20 เมนูมะม่วง ทำง่าย ได้ทั้งของคาวและของหวาน
- รวมมะม่วงสุกและมะม่วงดิบไว้ในสูตรหลากหลายสไตล์
- มีทั้งขนมหวาน เครื่องดื่ม ของกินเล่น สลัด ยำ และกับข้าว
- ปรับปริมาณสำหรับทำกิน 1-2 ที่ พร้อมขั้นตอนที่ทำตามได้ในครัวบ้าน
- เลือกความสุกของมะม่วงให้เหมาะกับแต่ละจาน ช่วยให้รสชาติและเนื้อสัมผัสดีขึ้น
มะม่วงเป็นผลไม้ที่นำมาทำอาหารได้หลากหลายกว่าการกินสด ตั้งแต่มะม่วงสุกเนื้อหวานสำหรับเค้ก พุดดิ้ง และเครื่องดื่ม ไปจนถึงมะม่วงดิบรสเปรี้ยวสำหรับยำ น้ำปลาหวาน หรือแกงรสจัด
ชุดสูตรนี้รวบรวมเมนูมะม่วง 20 แบบที่เหมาะกับครัวบ้าน หลายรายการใช้วัตถุดิบไม่มากและปรับรสได้ง่าย เมนูของหวานเน้นความหอมสดชื่น ส่วนเมนูคาวเน้นสมดุลเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ด
ระหว่างเตรียมอาหารควรล้างมะม่วงให้สะอาดก่อนปอก ใช้เขียงและมีดสะอาด รวมถึงแยกอุปกรณ์สำหรับเนื้อดิบออกจากผลไม้พร้อมกิน สำหรับสูตรที่มีการต้ม อบ หรือใช้เจลาติน ควรควบคุมอุณหภูมิและพักอาหารตามขั้นตอนเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหมาะสม
มะม่วงแต่ละพันธุ์มีระดับความหวาน เปรี้ยว และปริมาณน้ำต่างกัน การชิมก่อนปรุงช่วยให้ปรับน้ำตาล เกลือ และกรดได้พอดีกับผลไม้จริง
1. เค้กมะม่วงครีมสด
เค้กมะม่วงครีมสดเป็นของหวานเนื้อนุ่มที่จับคู่เค้กวานิลลากับมะม่วงสุกและครีมเบา ๆ เหมาะสำหรับใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สุกหอมที่เนื้อแน่นและสีสวย
รสหวานนุ่มของครีมช่วยรับความฉ่ำของผลไม้ ทำให้เค้กไม่หนักเกินไป เหมาะเป็นของหวานหลังอาหารหรือทำเป็นเค้กขนาดเล็กสำหรับวันพิเศษ
ควรพักเนื้อเค้กให้เย็นสนิทก่อนปาดครีม เพราะความร้อนทำให้ครีมละลาย มะม่วงที่ใช้แต่งหน้าควรซับผิวให้แห้งเพื่อลดน้ำส่วนเกินบนเค้ก
ส่วนผสม
- แป้งเค้ก 70 กรัม
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- น้ำตาลทราย 55 กรัม
- นมสด 30 มิลลิลิตร
- น้ำมันรำข้าว 25 มิลลิลิตร
- กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
- วิปปิ้งครีมเย็น 150 มิลลิลิตร
- น้ำตาลไอซิง 15 กรัม
- มะม่วงสุก 1 ลูก
วิธีทำ
- อุ่นเตาอบที่ 170 องศาเซลเซียส ตีไข่กับน้ำตาลจนฟูและสีอ่อน
- ร่อนแป้งลงผสมเบา ๆ เติมนม น้ำมัน และวานิลลา คนจนเนียน
- เทใส่พิมพ์ขนาดเล็ก อบ 20-25 นาทีจนสุก แล้วพักให้เย็น
- ตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิงจนตั้งยอดอ่อน
- หั่นเค้กเป็นชั้น ปาดครีมและวางมะม่วง ก่อนประกบและแต่งหน้า
- แช่เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนตัดเสิร์ฟ
หากชอบทำเบเกอรี่แบบง่าย สามารถดู สูตรขนมปัง เพิ่มเป็นไอเดียสำหรับเมนูอบในวันถัดไป
2. แกงส้มมะม่วงเบาหมูย่าง
