 หัว
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกกระเทียม พริก หอมแดง และกะปิพอหยาบ
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดเครื่องที่โขลกจนหอม
  3. ใส่กุ้ง ผัดจนเกือบสุก แล้วเติมสะตอ
  4. เติมน้ำเล็กน้อย ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาล
  5. ผัดจนกุ้งสุกทั่ว ปิดไฟแล้วเติมน้ำมะนาว

12. สะตอผัดกะปิหมูสามชั้น

เมนูนี้เปลี่ยนจากกุ้งเป็นหมูสามชั้น ทำให้รสเข้มและมันมากขึ้น สะตอยังคงกลิ่นเฉพาะตัว ส่วนกะปิ พริก และเครื่องหอมช่วยให้จานมีรสชัดเจนแบบกับข้าวใต้

สะตอผัดกะปิหมูสามชั้น เด่นที่กลิ่นกระทะและซอสเคลือบวัตถุดิบอย่างพอดี หมูสามชั้นหั่นชิ้นบาง สะตอ และกะปิ ช่วยให้จานนี้มีทั้งความหอมและเนื้อสัมผัส เหมาะกับมื้อเร่งรีบที่อยากได้รสเข้ม เพิ่มสมุนไพรสดก่อนเสิร์ฟช่วยให้หอมขึ้น

หมูสามชั้นควรผัดจนสุกทั่วก่อนเสิร์ฟ และสามารถลดน้ำมันตั้งต้นได้เพราะหมูจะคายน้ำมันออกระหว่างผัด หากชอบกลิ่นกะปิเข้มควรเพิ่มทีละน้อยแทนการใส่ครั้งเดียวมากเกินไป

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้นหั่นชิ้นบาง 200 กรัม
  • สะตอ 80 กรัม
  • กะปิ 2 ช้อนชา
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • พริกขี้หนู 6 เม็ด
  • หอมแดง 2 หัว
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกกระเทียม พริก หอมแดง และกะปิเข้าด้วยกัน
  2. ตั้งกระทะ ใส่หมูสามชั้นแล้วผัดจนมีน้ำมันออกและหมูเริ่มสุก
  3. ใส่เครื่องกะปิ ผัดจนหอม
  4. เติมสะตอและน้ำ ผัดจนสะตอร้อนทั่ว
  5. ปรุงด้วยน้ำตาลและน้ำปลา ชิมแล้วผัดต่อจนหมูสุกสมบูรณ์

13. ใบเหลียงผัดไข่ใส่หมูสับ

ใบเหลียงผัดไข่เป็นอาหารใต้รสไม่เผ็ดที่กินง่าย สูตรในหลักฐานเพิ่มหมูสับลงไป ทำให้ได้ทั้งผัก ไข่ และเนื้อในกระทะเดียว เหมาะเป็นกับข้าวสำหรับมื้อที่ต้องการรสนุ่มกว่ากลุ่มแกง

รสของ ใบเหลียงผัดไข่ใส่หมูสับ ควรกลมกล่อมโดยไม่แฉะ การผัด ใบเหลียง ไข่ไก่ และหมูสับ ด้วยไฟเหมาะสมช่วยให้วัตถุดิบยังมีเนื้อสัมผัสและรับซอสได้ทั่วถึง เหมาะกับวันที่อยากใช้วัตถุดิบในครัวให้คุ้ม

หมูสับต้องผัดจนสุกก่อนใส่ไข่ ส่วนใบเหลียงควรผัดช่วงท้ายเพียงให้สลดเพื่อรักษาสีและเนื้อสัมผัส สำหรับสูตรจากไข่อื่น ๆ มี ไอเดียเมนูไข่ ให้เลือกเพิ่มเติม

@doctor_cooking

🌿🥚🐷👩🏻‍🍳เเจกสูตรใบเหลียงผัดไข่ใส่หมูสับ ไปกินที่ร้านเเล้วไม่จุใจก็ผัดไปเลย 1 กระทะใหญ่ๆ 🤪‼️ #เมนูดังtiktok #อร่อยบอกต่อ #เมนูไวรัล #tiktokเข้าครัว #เมนูเด็กหอ #ใบเหลียงผัดไข่

