20 เมนูกล้วยดิบ ทำง่าย ได้ทั้งของคาวและของหวาน
- กล้วยดิบทำได้ทั้งของทอด ของหวาน ตำ ยำ ผัด และแกงรสจัด
- การแช่น้ำเกลือหลังปอกช่วยลดการคล้ำและชะล้างยางกล้วย
- เลือกกล้วยน้ำว้าดิบเนื้อแน่น เปลือกเขียว ไม่มีรอยช้ำ เพื่อให้ปรุงแล้วเนื้อไม่เละ
- รวม 20 สูตรสำหรับ 1-2 ที่ พร้อมปริมาณส่วนผสมและขั้นตอนที่ทำตามได้ในครัวบ้าน
กล้วยดิบเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่นำมาปรุงอาหารได้กว้างกว่าการทำกล้วยฉาบ เนื้อแน่นและมีแป้งสูงจึงเข้ากับทั้งการทอด ต้ม ผัด ตำ และแกง โดยเฉพาะเมนูรสจัดที่ต้องการชิ้นวัตถุดิบซึมเครื่องแกงแต่ยังคงรูปสวย
เมื่อต้องเตรียมกล้วยดิบ ควรปอกเปลือกแล้วแช่น้ำผสมเกลือทันทีเพื่อช่วยลดรอยดำและล้างยาง ก่อนนำไปสะเด็ดน้ำให้แห้งตามรูปแบบการปรุง สำหรับมื้อที่ต้องการโปรตีนเพิ่ม สามารถจับคู่แนวคิดจาก สูตรน่องไก่ หรือ ไอเดียเมนูไข่ มาปรับเป็นเครื่องเคียงได้
ทั้ง 20 สูตรต่อไปนี้มีตั้งแต่ขนมกรุบกรอบไปจนถึงอาหารพื้นบ้านรสเข้ม ปริมาณปรับไว้สำหรับประมาณ 1-2 ที่ จึงเหมาะกับการทำกินมื้อเล็ก ทดลองสูตรใหม่ หรือเพิ่มเป็นกับข้าวบนโต๊ะอาหารโดยไม่ต้องเตรียมวัตถุดิบจำนวนมาก
กล้วยดิบมีเนื้อแน่นและรสไม่หวานจัด จุดสำคัญอยู่ที่การลดความฝาด เตรียมชิ้นให้เหมาะกับวิธีปรุง และทำให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน
1. กล้วยฉาบเนย
กล้วยฉาบเนยเป็นของว่างที่ใช้กล้วยดิบฝานบางทอดจนกรอบ แล้วคลุกน้ำเชื่อมเนยให้เคลือบทั่วทุกชิ้น เหมาะสำหรับทำไว้รับประทานระหว่างวันหรือแบ่งใส่กระปุกเก็บไว้
รสหวานเค็มอ่อน ๆ ผสานกลิ่นเนยและใบเตย เนื้อกล้วยบางกรอบช่วยให้กินเพลิน หากเคี่ยวน้ำเคลือบได้ระดับพอดี ผิวกล้วยจะแห้งเงาและไม่เหนียวติดมือ
ควรซับกล้วยให้แห้งก่อนทอดเพื่อลดน้ำกระเด็น และใช้น้ำมันใหม่ที่ทนความร้อน เมื่อคลุกน้ำเชื่อมแล้วต้องพักให้เย็นสนิทก่อนปิดภาชนะเพื่อป้องกันไอน้ำทำให้กล้วยนิ่ม
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- น้ำ 25 มิลลิลิตร
- เนยเค็ม 20 กรัม
- เกลือ 1 หยิบมือ
- ใบเตย 2 ใบ
- น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ปอกกล้วยแล้วแช่น้ำเกลืออ่อน 5 นาที ล้างและซับให้แห้ง
- ฝานกล้วยตามยาวหรือขวางให้บางสม่ำเสมอ
- ตั้งน้ำมันไฟกลางประมาณ 160-170 องศาเซลเซียส ทอดกล้วยทีละน้อยจนเหลืองกรอบ ตักพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ใส่น้ำ น้ำตาล เกลือ และใบเตยลงกระทะ เคี่ยวจนเริ่มข้น
- ใส่เนย คนให้ละลาย ปิดไฟแล้วใส่กล้วยทอดลงคลุกอย่างรวดเร็ว
- กระจายกล้วยบนถาด พักจนเย็นและผิวแห้งก่อนเก็บ
2. แกงเผ็ดกล้วยดิบหมูสามชั้น
แกงเผ็ดกล้วยดิบหมูสามชั้นเป็นแกงกะทิรสเข้มที่นำกล้วยน้ำว้าดิบหั่นพอดีคำมาต้มกับหมูสามชั้นและพริกแกง เหมาะเป็นกับข้าวร้อน ๆ คู่ข้าวสวย
กล้วยสุกพอดีจะมีเนื้อหนึบแน่นและดูดซับรสกะทิกับเครื่องแกง ส่วนหมูสามชั้นเพิ่มความมันนุ่ม กลิ่นใบมะกรูดและโหระพาช่วยให้แกงหอมสดชื่นขึ้น
หลังปอกกล้วยควรแช่น้ำเกลือทันที และไม่ต้มกล้วยนานเกินไปเพราะเนื้ออาจแตก ควรปรุงหมูให้สุกทั่วก่อนชิมและเสิร์ฟ
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก ประมาณ 180 กรัม
- หมูสามชั้น 120 กรัม
- หัวกะทิ 120 มิลลิลิตร