แกงส้มมะม่วงเบาหมูย่างเป็นกับข้าวรสจัดที่ใช้ความเปรี้ยวจากมะม่วงดิบมาช่วยให้แกงสดชื่นขึ้น เนื้อหมูย่างหอมเกรียมช่วยเพิ่มรสเข้มและกลิ่นชวนกิน
น้ำแกงมีทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และหวานเล็กน้อยจากน้ำตาล เมื่อมะม่วงเริ่มนุ่มจะดูดรสน้ำแกง เหมาะเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ เป็นมื้อหลัก
หมูต้องย่างให้สุกถึงด้านในก่อนนำลงแกง และไม่ควรต้มมะม่วงนานเกินไป เพราะเนื้ออาจแตกจนเสียรูป ค่อยชิมความเปรี้ยวก่อนเติมน้ำมะขาม
ส่วนผสม
- มะม่วงเบาดิบ 150 กรัม
- สันคอหมู 180 กรัม
- พริกแกงส้มใต้ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ 450 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือเล็กน้อย
วิธีทำ
- หั่นหมูเป็นชิ้น หมักเกลือเล็กน้อย แล้วย่างบนกระทะจนสุกทั่วและมีสีเกรียม
- ต้มน้ำให้เดือด ละลายพริกแกงส้มลงไปแล้วต้ม 3-4 นาที
- ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ชิมก่อนเติมน้ำมะขามตามระดับความเปรี้ยวของมะม่วง
- ใส่มะม่วงหั่นชิ้น ต้มจนเริ่มนุ่ม
- ใส่หมูย่าง ต้มต่อ 2 นาทีแล้วปิดไฟ
- เสิร์ฟทันทีพร้อมข้าวสวย
สำหรับมื้อที่อยากสลับจากหมูเป็นไก่ ลองเลือกไอเดียจาก สูตรน่องไก่ มาจัดคู่กับข้าวและผักได้
3. วุ้นมะม่วงนมสด
วุ้นมะม่วงนมสดมีสองชั้นที่ให้ทั้งความหอมนมและรสผลไม้ เนื้อมะม่วงหั่นเต๋าช่วยเพิ่มสัมผัสสดฉ่ำในแต่ละคำ ทำเป็นถ้วยเล็กหรือเทใส่พิมพ์แล้วตัดชิ้นได้
ชั้นนมมีรสนุ่มละมุน ส่วนชั้นมะม่วงออกหวานอมเปรี้ยวและมีกลิ่นผลไม้ชัด เมื่อนำไปแช่เย็นจะยิ่งสดชื่น เหมาะกับอากาศร้อนหรือของหวานหลังมื้ออาหาร
ผงวุ้นควรแช่ในของเหลวก่อนตั้งไฟและต้องต้มจนละลายดี หากเทชั้นใหม่ตอนชั้นเดิมแข็งสนิทเกินไป วุ้นอาจแยกออกจากกันเมื่อตัด
ส่วนผสม
- มะม่วงสุก 250 กรัม
- นมสด 200 มิลลิลิตร
- น้ำ 100 มิลลิลิตร
- ผงวุ้น 1 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 35 กรัม
วิธีทำ
- หั่นมะม่วงครึ่งหนึ่งเป็นเต๋า อีกครึ่งปั่นกับน้ำจนละเอียด
- ผสมนมกับผงวุ้น 1 ช้อนชา พัก 10 นาที
- ตั้งไฟอ่อน คนจนเดือด เติมน้ำตาล 20 กรัม แล้วเทลงพิมพ์พร้อมมะม่วงเต๋า
- ผสมมะม่วงปั่นกับผงวุ้นที่เหลือ พัก 10 นาที
- ต้มจนเดือด เติมน้ำตาลที่เหลือ แล้วพักให้ความร้อนลดลงเล็กน้อย
- เททับชั้นนมเมื่อผิวเริ่มเซต แช่เย็นจนแข็งก่อนเสิร์ฟ
4. ซัลซ่ามะม่วง
ซัลซ่ามะม่วงเป็นสลัดสดที่ทำเร็ว ใช้มะม่วงรสหวานอมเปรี้ยวหั่นเต๋าคลุกกับมะเขือเทศ หอมแดง และน้ำมะนาว เหมาะสำหรับวันที่อยากได้จานเบาแต่รสไม่จืด
เนื้อผลไม้ฉ่ำตัดกับความกรอบของหอมแดงและความสดของมะเขือเทศได้ดี เสิร์ฟเป็นเครื่องเคียงกับปลา ไก่ย่าง หรือกินคู่ขนมปังกรอบได้