♬ Cute retro piano for cooking and work videos(873280) – Single Origin Music

ส่วนผสม

  • ใบเหลียง 100 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • หมูสับ 100 กรัม
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ล้างใบเหลียงให้สะอาด เด็ดก้านแข็งออกแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมจนหอม
  3. ใส่หมูสับ ผัดจนสุกทั่ว
  4. ตอกไข่ลงกระทะ ยีเบา ๆ แล้วปล่อยให้ไข่เริ่มจับตัว
  5. ใส่ใบเหลียง ปรุงด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดเร็ว ๆ จนใบสลด

14. ใบเหลียงผัดไข่

ใบเหลียงผัดไข่แบบพื้นฐานใช้วัตถุดิบน้อยกว่าเวอร์ชันใส่หมู ใบเหลียงมีรสมันอ่อนและเนื้อสัมผัสนุ่ม เมื่อผัดกับไข่จึงได้กับข้าวเรียบง่ายที่ช่วยตัดรสจากแกงเผ็ดได้ดี

ใบเหลียงผัดไข่ เป็นเมนูกระทะเดียวที่ปรับรสได้ง่าย ใบเหลียง ไข่ไก่ และกระเทียมสับ ทำให้จานมีมิติทั้งความนุ่ม ความกรอบ และกลิ่นหอม กินกับข้าวสวยหรือจัดเป็นอาหารจานเดียวได้ จัดจานด้วยผักสีสดช่วยเพิ่มความน่ากิน

ใบเหลียงควรล้างให้สะอาดและสะเด็ดน้ำก่อนลงกระทะ หากมีน้ำติดมากเกินไปจะทำให้จานแฉะ ไข่ควรสุกตามระดับที่ปลอดภัยและเหมาะกับผู้รับประทาน

ส่วนผสม

  • ใบเหลียง 120 กรัม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เด็ดใบเหลียงออกจากก้านแข็ง ล้างและพักให้สะเด็ดน้ำ
  2. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมจนเริ่มหอม
  3. ตอกไข่ลงไป ยีให้กระจายและรอจนเริ่มสุก
  4. ใส่ใบเหลียง เร่งไฟขึ้นเล็กน้อยแล้วผัดให้ใบสลด
  5. เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดให้เข้ากันแล้วปิดไฟ

15. ข้าวยำน้ำบูดู

ข้าวยำเป็นอาหารพื้นถิ่นที่รวมข้าว ผักสด สมุนไพร เครื่องโรย และน้ำบูดูเข้าด้วยกัน จุดเด่นอยู่ที่ความสดของผักหลายชนิดและกลิ่นสมุนไพรที่ตัดกับน้ำปรุงรสเค็มหวาน

ข้าวยำน้ำบูดู เด่นด้วยรสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดที่ตัดกันพอดี ข้าวสวยหุงสุก ถั่วฝักยาวซอย และแตงกวาซอย ช่วยเพิ่มทั้งเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอม เหมาะเสิร์ฟเป็นกับข้าวหรือจานเรียกน้ำย่อย ทำเป็นชุดเล็กได้โดยไม่เหลือเก็บมาก

ผักทุกชนิดควรล้างให้สะอาดและสะเด็ดน้ำก่อนซอย น้ำบูดูควรต้มก่อนใช้ในน้ำยำ หากเลือกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปควรตรวจระดับความเค็มแล้วปรับปริมาณน้ำปรุงให้เหมาะสม

ส่วนผสม

  • ข้าวสวยหุงสุก 1 1/2 ถ้วย
  • ถั่วฝักยาวซอย 30 กรัม
  • แตงกวาซอย 40 กรัม
  • ถั่วงอก 30 กรัม
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูดซอย 2 ใบ
  • มะม่วงดิบซอย 30 กรัม
  • มะพร้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่นตามชอบ

