20 เมนูเผือก ทำง่าย อิ่มอร่อยได้ทุกมื้อ
- รวมอาหารคาว ของทอด และขนมหวานจากเผือกไว้ครบ 20 สูตร
- ปริมาณส่วนผสมปรับให้เหมาะกับการทำกิน 1-2 ที่ในครัวบ้าน
- มีทั้งสูตรต้ม กวน ทอด เชื่อม และขนมกะทิ เลือกทำได้หลายโอกาส
- เน้นขั้นตอนเข้าใจง่าย พร้อมจุดระวังเรื่องความสุก ความร้อน และเนื้อสัมผัส
เผือกเป็นวัตถุดิบที่นำไปทำอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่ซุปร้อน ๆ ของทอดกินเล่น ไปจนถึงขนมไทยเนื้อเนียน กลิ่นหอมเฉพาะตัวเข้ากันได้ดีกับกะทิ น้ำตาล เครื่องเทศ รวมถึงเนื้อสัตว์หลายชนิด
การเตรียมเผือกให้เหมาะกับแต่ละจานมีผลต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสอย่างมาก บางสูตรต้องทอดก่อนต้มเพื่อช่วยให้ชิ้นเผือกอยู่ตัว ขณะที่สูตรขนมหลายชนิดต้องนึ่งจนสุกแล้วบดให้ละเอียดก่อนนำไปกวนหรือผสมแป้ง
ทั้ง 20 สูตรด้านล่างเรียงตามรายการต้นทาง พร้อมปรับปริมาณให้เหมาะกับมื้อเล็กในบ้าน เมนูที่ชอบสามารถนำไปต่อยอดกับไอเดียอาหารอื่น เช่น สูตรน่องไก่ หรือเครื่องเคียงรสอ่อนเพื่อจัดเป็นมื้อที่อิ่มครบขึ้น
เผือกดิบควรทำให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน และระหว่างปอกหรือหั่นควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวเป็นเวลานานหากเกิดอาการคันง่าย
1. ปลากะพงต้มเผือก
ปลากะพงต้มเผือกเป็นซุปร้อนที่ใช้เผือกทอดและปลาทอดก่อนนำลงต้ม ช่วยให้ชิ้นวัตถุดิบไม่แตกง่ายและเพิ่มกลิ่นหอมจากผิวที่ผ่านความร้อน
น้ำซุปรสเค็มอ่อน มีกลิ่นขิง พริกไทย และขึ้นฉ่าย เนื้อปลานุ่มตัดกับเผือกเนื้อร่วน เหมาะกับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่ต้องการอาหารน้ำร้อน ๆ
ทอดเผือกเพียงให้ผิวเริ่มเหลือง ไม่ต้องรอจนกรอบ และหลังใส่ปลาลงหม้อควรต้มเพียงช่วงสั้นเพื่อรักษาความนุ่มของเนื้อปลา
ส่วนผสม
- เนื้อปลากะพง 200 กรัม
- เผือกหอม 250 กรัม
- น้ำ 600 มิลลิลิตร
- ซุปไก่ก้อน 1/2 ก้อน
- ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
- ขิงแก่บด 1/2 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา
- ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 15 กรัม
- แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด 250 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ปอกเผือก ล้างให้สะอาด หั่นชิ้นขนาดประมาณ 3-4 เซนติเมตร แล้วซับให้แห้ง
- คลุกปลากะพงกับซีอิ๊วขาวเล็กน้อย พริกไทยครึ่งหนึ่ง และแป้งข้าวโพด
- ตั้งน้ำมันไฟกลาง ทอดเผือกจนผิวเหลืองอ่อน ตักพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ทอดปลาต่อจนผิวเริ่มเหลืองและเนื้อด้านนอกสุก ตักพัก
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่ซุปก้อน ซีอิ๊วขาวที่เหลือ ขิง และพริกไทย
- ใส่เผือก ลดไฟอ่อน ต้มประมาณ 8-10 นาทีจนเริ่มนุ่ม
- ใส่ปลา ต้มต่อจนเนื้อปลาสุกทั่ว ใส่ขึ้นฉ่ายแล้วปิดไฟทันที
2. เผือกกวน
เผือกกวนเป็นไส้ขนมพื้นฐานที่ใช้เผือกนึ่งบดกวนกับกะทิและน้ำตาลจนเนียน สามารถตักกินเป็นขนมหรือนำไปห่อแป้งทำขนมชนิดอื่นได้
เนื้อที่ดีควรนุ่ม ละเอียด หอมเผือก และมีความมันจากกะทิแบบพอดี สูตรนี้หวานไม่จัด จึงเหมาะทั้งกินเปล่าและนำไปทำไส้