- หางกะทิ 180 มิลลิลิตร
- พริกแกงเผ็ด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูด 2 ใบ
- ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
- พริกชี้ฟ้าแดง 1/2 เม็ด
- น้ำเกลือสำหรับแช่กล้วย
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นชิ้นพอดีคำ แล้วแช่น้ำเกลือประมาณ 5 นาที
- หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นขนาดใกล้เคียงกัน
- เคี่ยวหัวกะทิครึ่งหนึ่งด้วยไฟกลางจนเริ่มมีน้ำมันออก ใส่พริกแกงแล้วผัดให้หอม
- ใส่หมูสามชั้น ผัดจนผิวหมูเปลี่ยนสี เติมหัวกะทิที่เหลือและหางกะทิ
- ปรุงน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลา ต้มจนหมูสุกทั่ว
- สะเด็ดกล้วยแล้วใส่ลงหม้อ ต้มประมาณ 5-7 นาทีจนสุกแต่ยังเป็นชิ้น
- ใส่มะเขือพวง ใบมะกรูด โหระพา และพริกชี้ฟ้า ต้มสั้น ๆ แล้วปิดไฟ
3. กล้วยฉาบแบบง่าย
กล้วยฉาบแบบง่ายเหมาะกับการเริ่มต้นทำของว่างจากกล้วยดิบ ใช้วิธีฝานบางแล้วทอดจนกรอบ ก่อนปรุงรสหวานเค็มเบา ๆ ด้วยวัตถุดิบที่หาได้ในครัวทั่วไป
ชิ้นกล้วยบางจะกรอบเบาและมีกลิ่นหอมจากการทอด สามารถปรับรสไปทางหวาน เค็ม หรือหวานเค็มได้ตามมื้อ เหมาะกับของกินเล่นคู่ชาและกาแฟ
ความหนาของกล้วยควรใกล้เคียงกันเพื่อให้สุกพร้อมกัน อย่าใส่กล้วยลงกระทะแน่นเกินไป เพราะอุณหภูมิน้ำมันจะลดและทำให้ชิ้นกล้วยอมน้ำมัน
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 500 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ปอกกล้วย แช่น้ำเกลืออ่อน แล้วซับให้แห้งสนิท
- ฝานกล้วยบางประมาณ 1-2 มิลลิเมตร
- ทอดในน้ำมันไฟกลางทีละชุดจนเหลืองกรอบ แล้วตักขึ้นพัก
- เคี่ยวน้ำ น้ำตาล และเกลือในกระทะสะอาดจนละลายและเริ่มเหนียว
- ปิดไฟ ใส่กล้วยทอดลงคลุกให้ทั่ว
- พักบนถาดจนเย็นสนิทก่อนรับประทานหรือเก็บ
4. กล้วยดิบทอดกรอบ
กล้วยดิบทอดกรอบเน้นรสธรรมชาติและเนื้อสัมผัสกรุบมากกว่าน้ำเคลือบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบของว่างรสไม่หวาน และสามารถโรยเกลือหรือเครื่องเทศเพิ่มภายหลังได้
กล้วยที่ทอดจนความชื้นลดลงจะมีความกรอบแน่นและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเนื้อกล้วย รสเค็มเพียงเล็กน้อยช่วยดึงรสธรรมชาติให้เด่นโดยไม่กลบรสหลัก
ควรรักษาอุณหภูมิน้ำมันให้คงที่และพักชิ้นทอดบนตะแกรงแทนการกองซ้อน หากต้องการเก็บข้ามวันต้องรอจนไม่มีความร้อนหลงเหลือก่อนใส่ภาชนะปิดสนิท
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 500 มิลลิลิตร
- น้ำเกลืออ่อนสำหรับแช่กล้วย
วิธีทำ
- ปอกกล้วยและแช่น้ำเกลือ 5 นาที จากนั้นล้างแล้วซับแห้ง
- ฝานเป็นแผ่นบางขนาดเท่า ๆ กัน
- ตั้งน้ำมันที่ไฟกลาง เมื่อร้อนประมาณ 165 องศาเซลเซียส ใส่กล้วยทีละน้อย
- ทอดจนฟองลดลงและกล้วยเหลืองกรอบ
- ตักขึ้นพักบนตะแกรง โรยเกลือบาง ๆ ขณะยังอุ่น
- พักจนเย็นก่อนเสิร์ฟ
5. กล้วยน้ำว้าดิบทอด
กล้วยน้ำว้าดิบทอดเป็นเมนูเรียบง่ายที่หั่นกล้วยเป็นชิ้นหนากว่ากล้วยฉาบ แล้วทอดให้ผิวนอกเหลือง ข้างในยังมีเนื้อแน่นนุ่ม เหมาะเป็นของว่างร้อน ๆ
เนื้อสัมผัสต่างจากกล้วยสุกทอดอย่างชัดเจน เพราะความหวานน้อยกว่าและมีความแน่นคล้ายอาหารประเภทแป้ง สามารถแตะเกลือหรือเสิร์ฟกับน้ำจิ้มรสเผ็ดหวานได้