#### น้ำบูดู

  • น้ำบูดู 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ทุบ 1 ต้น
  • ใบมะกรูด 2 ใบ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำบูดู น้ำ น้ำตาล ตะไคร้ และใบมะกรูดให้เดือด 3-5 นาที แล้วกรอง พักให้เย็น
  2. ซอยผักและสมุนไพรทั้งหมดให้ละเอียดใกล้เคียงกัน
  3. ใส่ข้าวลงจาน ตามด้วยผัก มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง และพริกป่น
  4. ราดน้ำบูดูทีละน้อย
  5. คลุกให้ทั่วก่อนรับประทานและปรับรสด้วยน้ำบูดูเพิ่มเติมตามชอบ

16. ข้าวยำปักษ์ใต้ผัก 13 ชนิด

ข้าวยำปักษ์ใต้เวอร์ชันนี้โดดเด่นจากการใช้ผักถึง 13 ชนิด ทำให้มีทั้งสี กลิ่น และเนื้อสัมผัสหลากหลาย เหมาะกับการใช้ผักพื้นบ้านตามฤดูกาลที่หาได้ในพื้นที่

ข้าวยำปักษ์ใต้ผัก 13 ชนิด ให้รสจัดสดชื่นและกินแล้วไม่เลี่ยน การคลุก ข้าวสวย ถั่วฝักยาวซอย และแตงกวาซอย ก่อนเสิร์ฟไม่นานช่วยรักษาความกรอบ ความฉ่ำ และกลิ่นสมุนไพรให้ชัดเจน เหมาะหมุนเวียนเป็นเมนูประจำสัปดาห์

สูตรนี้เลือกผักและสมุนไพรที่เข้ากับข้าวยำเพื่อให้ทำได้จริง ผักสดต้องล้างสะอาด โดยเฉพาะถั่วงอกและสมุนไพรที่กินดิบ หากไม่มั่นใจแหล่งที่มาสามารถลวกบางชนิดก่อนใช้

ส่วนผสม

  • ข้าวสวย 1 1/2 ถ้วย
  • ถั่วฝักยาวซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • แตงกวาซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วงอก 2 ช้อนโต๊ะ
  • แครอตซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • กะหล่ำปลีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะม่วงดิบซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบชะพลูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • สะตอซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ดอกดาหลาซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักแพวซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบบัวบกซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำบูดูปรุงรส 3-4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. เตรียมข้าวให้เย็นลงจนไม่ร้อนจัด
  2. ล้างผักทั้งหมดให้สะอาดและสะเด็ดน้ำ แล้วซอยเป็นชิ้นเล็ก
  3. วางข้าวลงจานและจัดผักรอบข้าว
  4. โรยมะพร้าวคั่ว แล้วราดน้ำบูดูปรุงรสทีละน้อย
  5. คลุกทุกอย่างให้เข้ากันก่อนรับประทาน

17. ปลาทอดขมิ้น

ปลาทอดขมิ้นเป็นอาหารใต้ที่ใช้ขมิ้นและเครื่องปรุงหมักปลา ก่อนทอดจนผิวด้านนอกกรอบและเนื้อด้านในยังนุ่ม กลิ่นขมิ้นกับกระเทียมเข้ากันได้ดีกับข้าวสวยร้อน

ปลาทอดขมิ้น เหมาะทั้งเป็นกับข้าวและของกินเล่น โดย ปลาทะเลหั่นชิ้น ขมิ้นสด และกระเทียม ทำให้รสมีความกลมกล่อม ควรเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรอบและกลิ่นหอม ชิมรสช่วงท้ายช่วยให้ปรับได้แม่นยำ

ปลาต้องทอดจนสุกถึงด้านใน น้ำมันควรร้อนพอเหมาะก่อนลงปลาเพื่อลดการอมน้ำมัน ระหว่างทอดควรระวังเครื่องหมักที่มีความชื้นเพราะอาจทำให้น้ำมันกระเด็น