ใช้กระทะก้นหนาและกวนด้วยไฟอ่อนถึงกลาง เมื่อส่วนผสมเริ่มข้นควรกวนต่อเนื่องเพื่อป้องกันก้นกระทะไหม้
ส่วนผสม
- เผือกนึ่งสุก 250 กรัม
- กะทิ 100 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- บดเผือกนึ่งขณะอุ่นให้ละเอียด
- ใส่เผือก กะทิ น้ำตาล และเกลือลงกระทะ
- ใช้ไฟอ่อน กวนจนส่วนผสมเข้ากันและน้ำตาลละลาย
- เติมน้ำมัน กวนต่อจนส่วนผสมล่อนจากกระทะและปั้นได้
- พักให้เย็นก่อนนำไปใช้เป็นไส้หรือเก็บในภาชนะปิดสนิท
3. เผือกทอด
เผือกทอดเป็นของกินเล่นที่ทำจากเผือกเส้นหรือเผือกชิ้นคลุกแป้งปรุงรสแล้วทอดจนผิวกรอบ เหมาะสำหรับกินร้อน ๆ พร้อมน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน
ด้านนอกกรอบหอม ส่วนด้านในยังมีความนุ่มและร่วนตามธรรมชาติของเผือก รสเค็มหวานอ่อนช่วยให้กินได้เรื่อย ๆ โดยไม่หนักเครื่องปรุง
น้ำมันควรร้อนระดับกลางก่อนลงทอด หากร้อนน้อยเกินไปแป้งจะอมน้ำมัน ส่วนไฟแรงมากเกินไปทำให้ผิวนอกเข้มก่อนเนื้อเผือกสุก
ส่วนผสม
- เผือก 250 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 40 กรัม
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 20 กรัม
- น้ำเย็น 70 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- งาขาว 1 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด 300 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ปอกเผือกแล้วขูดเป็นเส้นสั้นหรือหั่นแท่งบาง
- ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี น้ำตาล เกลือ และน้ำเย็นให้เข้ากัน
- ใส่เผือกและงาขาว คลุกจนแป้งเคลือบทั่ว
- ตั้งน้ำมันไฟกลาง ตักส่วนผสมลงทอดเป็นก้อนเล็ก
- ทอดจนเหลืองกรอบและเผือกสุกทั่ว ตักขึ้นพักบนตะแกรง
4. กระดูกหมูต้มเผือกตุ๋นยาจีน
กระดูกหมูต้มเผือกตุ๋นยาจีนเป็นเมนูน้ำซุปรสละมุนที่รวมความหวานจากกระดูกหมูกับกลิ่นสมุนไพรจีน และเติมเผือกเพื่อเพิ่มความอิ่มในชามเดียว
น้ำซุปจะหอมเครื่องยาจีน เนื้อหมูนุ่ม ส่วนเผือกมีเนื้อร่วนดูดรสน้ำต้มได้ดี เหมาะกับมื้อเย็นหรือวันที่ต้องการเมนูซดคล่องคอ
ควรตุ๋นกระดูกหมูให้นุ่มก่อนใส่เผือก เพราะหากต้มเผือกนานพร้อมหมูตั้งแต่ต้น ชิ้นเผือกอาจแตกและทำให้น้ำซุปข้นเกินต้องการ
ส่วนผสม
- กระดูกหมู 300 กรัม
- เผือก 200 กรัม
- น้ำ 800 มิลลิลิตร
- ชุดเครื่องตุ๋นยาจีนขนาดเล็ก 1 ชุด
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยขาวเล็กน้อย
วิธีทำ
- ลวกกระดูกหมูในน้ำเดือด 2 นาที แล้วล้างคราบออก
- ใส่กระดูกหมู น้ำ และเครื่องตุ๋นยาจีนลงหม้อ
- ต้มให้เดือด ช้อนฟอง แล้วลดไฟอ่อน ตุ๋น 35-45 นาที
- ใส่เผือกหั่นชิ้น ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวและเกลือ
- ต้มต่อ 12-15 นาทีจนเผือกสุกและหมูนุ่ม
- โรยพริกไทยก่อนเสิร์ฟ หากชอบอาหารจากหมูเพิ่มเติม ลองดู สูตรหมูกรอบ สำหรับจัดสำรับอีกแบบ
5. ขนมเผือกกวน
ขนมเผือกกวนสูตรนี้เน้นเนื้อเผือกกับกะทิ และเพิ่มแห้วเพื่อสร้างสัมผัสกรุบเล็กน้อย เหมาะสำหรับทำเป็นขนมชิ้นเล็กหลังอาหาร
รสหวานมันผสมกลิ่นเผือกชัดเจน เนื้อกวนแน่นแต่ไม่แข็ง เมื่อเจอแห้วจะเพิ่มมิติให้ต่างจากเผือกกวนเนียนล้วน