ควรเลือกกล้วยที่ดิบจริงและไม่เริ่มนิ่ม หากหั่นชิ้นหนาควรใช้ไฟกลางเพื่อให้ความร้อนเข้าถึงด้านในโดยไม่ทำให้ผิวนอกไหม้ก่อน
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- แป้งทอดกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเย็น 3 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นตามยาวลูกละ 4 ชิ้น แล้วแช่น้ำเกลือสั้น ๆ
- ผสมแป้งทอดกรอบ น้ำเย็น และเกลือให้เป็นแป้งเคลือบบาง
- ซับกล้วยให้แห้งแล้วชุบแป้ง
- ทอดในน้ำมันไฟกลางจนผิวเหลืองกรอบและกล้วยด้านในสุก
- ตักพักบนตะแกรง 2-3 นาทีแล้วเสิร์ฟร้อน
6. กล้วยฉาบรสเนย
กล้วยฉาบรสเนยเป็นอีกแบบของกล้วยทอดกรอบที่เน้นกลิ่นเนยชัดขึ้น เหมาะสำหรับทำเป็นของว่างหรือใส่ถุงแบ่งรับประทานระหว่างวัน โดยไม่ต้องปรุงรสซับซ้อน
รสเค็มมันของเนยเข้ากับกล้วยดิบที่ทอดจนบางกรอบ เมื่อเติมน้ำตาลเพียงเล็กน้อยจะได้รสหวานเค็มสมดุลและกลิ่นหอมเด่นตั้งแต่เปิดภาชนะ
เนยมีส่วนของน้ำ จึงควรใช้ในขั้นตอนคลุกหลังทอดแทนการใส่ลงน้ำมันทอดโดยตรง และควรคลุกบนไฟอ่อนเพื่อป้องกันเนยไหม้
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- เนยเค็ม 15 กรัม
- น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 2 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
- ปอกและฝานกล้วยบาง แล้วซับให้แห้ง
- ทอดกล้วยในน้ำมันไฟกลางจนเหลืองกรอบ ตักพัก
- ใส่น้ำ น้ำตาล และเนยลงกระทะสะอาด ใช้ไฟอ่อนจนละลายเข้ากัน
- ใส่กล้วยทอดแล้วคลุกเบา ๆ จนส่วนผสมเคลือบทั่ว
- เทลงถาดและแยกชิ้นออกจากกัน พักจนเย็น
7. ลาบกล้วยดิบ
ลาบกล้วยดิบเปลี่ยนกล้วยพื้นบ้านให้กลายเป็นอาหารรสแซ่บด้วยพริกป่น ข้าวคั่ว น้ำปลา และมะนาว กล้วยต้องผ่านการต้มจนสุกก่อนนำมาหั่นหรือสับแล้วคลุกเครื่องลาบ
รสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และกลิ่นข้าวคั่วช่วยลดความฝาดของกล้วย เนื้อกล้วยแน่นช่วยรับน้ำปรุงได้ดี เหมาะเสิร์ฟพร้อมผักสดและข้าวเหนียวในมื้อกลางวัน
ควรต้มกล้วยจนสุกทั่วแต่ไม่เละ และพักให้คลายร้อนก่อนคลุกน้ำมะนาว การใช้เขียงกับมีดสะอาดช่วยลดการปนเปื้อนหลังวัตถุดิบผ่านความร้อนแล้ว
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1/2-1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- ใบสะระแหน่เล็กน้อย
วิธีทำ
- ล้างกล้วยทั้งเปลือกแล้วต้มในน้ำเดือดประมาณ 15-20 นาทีจนเนื้อสุก
- พักพอจับได้ ปอกเปลือกแล้วหั่นชิ้นเล็ก
- ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และพริกป่นในชาม
- ใส่กล้วย หอมแดง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง และข้าวคั่ว คลุกให้ทั่ว
- โรยสะระแหน่แล้วเสิร์ฟทันที
8. เฟรนช์ฟรายส์กล้วยดิบ
เฟรนช์ฟรายส์กล้วยดิบใช้การหั่นกล้วยเป็นแท่งยาวแล้วทอดจนผิวนอกกรอบ คล้ายของทอดแบบมันฝรั่ง แต่ยังคงกลิ่นและรสเฉพาะของกล้วยน้ำว้าดิบ
ด้านนอกกรอบ ส่วนกลางนุ่มแน่นและรสไม่หวาน ทำให้เข้ากับเกลือ ปาปริกา หรือซอสมะเขือเทศได้ดี เหมาะสำหรับของว่างช่วงบ่ายหรือเสิร์ฟร่วมกับอาหารจานหลัก
แท่งกล้วยไม่ควรหนาเกิน 1 เซนติเมตร เพราะด้านในอาจสุกช้า และต้องซับน้ำจากการแช่ให้แห้งก่อนสัมผัสน้ำมันร้อนทุกครั้ง