@tawanporn21

แจกสูตรหมักปลาทอดขมิ้น กรอบนอกนุ่มใน หอมพริกแกงใต้! ปลาทอดขมิ้น สูตรอาหาร ทำอาหาร เมนูบ้านๆอาหารอร่อย แอนสาวใต้

♬ เสียงต้นฉบับ – แอนสาวใต้ – แอนสาวใต้

ส่วนผสม

  • ปลาทะเลหั่นชิ้น 300 กรัม
  • ขมิ้นสด 15 กรัม
  • กระเทียม 8 กลีบ
  • พริกไทย 1/2 ช้อนชา
  • พริกแกงใต้ 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

  1. ล้างปลาแล้วซับให้แห้ง
  2. โขลกขมิ้น กระเทียม และพริกไทยให้ละเอียด
  3. คลุกปลากับเครื่องโขลก พริกแกง เกลือ น้ำปลา และแป้ง พัก 15-20 นาทีในตู้เย็น
  4. ตั้งน้ำมันไฟกลางค่อนแรง แล้วทอดปลาจนผิวเหลืองกรอบ
  5. กลับปลาอย่างระมัดระวัง ทอดจนสุกทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

18. ปลาทอดขมิ้นแบบง่าย

ปลาทอดขมิ้นแบบง่ายใช้กลิ่นขมิ้นสดและกระเทียมเป็นหลัก สีเหลืองจากขมิ้นเป็นเอกลักษณ์ของจาน และกระเทียมทอดกรอบสามารถใช้โรยหน้าหรือกินคู่กับปลาได้

ปลาทอดขมิ้นแบบง่าย น่ากินจากผิวด้านนอกที่กรอบและเนื้อด้านในที่ยังชุ่มฉ่ำ ปลา ขมิ้นสด และกระเทียม ช่วยเสริมรสและกลิ่น เหมาะเสิร์ฟร้อนพร้อมน้ำจิ้มหรือข้าวสวย เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มรสอ่อนช่วยตัดรสได้

ขมิ้นสดสามารถติดสีผิวและอุปกรณ์ครัวได้ง่าย ควรใช้เขียงที่ทำความสะอาดสะดวก ส่วนปลาต้องซับน้ำก่อนทอดเพื่อลดน้ำมันกระเด็น หากชอบเมนูปลาอื่น ลองดู สูตรปลาแซลมอน สำหรับสลับวัตถุดิบ

ส่วนผสม

  • ปลา 300 กรัม
  • ขมิ้นสด 20 กรัม
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • พริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

  1. โขลกขมิ้น กระเทียม และพริกไทยพอหยาบ
  2. คลุกปลากับเครื่องโขลก เกลือ และน้ำปลา พักในตู้เย็นประมาณ 15 นาที
  3. แยกกระเทียมบางส่วนออกจากปลาเพื่อป้องกันไหม้ก่อน
  4. ทอดปลาด้วยไฟกลางจนสุกและเหลืองทั้งสองด้าน
  5. ทอดกระเทียมที่แยกไว้จนกรอบ แล้วโรยบนปลาก่อนเสิร์ฟ

19. ไก่ต้มขมิ้น

ไก่ต้มขมิ้นเป็นแกงน้ำใสของภาคใต้ที่กลิ่นสมุนไพรเด่นกว่าความมัน ขมิ้น ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดช่วยสร้างกลิ่นสดชื่น เหมาะกินคู่ข้าวสวยและอาหารผัดรสเข้ม

จุดเด่นของ ไก่ต้มขมิ้น อยู่ที่น้ำแกงหอมและรสซึมเข้าเนื้อ สะโพกไก่หั่นชิ้น ขมิ้นสดบุบ และตะไคร้ทุบ ช่วยเติมความหวานธรรมชาติและเนื้อสัมผัส ทำให้เป็นเมนูหม้อเดียวที่กินง่าย จัดคู่กับเมนูรสเบาช่วยให้มื้อสมดุล