แห้วควรหั่นเต๋าเล็กและสะเด็ดน้ำก่อนใส่ ส่วนเผือกต้องนึ่งจนสุกเต็มที่เพื่อให้บดง่ายและไม่เหลือเนื้อดิบปะปน
ส่วนผสม
- เผือกดิบ 250 กรัม
- กะทิ 110 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- แห้วต้มสุกหั่นเต๋า 40 กรัม
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- นึ่งเผือกจนสุกนุ่มประมาณ 20 นาที แล้วบดให้ละเอียด
- ใส่เผือก กะทิ น้ำตาล และเกลือลงกระทะ
- กวนด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมเริ่มข้น
- ใส่แห้วแล้วกวนต่อจนเนื้อขนมล่อนจากกระทะ
- เทใส่พิมพ์หรือภาชนะ พักให้เย็นก่อนตัดเป็นชิ้น
6. บวดเผือก
บวดเผือกเป็นขนมไทยทำง่ายที่ใช้เผือกต้มกับกะทิ น้ำตาล และเกลือ จุดเด่นอยู่ที่ชิ้นเผือกนุ่มกำลังดีโดยยังคงรูปสวย
น้ำกะทิหวานมันมีรสเค็มแทรกเล็กน้อยช่วยตัดเลี่ยน เหมาะเสิร์ฟอุ่นหลังอาหาร หรือพักให้เย็นก่อนกินในวันที่อากาศร้อน
อย่าคนแรงระหว่างต้มหลังเผือกเริ่มนุ่ม เพราะเนื้ออาจแตกกระจาย ควรใช้วิธีเขย่าหม้อเบา ๆ หรือคนจากขอบหม้อแทน
ส่วนผสม
- เผือก 250 กรัม
- กะทิ 300 มิลลิลิตร
- น้ำ 100 มิลลิลิตร
- น้ำตาลมะพร้าว 40 กรัม
- น้ำตาลทราย 20 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ใบเตย 2 ใบ
วิธีทำ
- หั่นเผือกเป็นชิ้นพอดีคำแล้วล้างให้สะอาด
- ใส่น้ำ กะทิครึ่งหนึ่ง และใบเตยลงหม้อ ต้มไฟกลางอ่อน
- ใส่เผือก ต้มจนเกือบนุ่มประมาณ 10-12 นาที
- เติมน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย เกลือ และกะทิที่เหลือ
- ต้มต่อด้วยไฟอ่อนจนเผือกสุก หลีกเลี่ยงการเดือดพล่าน
7. เผือกทอดแป้งกรอบ
เผือกทอดแป้งกรอบเป็นอีกแบบของเผือกทอดที่เน้นชั้นแป้งบางกรอบ เหมาะกับการหั่นเผือกเป็นแท่งหรือชิ้นยาวเพื่อทอดกินง่าย
ความกรอบของแป้งตัดกับเนื้อเผือกร่วนและหอม จับคู่กับน้ำจิ้มหวานใส่ถั่วหรือซอสพริกได้ดี เหมาะเป็นของว่างช่วงบ่าย
ก่อนชุบแป้งควรซับเผือกให้แห้ง และผสมแป้งด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยให้ผิวทอดกรอบขึ้นโดยไม่ต้องทำชั้นแป้งหนา
ส่วนผสม
- เผือก 220 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 70 กรัม
- น้ำเย็นจัด 90 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- งาขาว 1 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด 300 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ปอกเผือก หั่นแท่งหนาประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วซับให้แห้ง
- ผสมแป้งทอดกรอบ เกลือ งาขาว และน้ำเย็นให้พอเข้ากัน
- ตั้งน้ำมันด้วยไฟกลางจนร้อน
- ชุบเผือกในแป้งบาง ๆ แล้วลงทอดครั้งละไม่มาก
- ทอดจนสีเหลืองทองและเนื้อด้านในสุก ตักพักบนตะแกรง
8. ข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือก
ข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือกเป็นขนมไทยห่อใบตองที่รวมข้าวเหนียวกะทิกับไส้เผือกหวานมัน จากนั้นนำไปย่างจนใบตองหอมและผิวข้าวเหนียวเริ่มเกรียมเล็กน้อย
ด้านนอกหนึบนุ่มและมีกลิ่นย่าง ส่วนไส้ด้านในเนียนหอมเผือก เหมาะกับมื้อเช้าเบา ๆ หรือของว่างที่พกพาสะดวก
ควรใช้ไฟอ่อนระหว่างย่าง เพราะใบตองไหม้ได้เร็ว และไส้เผือกควรกวนให้ค่อนข้างแห้งเพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวแฉะ