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ปาปริกา 1/4 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
- ปอกกล้วยแล้วหั่นเป็นแท่งยาวขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร
- แช่น้ำเกลือ 5 นาที ล้างและซับจนแห้ง
- คลุกแป้งข้าวโพดบาง ๆ ให้ทั่ว
- ทอดไฟกลางจนทุกด้านเหลืองกรอบและเนื้อด้านในสุก
- ตักขึ้นพักแล้วโรยเกลือกับปาปริกาขณะร้อน
9. ตำกล้วยดิบใส่มะขามอ่อน
ตำกล้วยดิบใส่มะขามอ่อนเป็นเมนูรสจัดที่รวมกล้วยดิบ มะขามอ่อน พริก กระเทียม และน้ำปลาร้าเข้าด้วยกัน เหมาะกับผู้ที่ชอบอาหารเปรี้ยวเผ็ดและกลิ่นเครื่องตำชัดเจน
กล้วยมีรสฝาดอ่อนและเนื้อกรุบ ขณะที่มะขามอ่อนเพิ่มความเปรี้ยวสด น้ำมะขาม น้ำมะนาว และน้ำปลาร้าช่วยสร้างรสหลายมิติ เสิร์ฟเป็นกับแกล้มหรือกินคู่ข้าวเหนียวได้
ควรปอกและหั่นกล้วยก่อนตำไม่นานเพื่อรักษาเนื้อสัมผัส น้ำปลาร้าที่ใช้ควรเป็นชนิดปรุงสุกหรือผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ และอุปกรณ์ตำต้องสะอาด
ส่วนผสม
- กล้วยดิบ 150 กรัม
- มะขามอ่อน 25 กรัม
- กระเทียม 2 กลีบ
- พริกแห้ง 2 เม็ด
- พริกจินดา 2 เม็ด
- มะเขือขื่นหรือมะเขือเปราะ 1 ลูก
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลาร้าปรุงสุก 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นชิ้นบาง แล้วแช่น้ำเกลือ 5 นาที สะเด็ดน้ำ
- โขลกกระเทียม พริกแห้ง และพริกจินดาพอแตก
- ใส่มะขามอ่อนแล้วโขลกให้เนื้อแตกออก
- เติมน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขาม น้ำปลาร้า และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน
- ใส่กล้วยและมะเขือ ใช้สากกดเบา ๆ สลับกับช้อนคลุก
- ชิมและเสิร์ฟทันทีเพื่อรักษาความกรุบ
10. แกงเนื้อใส่กล้วยดิบ
แกงเนื้อใส่กล้วยดิบเป็นอาหารพื้นบ้านที่ใช้เนื้อวัวต้มกับเครื่องแกงและกล้วยดิบหั่นชิ้น กล้วยช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและทำให้น้ำแกงมีความข้นขึ้นเล็กน้อยตามธรรมชาติ
รสเครื่องแกงเข้มเข้ากับกลิ่นเนื้อวัว กล้วยที่สุกพอดีจะมีเนื้อแน่นและซึมน้ำแกง เหมาะเป็นกับข้าวคู่ข้าวสวยร้อนในมื้อที่ต้องการอาหารรสหนัก
เนื้อวัวควรเคี่ยวจนเปื่อยตามส่วนที่เลือกก่อนใส่กล้วย และต้องรักษาอุณหภูมิให้เดือดทั่วระหว่างปรุง หากน้ำงวดเร็วให้เติมน้ำร้อนทีละน้อย
ส่วนผสม
- เนื้อวัวหั่นชิ้น 150 กรัม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- พริกแกงเผ็ด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- น้ำ 100 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด 2 ใบ
- ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
- เคี่ยวเนื้อวัวกับน้ำประมาณ 30-45 นาที หรือจนเริ่มนุ่ม
- ปอกกล้วย หั่นชิ้นพอดีคำแล้วแช่น้ำเกลือ
- ผัดพริกแกงกับกะทิประมาณ 80 มิลลิลิตรจนหอม
- ใส่เนื้อวัวพร้อมน้ำเคี่ยว เติมกะทิที่เหลือ
- ปรุงน้ำปลาและน้ำตาล แล้วต้มต่อจนเนื้อนุ่ม
- ใส่กล้วยสะเด็ดน้ำ ต้มประมาณ 6-8 นาทีจนสุก
- ใส่ใบมะกรูดและโหระพา ปิดไฟแล้วเสิร์ฟ
11. กล้วยดิบทอดแบบกล้วยแขก
กล้วยดิบทอดแบบกล้วยแขกใช้ชิ้นกล้วยชุบแป้งก่อนทอด ทำให้ผิวกรอบกว่าการทอดเปล่าและช่วยเก็บความชื้นด้านใน เหมาะกับการกินร้อน ๆ หลังทอดเสร็จใหม่