ควรคลุกก่อนเสิร์ฟไม่นานเพื่อป้องกันน้ำออกมากเกินไป หอมแดงที่รสแรงสามารถแช่น้ำเย็น 5 นาทีแล้วสะเด็ดให้แห้งก่อนนำมาผสม
ส่วนผสม
- มะม่วงสุกอมเปรี้ยว 1 ลูกเล็ก
- มะเขือเทศ 1 ลูก
- หอมแดง 2 หัว
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยดำ 1/4 ช้อนชา
- ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด แล้วหั่นมะม่วง มะเขือเทศ และหอมแดงเป็นเต๋าเล็ก
- ใส่ทุกอย่างลงชาม เติมน้ำมะนาว เกลือ และพริกไทย
- คลุกเบา ๆ ให้ส่วนผสมกระจายทั่ว
- เติมผักชีแล้วชิมรส
- แช่เย็น 10 นาทีหรือเสิร์ฟทันที
5. มะม่วงหนึบคลุกพริกเกลือ
มะม่วงหนึบคลุกพริกเกลือเหมาะกับมะม่วงแก่ที่ยังมีรสเปรี้ยวและเนื้อแน่น ผ่านการต้มในน้ำเชื่อมแล้วอบให้ความชื้นลดลงจนได้ชิ้นผลไม้เคี้ยวหนึบ
รสหวานอมเปรี้ยวเข้ากับพริกเกลือรสเค็มเผ็ด ทำให้เป็นของกินเล่นรสจัดที่เก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้กินได้หลายครั้ง
การอบต้องใช้ความร้อนต่ำเพื่อไม่ให้น้ำตาลไหม้ และชิ้นมะม่วงควรมีขนาดใกล้เคียงกัน หากต้องการเก็บนานควรอบจนผิวแห้งและปล่อยให้เย็นก่อนบรรจุ
ส่วนผสม
- มะม่วงแก้วขมิ้นแก่ 500 กรัม
- น้ำ 125 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 150 กรัม
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- น้ำส้มสายชู 3/4 ช้อนชา
- พริกป่น 1 ช้อนชา
- น้ำตาลสำหรับพริกเกลือ 1 ช้อนชา
- เกลือสำหรับพริกเกลือ 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ปอกมะม่วง หั่นชิ้นหนาประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วล้างให้สะอาด
- ใส่น้ำ น้ำตาล เกลือ และน้ำส้มสายชูลงหม้อ ต้มจนเดือด
- เติมมะม่วง ต้มไฟกลางประมาณ 15-20 นาทีโดยคนให้น้อยครั้ง
- ปิดไฟ พักมะม่วงในน้ำเชื่อมจนเย็น แล้วสะเด็ดน้ำ
- อบที่ 60-70 องศาเซลเซียสประมาณ 5-7 ชั่วโมงจนหนึบ
- ผสมพริกป่น น้ำตาล และเกลือ แล้วคลุกกับมะม่วงที่เย็นสนิท
6. มะม่วงหนึบน้ำกะทิ
มะม่วงหนึบน้ำกะทิใช้มะม่วงสุกบดผสมแป้งจนปั้นเป็นชิ้นได้ เมื่อต้มสุกจะมีเนื้อหนึบคล้ายบัวลอยแก้วและมีกลิ่นผลไม้แทรกอยู่ในตัวแป้ง
น้ำกะทิหวานมันช่วยให้รสมะม่วงนุ่มขึ้น เหมาะเสิร์ฟอุ่น ๆ หรือพักให้เย็นก่อนกิน เนื้อแป้งเหนียวนุ่มทำให้จานนี้ต่างจากขนมมะม่วงแบบครีมหรือวุ้น
ควรเติมน้ำลงแป้งทีละน้อยเพราะมะม่วงแต่ละลูกมีความชื้นต่างกัน ระหว่างต้มต้องรอให้แป้งลอยและสุกถึงด้านในก่อนตักขึ้น
ส่วนผสม
- มะม่วงสุกบด 100 กรัม
- แป้งข้าวเหนียว 75 กรัม
- แป้งมัน 50 กรัม
- น้ำ 1-3 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 60 กรัม
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมมะม่วงบดกับแป้งข้าวเหนียวและแป้งมัน
- นวดให้เข้ากัน เติมน้ำทีละช้อนจนแป้งนุ่มและปั้นได้