ส่วนผสม
- ข้าวเหนียวนึ่งสุก 200 กรัม
- กะทิ 80 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 25 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- เผือกนึ่งบด 120 กรัม
- น้ำตาลสำหรับไส้ 20 กรัม
- ใบตองสำหรับห่อ
วิธีทำ
- อุ่นกะทิกับน้ำตาล 25 กรัมและเกลือจนละลาย
- เทใส่ข้าวเหนียวร้อน คลุกแล้วพักให้ดูดกะทิ 15 นาที
- กวนเผือกบดกับน้ำตาลที่เหลือจนจับตัวเป็นไส้
- วางข้าวเหนียวบนใบตอง ใส่ไส้เผือกตรงกลาง แล้วปิดด้วยข้าวเหนียวอีกชั้น
- ห่อให้แน่น กลัดใบตอง แล้วปิ้งไฟอ่อนจนหอมทั้งสองด้าน
- เมนูแป้งและของว่างแบบอื่นหาไอเดียเพิ่มได้จาก สูตรขนมปัง
9. บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน
บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อนใช้เนื้อเผือกนึ่งผสมแป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นเม็ด แล้วเสิร์ฟในน้ำกะทิพร้อมเนื้อมะพร้าวอ่อน
เม็ดบัวลอยมีความหนึบนุ่มและมีกลิ่นเผือกธรรมชาติ น้ำกะทิหวานเค็มพอดี ส่วนมะพร้าวช่วยเพิ่มทั้งกลิ่นหอมและสัมผัสนุ่มกรุบ
เติมกะทิลงแป้งทีละน้อยเพื่อควบคุมความชื้น หากแป้งนิ่มเกินไปจะปั้นยากและอาจเละเมื่อนำไปต้ม
ส่วนผสม
- เผือกนึ่ง 100 กรัม
- แป้งข้าวเหนียว 80 กรัม
- กะทิสำหรับนวด 40-50 มิลลิลิตร
- กะทิสำหรับน้ำขนม 200 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 45 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- เนื้อมะพร้าวอ่อน 70 กรัม
วิธีทำ
- บดเผือกแล้วนวดกับแป้งข้าวเหนียว
- เติมกะทิสำหรับนวดทีละน้อยจนได้แป้งนุ่มที่ปั้นได้
- ปั้นเป็นเม็ดขนาดเล็ก ต้มในน้ำเดือดจนลอย แล้วตักลงน้ำสะอาด
- อุ่นกะทิสำหรับน้ำขนมกับน้ำตาลและเกลือด้วยไฟอ่อน
- ใส่บัวลอยและมะพร้าวอ่อน ต้มพอร้อนแล้วปิดไฟ
10. เผือกทอดเจ
เผือกทอดเจเป็นของทอดจากเผือกที่ปรุงโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์ สามารถทอดเป็นชิ้นเล็กเพื่อให้สุกทั่วและเหมาะกับการกินคู่กับน้ำจิ้มถั่ว
ตัวเผือกมีรสหวานตามธรรมชาติ แป้งด้านนอกกรอบ ส่วนด้านในนุ่มร่วน จัดเป็นของว่างหรือของทอดร่วมกับผักทอดชนิดอื่นได้
ควรแบ่งส่วนผสมเป็นก้อนขนาดใกล้กันเพื่อให้สุกพร้อมกัน และพักบนตะแกรงหลังทอดแทนการวางซ้อนเพื่อรักษาความกรอบ
ส่วนผสม
- เผือกขูดเส้น 250 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
- แป้งสาลี 25 กรัม
- น้ำ 80 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/3 ช้อนชา
- งาขาว 1 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด 300 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลี น้ำตาล เกลือ และน้ำให้เป็นแป้งข้น
- ใส่เผือกและงาขาว คลุกจนทั่ว
- ตั้งน้ำมันไฟกลาง ตักส่วนผสมเป็นก้อนเล็กลงทอด
- พลิกเป็นระยะจนสีเหลืองทองทั่วทั้งชิ้น
- ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมันและเสิร์ฟขณะร้อน
11. เผือกกวนไส้ทำขนม
เผือกกวนสำหรับทำไส้เน้นเนื้อแน่นขึ้นกว่าสูตรกินเปล่า เพื่อให้นำไปปั้น ห่อ หรือบรรจุในขนมได้ง่ายโดยไม่ไหลออกระหว่างขึ้นรูป