กล้วยดิบมีความหวานน้อย จึงได้รสออกเค็มมันเมื่อใช้แป้งปรุงรส เนื้อด้านในแน่นและนุ่มคล้ายของทอดจากหัวพืช เหมาะเป็นของว่างที่ไม่หวานจัด
ควรผสมแป้งด้วยน้ำเย็นและทอดทันทีหลังชุบเพื่อให้เปลือกกรอบ น้ำมันต้องมีปริมาณพอให้ชิ้นกล้วยลอยได้และไม่ควรเร่งไฟแรงเกินไป
ส่วนผสม
- กล้วยดิบ 2 ลูก
- แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ
- แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเย็น 5 ช้อนโต๊ะ
- งาขาว 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นตามยาวเป็นชิ้นหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร
- ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งทอดกรอบ งา เกลือ และน้ำตาล
- เติมน้ำเย็น คนพอเข้ากัน ไม่ต้องคนนาน
- ชุบกล้วยในแป้งแล้วทอดด้วยไฟกลาง
- กลับด้านจนเหลืองกรอบและเนื้อกล้วยสุกทั่ว
- ตักพักให้สะเด็ดน้ำมันก่อนเสิร์ฟ
12. กล้วยดิบในหม้อทอดไร้น้ำมัน
กล้วยดิบในหม้อทอดไร้น้ำมันเหมาะกับมื้อที่ต้องการลดปริมาณน้ำมัน ใช้การหั่นกล้วยเป็นชิ้นหรือแผ่นแล้วอบด้วยลมร้อนจนผิวแห้งและมีสีเหลืองอ่อน
ผลลัพธ์จะกรอบน้อยกว่าการทอดน้ำมันท่วม แต่ได้เนื้อสัมผัสหนึบแน่นและกลิ่นกล้วยเด่น เหมาะโรยเกลือ อบเชย หรือปาปริกาตามรสที่ต้องการ
แต่ละเครื่องให้ความร้อนไม่เท่ากัน จึงควรเปิดตรวจช่วงท้ายและพลิกชิ้นกล้วยระหว่างอบ สำหรับแนวทางทำอาหารด้วยอุปกรณ์นี้เพิ่มเติมดู เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน ได้
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- อุ่นหม้อทอดไร้น้ำมันที่ 180 องศาเซลเซียสประมาณ 3 นาที
- ปอกกล้วย หั่นเป็นแผ่นหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร
- แช่น้ำเกลือ 5 นาที ซับให้แห้งแล้วคลุกน้ำมันบาง ๆ
- เรียงกล้วยชั้นเดียวในตะกร้า
- อบ 8 นาที พลิกด้าน แล้วอบต่อ 5-8 นาทีจนสุกและขอบเริ่มกรอบ
- โรยเกลือแล้วพัก 2 นาทีจึงเสิร์ฟ
13. แกงคั่วกะทิลูกกล้วยดิบ
แกงคั่วกะทิลูกกล้วยดิบใช้พริกแกงคั่วผัดกับกะทิจนหอมแล้วต้มกล้วยให้สุกในน้ำแกง เหมาะกับการทำเป็นกับข้าวง่าย ๆ ที่มีวัตถุดิบหลักไม่มาก
น้ำแกงมีความมัน หอมเครื่องเทศ และเผ็ดกำลังดี กล้วยช่วยเพิ่มความแน่นในทุกคำและรับรสกะทิได้ดี สามารถเติมเนื้อสัตว์หรือปลาแห้งเพิ่มตามความชอบ
ควรหั่นกล้วยขนาดใกล้เคียงกันเพื่อให้สุกพร้อมกัน และคนหลังใส่กล้วยอย่างเบามือ หากใช้กะทิเข้มข้นมากต้องควบคุมไฟเพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- กะทิ 300 มิลลิลิตร
- พริกแกงคั่ว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด 2 ใบ
- พริกชี้ฟ้า 1/2 เม็ด
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นชิ้นแล้วแช่น้ำเกลือประมาณ 5 นาที
- ใส่กะทิ 100 มิลลิลิตรลงหม้อ ตั้งไฟกลาง
- ใส่พริกแกงคั่ว ผัดจนกลิ่นหอม
- เติมกะทิที่เหลือ ปรุงน้ำปลาและน้ำตาล
- ใส่กล้วยที่สะเด็ดน้ำแล้ว ต้ม 6-8 นาทีจนสุก
- ใส่ใบมะกรูดและพริกชี้ฟ้า ต้มอีกประมาณ 1 นาทีแล้วปิดไฟ
14. ต้มกล้วยดิบ
ต้มกล้วยดิบเป็นเมนูพื้นบ้านที่ใช้วัตถุดิบน้อย เหมาะสำหรับวันที่ต้องการอาหารเรียบง่าย เพียงต้มกล้วยทั้งเปลือกหรือปอกแล้วต้มจนเนื้อสุกนุ่ม