เนื้อไก่ต้องต้มจนสุกถึงด้านในและน้ำแกงควรเดือดทั่วก่อนเสิร์ฟ หากใช้ไก่ติดกระดูกควรเพิ่มเวลาต้มให้เพียงพอและช้อนฟองระหว่างต้มเพื่อให้น้ำแกงสะอาดขึ้น

ส่วนผสม

  • สะโพกไก่หั่นชิ้น 300 กรัม
  • ขมิ้นสดบุบ 20 กรัม
  • ตะไคร้ทุบ 2 ต้น
  • ข่าหั่น 4 แว่น
  • หอมแดงบุบ 3 หัว
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • พริกขี้หนูบุบ 6 เม็ด
  • น้ำ 700 มิลลิลิตร
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำกับขมิ้น ตะไคร้ ข่า และหอมแดงจนเดือด
  2. ใส่ไก่ ลดเป็นไฟกลางและช้อนฟองออก
  3. ต้มประมาณ 15-20 นาทีหรือจนไก่สุกทั่ว
  4. ใส่ใบมะกรูดและพริกขี้หนู ปรุงด้วยน้ำปลา
  5. ปิดไฟ เติมน้ำมะนาว ชิมให้มีรสเค็ม เปรี้ยว และกลิ่นสมุนไพรเด่น

20. แกงพริกกระดูกหมู

แกงพริกกระดูกหมูเป็นแกงใต้ที่น้ำค่อนข้างขลุกขลิกและเน้นความเผ็ดจากเครื่องแกง กระดูกหมูให้รสหวานจากเนื้อและต้องเคี่ยวจนเนื้อนุ่ม จึงเหมาะกับข้าวสวยและผักสด

แกงพริกกระดูกหมู เหมาะกับมื้อครอบครัวเพราะเสิร์ฟร้อนได้เต็มหม้อ รสจาก กระดูกหมูอ่อน พริกแกงเผ็ดใต้ และกะปิ ผสานกันจนได้ทั้งความหอม ความนุ่ม และน้ำซุปที่กินคล่องคอ ใช้ภาชนะอุ่นช่วยรักษาอุณหภูมิขณะเสิร์ฟ

กระดูกหมูต้องต้มจนสุกและนุ่มก่อนรับประทาน หากเครื่องแกงมีความเค็มจากกะปิอยู่แล้วควรชิมก่อนเติมน้ำปลา และควรเติมน้ำระหว่างเคี่ยวเมื่อแกงแห้งเร็วจนเสี่ยงติดหม้อ

@kruakumamo

แกงพริกกระดูกหมู เมนูใต้อีกหนึ่งเมนูที่อยากนำเสนอค่า หรอยจังฮู้ 🌶️🌶️ ทำอาหารในคอนโด #แกงพริกกระดูกหมู #เข้าครัวTikTok #ทําอาหารง่ายๆ #ทําอาหาร #ที่เป็นกระแส #อาหารใต้

♬ ชวนพี่ล่องใต้ – กุ๊กไก่ รุ่งทิวา

ส่วนผสม

  • กระดูกหมูอ่อน 300 กรัม
  • พริกแกงเผ็ดใต้ 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • ตะไคร้หั่นท่อน 1 ต้น
  • ใบมะกรูด 4 ใบ
  • พริกไทยอ่อน 2 ช่อ
  • น้ำ 600 มิลลิลิตร
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลมะพร้าว 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ต้มกระดูกหมูกับน้ำประมาณ 20 นาที ช้อนฟองออกเป็นระยะ
  2. ละลายพริกแกงและกะปิลงในหม้อ คนให้กระจาย
  3. ใส่ตะไคร้แล้วเคี่ยวต่อ 20-30 นาทีจนกระดูกหมูนุ่ม
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว ชิมให้เผ็ดเค็มนำ
  5. ใส่ใบมะกรูดและพริกไทยอ่อน ต้มอีก 2 นาทีแล้วปิดไฟ