รสหวานมันควรอยู่ระดับกลางเพื่อเปิดทางให้แป้งหรือส่วนประกอบรอบนอกเข้ามาสมดุล เหมาะกับขนมเปี๊ยะ ขนมปัง หรือขนมอบไส้หวาน
กวนจนรอยพายบนกระทะคงรูปช่วงสั้น ๆ และเนื้อเผือกไม่ติดพายมาก เมื่อเย็นแล้วไส้จะเซตตัวแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย
ส่วนผสม
- เผือกนึ่งบด 250 กรัม
- กะทิ 80 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 55 กรัม
- น้ำมันพืช 15 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- ใส่เผือกบด กะทิ น้ำตาล และเกลือลงกระทะ
- กวนไฟอ่อนจนเนื้อเริ่มข้น
- เติมน้ำมันทีละน้อยแล้วกวนต่อเนื่อง
- เมื่อไส้ล่อนจากกระทะและจับเป็นก้อน ปิดไฟ
- พักให้เย็นสนิทก่อนแบ่งปั้นเป็นก้อนสำหรับทำขนม
12. สังขยาเผือก
สังขยาเผือกเป็นไส้หวานเนื้อครีมที่นำกลิ่นเผือกมาผสมกับกะทิ ไข่ และน้ำตาล ใช้ทาขนมปังหรือเป็นไส้ขนมได้หลายแบบ
เนื้อสัมผัสควรเนียนข้น ตักแล้วไหลช้า ๆ มีความหวานมันและกลิ่นเผือกเด่น เหมาะกับอาหารเช้าหรือของว่างคู่เครื่องดื่มร้อน
ต้องใช้ไฟอ่อนและคนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ไข่จับตัวเป็นเม็ด หากต้องการเนื้อเนียนมากสามารถกรองส่วนผสมก่อนนำขึ้นตั้งไฟ
ส่วนผสม
- เผือกนึ่งบด 100 กรัม
- กะทิ 180 มิลลิลิตร
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- น้ำตาลทราย 45 กรัม
- แป้งข้าวโพด 10 กรัม
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- ปั่นหรือคนเผือกบดกับกะทิจนละเอียด
- ตีไข่ น้ำตาล แป้งข้าวโพด และเกลือให้เข้ากัน
- เทส่วนผสมเผือกลงผสมแล้วกรองใส่หม้อ
- ตั้งไฟอ่อน คนตลอดจนข้นและส่วนผสมมีอุณหภูมิสูงทั่ว
- ยกลง พักให้คลายร้อน แล้วเก็บแช่เย็นในภาชนะสะอาด
- พักไส้ให้เย็นสนิทก่อนทาขนมปัง เพื่อไม่ให้ไอน้ำทำให้เนื้อขนมปังแฉะ
13. ขนมลูกเต๋าไส้เผือกกวน
ขนมลูกเต๋าไส้เผือกกวนเป็นขนมแป้งนุ่มที่ห่อไส้เผือกแล้วนำลงจี่ในกระทะ จึงทำได้โดยไม่ต้องใช้เตาอบและเหมาะกับครัวขนาดเล็ก
แป้งด้านนอกนุ่มมันจากกะทิและน้ำมัน ส่วนไส้เผือกด้านในหอมหวาน เมื่อนำไปจี่จะได้ผิวสีน้ำตาลบาง ๆ เพิ่มกลิ่นหอมชัดขึ้น
ปั้นไส้ให้เย็นและค่อนข้างแห้งก่อนห่อ จะช่วยให้ปิดตะเข็บง่าย ระหว่างจี่ควรใช้ไฟอ่อนเพื่อให้แป้งสุกถึงด้านในโดยไม่ไหม้
ส่วนผสม
#### ไส้เผือก
- เผือกหั่นเต๋า 150 กรัม
- หัวกะทิ 75 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 25 กรัม
- น้ำตาลมะพร้าว 30 กรัม
- เกลือเล็กน้อย
#### แป้ง
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 110 กรัม
- น้ำตาลมะพร้าว 55 กรัม
- หัวกะทิ 20 มิลลิลิตร
- น้ำมันรำข้าว 20 มิลลิลิตร
- ไข่แดง 1/2 ฟอง
- น้ำปูนใส 2 ช้อนชา
วิธีทำ
- นึ่งเผือกจนสุกแล้วบด กวนกับกะทิ น้ำตาลทั้งสองชนิด และเกลือจนแห้งพอปั้น
- พักไส้ให้เย็นแล้วแบ่งเป็นก้อนเล็ก
- ละลายน้ำตาลมะพร้าวกับกะทิ จากนั้นผสมกับน้ำมัน ไข่แดง และน้ำปูนใส
- เติมแป้งสาลี นวดพอเป็นก้อนแล้วพัก 20 นาที
- แบ่งแป้ง ห่อไส้ และขึ้นรูปเป็นทรงสี่เหลี่ยม
- จี่บนกระทะไฟอ่อนให้สุกและขึ้นสีครบทุกด้าน
14. ขนมเผือกกวนไม่ใส่แป้ง
ขนมเผือกกวนไม่ใส่แป้งใช้เนื้อเผือกเป็นหลัก เติมมันม่วงเล็กน้อยเพื่อแต่งสีธรรมชาติและช่วยให้เนื้อขนมดูน่ากินขึ้น