รสธรรมชาติออกมันและหวานอ่อนมาก เนื้อแน่นแต่ไม่แข็งเมื่อสุกเต็มที่ สามารถกินเปล่า ๆ หรือโรยมะพร้าวขูดและเกลือเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสได้
ควรล้างเปลือกให้สะอาดหากต้มทั้งลูก และตรวจความสุกด้วยไม้ปลายแหลม เมื่อแทงผ่านเนื้อได้โดยไม่ต้องออกแรงมากจึงนำขึ้นพักได้
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2-3 ลูก
- น้ำสำหรับต้ม 800 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- มะพร้าวขูด 2 ช้อนโต๊ะ สำหรับเสิร์ฟตามชอบ
วิธีทำ
- ล้างกล้วยให้สะอาด ตัดหัวและท้ายเล็กน้อย
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือแล้วใส่กล้วยทั้งเปลือก
- ลดเป็นไฟกลาง ต้มประมาณ 15-20 นาที
- ใช้ไม้ปลายแหลมทดสอบ หากแทงผ่านง่ายให้ตักขึ้น
- พักพออุ่น ปอกเปลือก หั่นชิ้นแล้วเสิร์ฟกับมะพร้าวขูดตามชอบ
15. ตำกล้วยดิบ
ตำกล้วยดิบเป็นอาหารรสแซ่บที่ใช้กล้วยดิบแทนมะละกอ ให้เนื้อกรุบแน่นและมีรสฝาดเล็กน้อย เมื่อนำมาตำกับพริก กระเทียม น้ำมะนาว และน้ำปลาร้าจะมีรสจัดครบเครื่อง
กลิ่นปลาร้าช่วยเพิ่มความนัว ขณะที่มะนาวและมะเขือเทศทำให้รสสดขึ้น เหมาะสำหรับกินคู่ผักสด ไข่ต้ม หรือข้าวเหนียว เพื่อช่วยให้มื้อนี้มีทั้งรสจัดและเครื่องเคียงที่กินสลับกันได้ลงตัว
เพื่อให้กล้วยยังกรุบ ควรตำเบาและคลุกให้เข้ากันมากกว่าการโขลกแรง น้ำปลาร้าต้องเป็นชนิดพร้อมบริโภคผ่านความร้อน และควรรับประทานหลังปรุงไม่นาน
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 150 กรัม
- กระเทียม 2 กลีบ
- พริกจินดา 2-4 เม็ด
- มะเขือเทศ 1 ลูก
- ถั่วฝักยาว 1 ฝัก
- น้ำปลาร้าปรุงสุก 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ปอกกล้วย สับหรือหั่นเป็นเส้นแล้วแช่น้ำเกลือสั้น ๆ จากนั้นสะเด็ดน้ำ
- โขลกกระเทียมกับพริกพอแตก
- ใส่ถั่วฝักยาวแล้วกดเบา ๆ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ
- เติมน้ำปลา น้ำปลาร้า และน้ำมะนาว คนจนเครื่องปรุงละลาย
- ใส่มะเขือเทศและกล้วย ใช้ช้อนคลุกสลับกับการกดเบา ๆ
- ชิมรสแล้วเสิร์ฟทันที
16. ยำยวกกล้วยดิบระกำ
ยำยวกกล้วยดิบระกำเป็นเมนูพื้นบ้านรสเปรี้ยวจัดที่จับคู่ส่วนของกล้วยอ่อนกับระกำ ใช้น้ำยำรสเค็ม เผ็ด และหวานเล็กน้อยช่วยเชื่อมรสให้กลมกล่อม
ระกำให้กลิ่นหอมและความเปรี้ยวเฉพาะตัว ส่วนยวกกล้วยมีสัมผัสกรอบนุ่ม เมื่อนำมาคลุกกับหอมแดงและพริกจึงเหมาะเป็นกับข้าวในมื้อที่มีอาหารทอดหรืออาหารมัน
ยวกกล้วยที่หั่นแล้วคล้ำได้รวดเร็ว จึงควรแช่น้ำผสมน้ำมะนาวหรือเกลืออ่อนก่อนใช้ ส่วนระกำควรแกะเมล็ดและตรวจเศษเปลือกแข็งออกให้หมด
ส่วนผสม
- ยวกกล้วยอ่อน 120 กรัม
- เนื้อระกำ 50 กรัม
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกจินดาซอย 2 เม็ด
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- มะพร้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- หั่นยวกกล้วยบาง ๆ แช่น้ำเกลืออ่อน 5 นาทีแล้วสะเด็ดน้ำ
- ลวกยวกกล้วยในน้ำเดือดประมาณ 30 วินาที ตักแช่น้ำเย็นแล้วสะเด็ดน้ำ
- ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลจนละลาย
- ใส่ยวกกล้วย เนื้อระกำ หอมแดง และพริก คลุกเบา ๆ
- โรยมะพร้าวคั่วก่อนเสิร์ฟ
17. แกงกะทิกล้วยดิบใส่หมู