เคล็ดลับทำอาหารใต้ให้อร่อยและจัดจ้าน

พริกแกงใต้แต่ละร้านมีระดับความเผ็ดและความเค็มต่างกัน ควรเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วเพิ่มหลังชิม โดยเฉพาะเมนูที่ใส่กะปิ ไตปลา น้ำบูดู หรือเครื่องปรุงหมักซึ่งมีโซเดียมอยู่แล้ว

สมุนไพรสดอย่างขมิ้น ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด และพริกช่วยสร้างกลิ่นให้จานโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงจำนวนมาก สมุนไพรที่ต้องการกลิ่นสด เช่น ใบมะกรูดซอย ควรใส่ช่วงท้าย ส่วนข่าและตะไคร้สำหรับต้มสามารถใส่ตั้งแต่ต้นเพื่อสกัดกลิ่น

แกงที่มีเนื้อสัตว์ติดกระดูกควรเผื่อเวลาเคี่ยวมากกว่าแกงกุ้งหรือปลา ขณะที่อาหารทะเลควรปรุงเพียงจนสุกเพื่อรักษาเนื้อสัมผัส การแยกเขียงและอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบกับอาหารพร้อมกินช่วยลดความเสี่ยงการปนเปื้อน

ผักสดเป็นส่วนสำคัญของมื้ออาหารใต้ โดยเฉพาะเมื่อกินกับแกงไตปลา คั่วกลิ้ง และน้ำพริก ควรล้างผักใต้กระแสน้ำสะอาดและสะเด็ดน้ำให้ดี หากกำลังหาเมนูผักเพิ่ม เมนูเห็ดเข็มทอง เป็นอีกทางเลือกสำหรับจัดมื้อให้หลากหลาย

อาหารเหลือควรนำเข้าตู้เย็นหลังอุณหภูมิลดลงในเวลาที่เหมาะสมและเก็บในภาชนะปิดสนิท เมื่อต้องการรับประทานอีกครั้งควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึง เมนูปริมาณเล็กบางประเภทสามารถประยุกต์วิธีอุ่นจาก เมนูไมโครเวฟ ได้ โดยเลือกภาชนะที่รองรับไมโครเวฟ

สรุป

ทั้ง 20 สูตรสะท้อนความหลากหลายของอาหารปักษ์ใต้ ตั้งแต่แกงไตปลารสเข้ม คั่วกลิ้งแห้งหอมเครื่องแกง แกงเหลืองรสเปรี้ยวเผ็ด หมูฮ้องรสนุ่ม ไปจนถึงข้าวยำที่เต็มไปด้วยผักและสมุนไพร แต่ละจานมีบุคลิกแตกต่างกันและสามารถจัดรวมเป็นมื้อเดียวได้อย่างลงตัว

การเริ่มทำเมนูอาหารใต้ที่บ้านควรเลือกสูตรตามวัตถุดิบและระดับความเผ็ดที่รับได้ เมนูอย่างใบเหลียงผัดไข่หรือไก่ต้มขมิ้นเหมาะสำหรับเริ่มต้น ส่วนคั่วกลิ้ง แกงไตปลา และแกงพริกเหมาะเมื่ออยากได้รสเข้มขึ้น การชิมระหว่างปรุงช่วยควบคุมความเค็มและความเผ็ดได้ดีที่สุด

เมื่อมีพริกแกงใต้ กะปิ ขมิ้น และสมุนไพรพื้นฐานติดครัว การหมุนเวียนทำแกง ผัด ต้ม และทอดทำได้หลายแบบโดยไม่จำเจ ทั้ง 20 รายการจึงใช้เป็นชุดไอเดียสำหรับมื้อประจำวันหรือมื้อพิเศษที่ต้องการกลิ่นรสแบบปักษ์ใต้ได้ครบในบทความเดียว

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก Aroimak
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

กดเพื่ออ่านต่อ

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button