เนื้อสัมผัสแน่นนุ่มและมีรสหวานมันจากน้ำตาลมะพร้าวกับกะทิ เหมาะกินเป็นขนมชิ้นเล็กหรือนำไปทำไส้ในเมนูอื่น
มันม่วงให้สีเข้มขึ้นหลังผ่านการกวน จึงควรเริ่มจากปริมาณน้อย และต้องกวนด้วยไฟไม่แรงเพื่อรักษากลิ่นหอมโดยไม่ทำให้กะทิแตกมันมาก
ส่วนผสม
- เผือกหั่นเต๋า 250 กรัม
- หัวกะทิ 125 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 40 กรัม
- น้ำตาลมะพร้าว 50 กรัม
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- มันม่วงนึ่งบด 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- นึ่งเผือกจนสุกแล้วบดละเอียด
- ใส่เผือก กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลมะพร้าว และเกลือลงกระทะ
- กวนไฟอ่อนจนส่วนผสมเริ่มข้น
- เติมมันม่วงบดแล้วกวนจนสีสม่ำเสมอ
- กวนต่อจนล่อนจากกระทะ พักให้เย็นก่อนตัดหรือปั้น
15. เผือกเชื่อม
เผือกเชื่อมเป็นขนมหวานที่เคี่ยวชิ้นเผือกในน้ำเชื่อมจนเนื้อสุกและรับรสหวานทั่วถึง จากนั้นกินเปล่าหรือเสิร์ฟคู่กะทิได้
เนื้อเผือกควรนุ่มแต่ยังเป็นชิ้น น้ำเชื่อมใสข้นเล็กน้อย ให้รสหวานพอดี เมื่อเติมกะทิเค็มอ่อนจะช่วยให้รสกลมกล่อมขึ้น
หลังใส่เผือกลงหม้อไม่ควรคนบ่อย เพราะชิ้นเผือกอาจแตก ใช้วิธีหมุนหม้อเบา ๆ เพื่อให้น้ำเชื่อมเคลือบทั่วแทน
ส่วนผสม
- เผือก 250 กรัม
- น้ำ 300 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 100 กรัม
- ใบเตย 2 ใบ
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- ปอกและหั่นเผือกเป็นชิ้นขนาดใกล้กัน
- ต้มน้ำกับน้ำตาล ใบเตย และเกลือจนละลาย
- ใส่เผือก ลดเป็นไฟกลางอ่อน
- เคี่ยวประมาณ 25-35 นาทีจนเผือกสุกและน้ำเชื่อมซึมเข้าเนื้อ
- ปิดไฟแล้วพักในน้ำเชื่อมอีก 10 นาที ก่อนตักเสิร์ฟ
16. ไส้เผือกกวน
ไส้เผือกกวนสูตรนี้เพิ่มเนยจืดและน้ำมันเล็กน้อย จึงได้เนื้อเนียนนุ่มที่ยังปั้นได้ เหมาะสำหรับใช้กับขนมปัง ขนมเปี๊ยะ หรือขนมแป้งต่าง ๆ
รสหอมมันเด่นจากกะทิและเนย แต่ยังรักษากลิ่นเผือกไว้ชัด เนื้อสัมผัสไม่แห้งจนร่วนและไม่เหลวจนห่อขนมลำบาก
หลังทำเสร็จควรพักให้เย็นเร็วและเก็บในภาชนะสะอาดปิดสนิท หากยังไม่ใช้ทันทีให้แช่เย็นและหลีกเลี่ยงการวางไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน
ส่วนผสม
- เผือกนึ่งสุก 250 กรัม
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- กะทิ 70 มิลลิลิตร
- น้ำมันพืช 12 มิลลิลิตร
- เนยจืด 15 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- บดเผือกนึ่งให้ละเอียด
- ใส่เผือก น้ำตาล เกลือ และกะทิลงกระทะ
- กวนไฟอ่อนจนเริ่มข้นแล้วเติมน้ำมัน
- ใส่เนยจืด กวนต่อจนเนียนและล่อนจากกระทะ
- พักให้เย็นสนิทก่อนบรรจุภาชนะหรือแบ่งปั้นเป็นไส้
17. บัวลอยเผือก
บัวลอยเผือกสูตรนี้ผสมเผือกบดกับแป้งข้าวเหนียว แป้งมัน และแป้งข้าวเจ้า ช่วยให้เม็ดบัวลอยมีทั้งความหนึบและความนุ่ม
น้ำกะทิหอมใบเตยและมะพร้าวอ่อนให้รสหวานมัน ส่วนเม็ดเผือกมีสัมผัสแน่นกว่าสูตรแป้งข้าวเหนียวล้วน เหมาะสำหรับของหวานหลังมื้ออาหาร
น้ำอุ่นสำหรับนวดควรเติมทีละน้อย เพราะความชื้นในเผือกแต่ละหัวต่างกัน หากเติมรวดเดียวแป้งอาจเหลวจนต้องเพิ่มแป้งมากเกินจำเป็น
ส่วนผสม