แกงกะทิกล้วยดิบใส่หมูเป็นแกงพื้นบ้านที่ใช้กล้วยดิบหั่นชิ้นต้มกับหมูและพริกแกงในน้ำกะทิ เหมาะกับมื้อที่ต้องการกับข้าวรสเผ็ดมันและอิ่มท้อง
กล้วยซึมรสเครื่องแกงจนด้านนอกเข้มข้น ข้างในยังนุ่มแน่น ส่วนหมูเพิ่มรสหวานจากเนื้อและความหอมของไขมัน กินคู่ข้าวสวยช่วยลดความเผ็ดได้ดี
ควรใช้หมูที่สุกง่าย เช่น สันคอหรือสะโพก และต้มจนไม่มีส่วนดิบหลงเหลือ ก่อนใส่กล้วยต้องสะเด็ดน้ำให้หมดเพื่อลดความเจือจางของแกง
ส่วนผสม
- เนื้อหมู 130 กรัม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- กะทิ 300 มิลลิลิตร
- พริกแกงใต้หรือพริกแกงเผ็ด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด 2 ใบ
วิธีทำ
- หั่นหมูเป็นชิ้นพอดีคำ
- ปอกกล้วย หั่นชิ้นแล้วแช่น้ำเกลือก่อนสะเด็ดน้ำ
- ผัดพริกแกงกับกะทิ 100 มิลลิลิตรจนหอม
- ใส่หมูและผัดจนผิวเปลี่ยนสี
- เติมกะทิที่เหลือ ต้มจนหมูสุกทั่ว
- ปรุงน้ำปลาและน้ำตาล ใส่กล้วยแล้วต้มต่อประมาณ 6-8 นาที
- ใส่ใบมะกรูด ปิดไฟเมื่อกล้วยสุกนุ่ม
18. แกงกะทิหมูสามชั้นใส่ลูกกล้วยน้ำว้า
แกงกะทิหมูสามชั้นใส่ลูกกล้วยน้ำว้าให้รสเข้มและมันกว่าสูตรที่ใช้หมูเนื้อแดง เพราะไขมันจากหมูสามชั้นช่วยเพิ่มความหอมและความข้นให้น้ำแกง
กล้วยเนื้อแน่นรับรสกะทิและพริกแกงได้ดี ส่วนหมูสามชั้นนุ่มฉ่ำทำให้แต่ละคำมีทั้งเนื้อสัมผัสนุ่มและหนึบ เหมาะกับข้าวสวยหรือผักลวกจืด ๆ
ควรเคี่ยวหมูให้เริ่มนุ่มก่อนใส่กล้วย เพราะกล้วยใช้เวลาสุกสั้นกว่า หากชอบหมูสามชั้นแบบผิวกรอบสำหรับมื้ออื่นสามารถดู สูตรหมูกรอบ เพิ่มเติมได้
ส่วนผสม
- หมูสามชั้น 120 กรัม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- กะทิ 300 มิลลิลิตร
- พริกแกงใต้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด 2 ใบ
- พริกชี้ฟ้า 1/2 เม็ด
วิธีทำ
- หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร
- ปอกและหั่นกล้วยแล้วแช่น้ำเกลือ
- ผัดพริกแกงกับกะทิส่วนหนึ่งจนหอม ใส่หมูแล้วผัดประมาณ 3 นาที
- เติมกะทิที่เหลือ ต้มไฟกลางจนหมูสุกและเริ่มนุ่ม
- ใส่กล้วยสะเด็ดน้ำ ปรุงน้ำปลาและน้ำตาล
- ต้มต่อ 6-8 นาทีจนกล้วยสุก
- เติมใบมะกรูดกับพริกชี้ฟ้าแล้วปิดไฟ
19. ผัดพริกแกงกล้วยดิบใส่หมูสามชั้น
ผัดพริกแกงกล้วยดิบใส่หมูสามชั้นเป็นเมนูกระทะที่ใช้เวลาน้อยกว่าแกงกะทิ กล้วยถูกต้มพอสุกก่อนนำมาผัดกับหมูและพริกแกงจนเครื่องเกาะทั่วชิ้น
รสเผ็ดเค็มเข้มข้นและมีกลิ่นสมุนไพรจากพริกแกง เนื้อกล้วยนุ่มแน่นตัดกับความมันของหมูสามชั้นได้ดี เหมาะเสิร์ฟเป็นกับข้าวหรือทำเป็นอาหารจานเดียวคู่ไข่ดาว
ควรต้มกล้วยเพียงพอสุกประมาณร้อยละ 80 ก่อนผัด เพื่อไม่ให้แตกขณะคลุก และต้องผัดหมูสามชั้นจนสุกทั่วก่อนใส่ส่วนผสมที่พร้อมรับประทาน
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- หมูสามชั้น 120 กรัม
- พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- ใบมะกรูดซอย 2 ใบ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นชิ้นแล้วต้มในน้ำเดือด 4-5 นาที ตักพัก
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและหมูสามชั้น ผัดจนหมูสุกและมีน้ำมันออกเล็กน้อย
- ใส่พริกแกง ผัดจนหอม
- เติมน้ำ น้ำปลา และน้ำตาล คนให้เข้ากัน
- ใส่กล้วยต้ม ผัดเบา ๆ จนเครื่องแกงเคลือบทั่ว