#### แป้งบัวลอย
- แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม
- แป้งมัน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งข้าวเจ้า 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เผือกบด 100 กรัม
- น้ำอุ่น 80-120 มิลลิลิตร
#### น้ำกะทิ
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- น้ำมะพร้าว 120 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 45 กรัม
- น้ำตาลมะพร้าว 20 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ใบเตย 2 ใบ
- เนื้อมะพร้าวอ่อน 80 กรัม
วิธีทำ
- ผสมแป้งทั้งสามชนิดกับเผือกบด
- เติมน้ำอุ่นทีละน้อยแล้วนวดจนแป้งนุ่มไม่ติดมือ
- ปั้นเป็นเม็ดเล็ก ต้มในน้ำเดือดจนลอย ตักพักในน้ำสะอาด
- อุ่นกะทิ น้ำมะพร้าว ใบเตย น้ำตาลทั้งสองชนิด และเกลือด้วยไฟอ่อน
- ใส่เม็ดบัวลอยกับมะพร้าวอ่อน ต้มต่อสั้น ๆ แล้วปิดไฟ
- หากต้องการเพิ่มโปรตีนในมื้อคาวก่อนของหวาน ลองเลือกจาก ไอเดียเมนูไข่
18. เผือกแกงบวด
เผือกแกงบวดเป็นขนมหวานกะทิที่ต้มเผือกกับหางกะทิและใบเตย ก่อนเติมน้ำตาลและหัวกะทิในช่วงท้ายเพื่อรักษาความหอมมัน
รสหวานเค็มสมดุลและมีกลิ่นใบเตยชัด เนื้อเผือกนุ่มแต่ไม่เละ สามารถเสิร์ฟอุ่นหรือแช่เย็นตามความชอบ
การแช่เผือกในน้ำเกลืออ่อนหลังหั่นช่วยล้างเมือกบางส่วนได้ เมื่อนำลงหม้อควรใช้ไฟกลางอ่อนและไม่คนแรงเพื่อรักษารูปทรง
ส่วนผสม
- เผือก 250 กรัม
- หางกะทิหรือน้ำผสมกะทิ 200 มิลลิลิตร
- หัวกะทิ 150 มิลลิลิตร
- น้ำตาลมะพร้าว 35 กรัม
- น้ำตาลทราย 20 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ใบเตย 2 ใบ
วิธีทำ
- ปอกและหั่นเผือกเป็นชิ้น แช่น้ำผสมเกลือเล็กน้อย 5 นาทีแล้วล้าง
- ต้มหางกะทิกับใบเตยด้วยไฟกลางอ่อน
- ใส่เผือก ต้มจนเริ่มนุ่ม
- เติมน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลทราย และเกลือ คนเบา ๆ
- เติมหัวกะทิ อุ่นจนเดือดเบา ๆ แล้วปิดไฟทันที
19. เผือกเชื่อมราดกะทิหอมใบเตย
เผือกเชื่อมราดกะทิหอมใบเตยเพิ่มน้ำกะทิข้นเค็มอ่อนลงบนเผือกหวาน ทำให้ขนมหนึ่งถ้วยมีทั้งรสหวาน มัน และเค็มตัดกันอย่างชัดเจน
เผือกมีเนื้อนุ่มฉ่ำน้ำเชื่อม ส่วนกะทิด้านบนข้นเล็กน้อยจากแป้งข้าวเจ้า กลิ่นใบเตยช่วยให้ทั้งสองส่วนเชื่อมกันอย่างกลมกล่อม
ควรเชื่อมด้วยไฟไม่แรงและปล่อยให้เผือกค่อย ๆ สุก หากน้ำแห้งเร็วสามารถเติมน้ำร้อนทีละน้อยโดยไม่เทน้ำเย็นลงหม้อทันที
ส่วนผสม
#### เผือกเชื่อม
- เผือก 250 กรัม
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- น้ำตาลปี๊บ 30 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- น้ำ 300-350 มิลลิลิตร
- ใบเตย 2 ใบ
#### กะทิราด
- กะทิ 120 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- แป้งข้าวเจ้า 1/4 ช้อนชา
- ใบเตย 1 ใบ
วิธีทำ
- ใส่เผือก น้ำตาลทั้งสองชนิด เกลือ น้ำ และใบเตยลงหม้อ
- ต้มไฟกลางจนเดือด แล้วลดเป็นไฟอ่อน
- เคี่ยวประมาณ 30-40 นาทีจนเผือกนุ่มและน้ำเชื่อมซึมทั่ว
- ผสมกะทิ เกลือ แป้งข้าวเจ้า และใบเตยในหม้ออีกใบ
- อุ่นไฟอ่อนพร้อมคนจนกะทิข้นเล็กน้อย แล้วปิดไฟ
- ตักเผือกใส่ถ้วยแล้วราดกะทิก่อนเสิร์ฟ
20. บัวลอยแก้วเผือกมะพร้าวอ่อนใส่ข้าวโพด