- โรยใบมะกรูด ผัดอีกประมาณ 30 วินาทีแล้วปิดไฟ
20. กล้วยดิบทอด
กล้วยดิบทอดเป็นสูตรพื้นฐานที่เน้นความกรอบโดยไม่ต้องปรุงรสหลายอย่าง สามารถหั่นเป็นแว่น แผ่น หรือแท่งตามต้องการ แล้วทอดจนสีเหลืองและความชื้นลดลง
รสธรรมชาติของกล้วยดิบออกมันและไม่หวาน จึงเหมาะกับทั้งเกลือ พริกป่น หรือผงปรุงรสแบบอ่อน ๆ สามารถจัดเป็นของว่างหรือเครื่องเคียงของอาหารจานหลักได้
หลังแช่น้ำเพื่อล้างยางต้องซับให้แห้งมากที่สุดก่อนทอด ไม่ควรเทกล้วยเปียกลงน้ำมันร้อน และควรใช้กระชอนด้ามยาวเพื่อลดโอกาสสัมผัสน้ำมันกระเด็น
ส่วนผสม
- กล้วยน้ำว้าดิบ 2 ลูก
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกป่นหรือปาปริกา 1/4 ช้อนชา ตามชอบ
- น้ำมันสำหรับทอด
วิธีทำ
- ปอกกล้วย หั่นเป็นแว่นหนาประมาณ 3 มิลลิเมตร
- แช่น้ำเกลือ 5 นาที ล้างแล้วซับให้แห้ง
- ตั้งน้ำมันด้วยไฟกลางให้ร้อนประมาณ 165-170 องศาเซลเซียส
- ทอดกล้วยทีละชุดจนเหลืองกรอบและฟองน้ำมันลดลง
- ตักขึ้นพักบนตะแกรง
- โรยเกลือหรือพริกป่นขณะยังอุ่น แล้วพักให้เย็นเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ
เคล็ดลับทำเมนูกล้วยดิบให้อร่อยและเตรียมง่าย
เลือกกล้วยน้ำว้าที่เปลือกยังเขียว เนื้อแข็ง ไม่มีจุดเหลืองมาก เพราะกล้วยที่เริ่มสุกจะมีน้ำตาลเพิ่มและเนื้อนิ่ม ทำให้ผลลัพธ์ต่างจากสูตรที่ต้องการกล้วยดิบ โดยเฉพาะกล้วยฉาบและอาหารประเภทแกง
หลังปอกควรนำลงแช่น้ำเกลืออ่อนทันที อัตราส่วนใช้ง่ายประมาณน้ำ 1 ลิตรต่อเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ แช่ 5-10 นาทีแล้วล้างออก สำหรับเมนูทอดต้องซับน้ำออกจนแห้ง ส่วนเมนูแกงสามารถสะเด็ดน้ำก่อนใส่หม้อได้โดยตรง
การทอดกล้วยควรรักษาอุณหภูมิน้ำมันแถว 160-170 องศาเซลเซียสและทอดทีละน้อย สำหรับมื้อเร่งด่วนสามารถค้นแนวทางใช้อุปกรณ์อีกแบบจาก เมนูไมโครเวฟ โดยเลือกใช้กับวัตถุดิบที่เหมาะต่อการให้ความร้อนแบบไมโครเวฟ
เมนูแกงและผัดควรหั่นกล้วยให้ใกล้เคียงกันเพื่อควบคุมความสุก หากทำคู่กับอาหารหลายจาน สามารถเพิ่มความหลากหลายด้วยเมนูเบา ๆ จาก เมนูเห็ดเข็มทอง โดยแยกปรุงเป็นเครื่องเคียงแทนการใส่รวมในสูตรกล้วย
ของทอดควรพักบนตะแกรงแทนกระดาษหลายชั้นเพื่อให้ไอน้ำระบายออกได้ดี หากทำกล้วยฉาบเพื่อเก็บ ต้องรอจนเย็นสนิทและไม่มีไออุ่นหลงเหลือก่อนบรรจุ ภาชนะที่ปิดสนิทช่วยรักษาความกรอบได้นานขึ้น
สรุป
กล้วยดิบเป็นวัตถุดิบที่นำไปทำอาหารได้หลายแนว ตั้งแต่กล้วยฉาบ กล้วยทอด เฟรนช์ฟรายส์ ตำ ลาบ ยำ ไปจนถึงแกงกะทิและผัดพริกแกง ความแตกต่างของแต่ละจานอยู่ที่รูปทรงของชิ้นกล้วย ระยะเวลาทำให้สุก และเครื่องปรุงที่นำมาจับคู่
หากต้องการเริ่มจากสูตรง่าย กล้วยต้ม กล้วยทอด และกล้วยฉาบใช้วัตถุดิบน้อยและฝึกควบคุมความสุกได้ไม่ยาก ส่วนผู้ที่ชอบอาหารรสจัดสามารถเลือกตำกล้วย แกงเผ็ด หรือผัดพริกแกง ซึ่งใช้เนื้อแน่นของกล้วยช่วยรับรสเครื่องปรุงได้ดี
หัวใจของการทำอาหารจากกล้วยดิบอยู่ที่การเลือกผลที่ยังแข็ง การแช่น้ำเกลือหลังปอก การปรุงให้สุกทั่ว และการควบคุมไฟให้เหมาะกับแต่ละวิธี เมื่อเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ กล้วยดิบเพียงไม่กี่ลูกสามารถต่อยอดเป็นอาหารคาว ของว่าง และของหวานได้หลายมื้อ