บัวลอยแก้วเผือกใช้ชิ้นเผือกคลุกแป้งมันแล้วต้มจนเกิดชั้นใสรอบนอก จากนั้นเสิร์ฟในน้ำกะทิพร้อมข้าวโพดและมะพร้าวอ่อน
ชั้นแป้งด้านนอกมีความหนึบใส ข้างในเป็นเผือกนุ่ม ร่วมกับเมล็ดข้าวโพดหวานและมะพร้าวอ่อน ทำให้หนึ่งคำมีหลายเนื้อสัมผัส
หลังคลุกแป้งควรสะบัดแป้งส่วนเกินออกก่อนต้ม และต้องต้มจนชั้นแป้งใสทั่วเพื่อไม่ให้มีแป้งดิบเหลืออยู่ด้านนอก
ส่วนผสม
- เผือก 150 กรัม
- แป้งมันสำปะหลัง 70 กรัม
- ข้าวโพดต้มแกะเมล็ด 60 กรัม
- เนื้อมะพร้าวอ่อน 70 กรัม
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- น้ำมะพร้าว 150 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- เกลือ 1/3 ช้อนชา
วิธีทำ
- หั่นเผือกเป็นเต๋าขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วล้างและสะเด็ดน้ำ
- คลุกเผือกที่ยังมีความชื้นบาง ๆ กับแป้งมันให้เคลือบทุกด้าน
- ต้มในน้ำเดือดจนชั้นแป้งใสและชิ้นเผือกลอย ตักลงน้ำสะอาด
- อุ่นกะทิ น้ำมะพร้าว น้ำตาล และเกลือด้วยไฟอ่อน
- ใส่ข้าวโพด มะพร้าวอ่อน และบัวลอยแก้ว
- อุ่นต่อจนร้อนทั่วแล้วปิดไฟ ไม่ควรต้มกะทิแรงจนแตกมัน
เคล็ดลับทำเมนูเผือกให้อร่อย
เลือกหัวเผือกที่แน่น น้ำหนักดี ไม่มีจุดนิ่มหรือกลิ่นผิดปกติ เมื่อนำไปทำของหวานที่ต้องการกลิ่นชัด เผือกหอมจะให้รสและกลิ่นเด่นกว่าชนิดเนื้อจืด ส่วนเมนูทอดควรเลือกเนื้อแน่นเพื่อช่วยให้ขึ้นรูปง่าย
หลังปอกควรล้างและทำให้สุกก่อนชิมเสมอ เผือกดิบมีสารธรรมชาติที่อาจระคายผิวและช่องปาก การนึ่ง ต้ม ทอด หรืออบจนสุกทั่วจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ ไม่ควรชิมเนื้อดิบระหว่างเตรียม
การหั่นชิ้นให้ขนาดใกล้กันช่วยให้สุกพร้อมกัน โดยเฉพาะเมนูเชื่อม แกงบวด และต้ม หากต้องการทำแบบลดการใช้น้ำมัน สามารถประยุกต์บางเมนูกับแนวทางจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ได้ตามความเหมาะสม
เผือกกวนควรใช้กระทะก้นหนาและพายทนความร้อน กวนจากก้นกระทะขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่น้ำระเหยมาก เนื้อขนมจะไหม้ง่ายกว่าช่วงแรก
เมนูกะทิควรใช้ไฟอ่อนถึงกลางอ่อนเพื่อรักษาความเนียน หากเดือดแรงเป็นเวลานานกะทิอาจแยกชั้น ส่วนเมนูที่มีไข่หรือกะทิควรเก็บในตู้เย็นหลังเย็นตัวและนำออกมาเท่าที่ต้องการกิน
เมื่อต้องการจัดสำรับให้หลากหลาย สามารถจับคู่จานเผือกกับอาหารโปรตีนหรือผัก เช่น เมนูเห็ดเข็มทอง เพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ต่างกันในมื้อเดียว
สรุป
ทั้ง 20 สูตรแสดงให้เห็นว่าเผือกนำไปทำได้ตั้งแต่อาหารคาวอย่างปลากะพงต้มเผือกและกระดูกหมูตุ๋น ไปจนถึงของทอด ข้าวเหนียวปิ้ง สังขยา บัวลอย ขนมกวน และเผือกเชื่อม จึงเลือกทำได้ตามวัตถุดิบและเวลาที่มี
หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำเผือกให้สุกทั่วและควบคุมเนื้อสัมผัสให้เหมาะกับแต่ละจาน สูตรต้มต้องระวังไม่ให้ชิ้นแตก สูตรทอดต้องควบคุมอุณหภูมิน้ำมัน ส่วนสูตรกวนต้องใช้ไฟพอดีและคนสม่ำเสมอ
เมนูเผือกจึงเป็นอีกกลุ่มสูตรที่ต่อยอดได้กว้าง ทั้งมื้อหลัก ของกินเล่น และของหวาน หากเริ่มจากสูตรปริมาณเล็กสำหรับ 1-2 ที่ จะปรับระดับหวาน เค็ม ความข้น และขนาดชิ้นให้เข้ากับรสที่ชอบได้ง่ายขึ้น