- ปั้นเป็นก้อนเล็ก ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่แป้งลงต้มจนลอย
- ต้มต่อประมาณ 1 นาทีแล้วตักพักในน้ำสะอาด
- ตั้งกะทิด้วยไฟอ่อน เติมน้ำตาลและเกลือ คนจนละลายโดยไม่ต้องให้เดือดพล่าน
- ใส่แป้งต้มลงกะทิ อุ่นอีก 1-2 นาทีแล้วเสิร์ฟ
7. ข้าวเหนียวรสมะม่วง
ข้าวเหนียวรสมะม่วงนำข้าวเหนียวมูนมาปรุงให้มีกลิ่นและรสผลไม้มากขึ้น แล้วเสิร์ฟคู่มะม่วงสดและวุ้นกะทิมะม่วง ทำให้มีหลายเนื้อสัมผัสอยู่ในจานเดียว
ข้าวเหนียวนุ่มมันจากกะทิรับกับความหวานหอมของซอสมะม่วง ส่วนวุ้นช่วยเพิ่มสัมผัสเด้งเบา ๆ เหมาะทำเป็นของหวานจัดจานสำหรับมื้อพิเศษ
ข้าวเหนียวควรแช่น้ำก่อนนึ่งอย่างน้อย 3 ชั่วโมงและนึ่งจนสุกทั่ว เมื่อนำไปมูนควรเทน้ำกะทิขณะข้าวยังร้อนเพื่อให้ดูดรสได้ดี
ส่วนผสม
- ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 120 กรัม
- กะทิ 100 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 25 กรัม
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- มะม่วงสุกบด 40 กรัม
- ผงวุ้น 1/2 ช้อนชา
- น้ำ 50 มิลลิลิตร
- มะม่วงสดหั่นชิ้น 100 กรัม
- ถั่วเขียวซีกทอดหรืออบ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- แช่ข้าวเหนียว 3-4 ชั่วโมง สะเด็ดน้ำแล้วนึ่งประมาณ 25 นาทีจนสุก
- อุ่นกะทิ 70 มิลลิลิตรกับน้ำตาล 20 กรัมและเกลือครึ่งหนึ่ง
- เทกะทิลงข้าวเหนียวร้อน เติมมะม่วงบด 25 กรัม คลุกแล้วพัก 20 นาที
- ผสมน้ำ กะทิที่เหลือ ผงวุ้น มะม่วงบดที่เหลือ น้ำตาลและเกลือ ตั้งไฟจนเดือด
- เทใส่พิมพ์ พักจนเซตแล้วหั่นชิ้น
- จัดข้าวเหนียวพร้อมมะม่วงสด วุ้น และถั่วกรอบ
8. ไอศกรีมมะม่วงเบาน้ำปลาหวาน
ไอศกรีมมะม่วงเบาน้ำปลาหวานเป็นของหวานรสเปรี้ยวเค็มหวานที่หยิบรสชาติของมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานมาทำในรูปแบบเย็นจัด เนื้อไอศกรีมให้ความสดชื่นต่างจากของหวานนมทั่วไป
มะม่วงเบามีกลิ่นเฉพาะและความเปรี้ยวชัด เมื่อจับคู่กับน้ำตาลและกะทิจะกลมขึ้น ส่วนน้ำปลาหวานใช้แตะเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติรสเค็มหวาน
น้ำปลาหวานควรต้มให้เดือดและพักจนเย็นสนิทก่อนใช้ ส่วนฐานไอศกรีมไม่ควรใส่น้ำปลาหวานมาก เพราะเกลือสูงเกินไปทำให้รสผลไม้หายและเนื้อแข็งตัวต่างไปจากเดิม
ส่วนผสม
- มะม่วงเบาปอกเปลือก 120 กรัม
- กะทิ 120 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 45 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 20 กรัม
- หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกแห้งป่นเล็กน้อย
วิธีทำ
- ปั่นมะม่วง กะทิ น้ำตาลทราย และน้ำมะนาวจนละเอียด
- เทใส่ภาชนะปิดฝา แช่แข็ง 2 ชั่วโมง แล้วนำออกมาคนหรือปั่นซ้ำ
- แช่แข็งต่อ 3-4 ชั่วโมงจนตักเป็นลูกได้
- ทำน้ำปลาหวานโดยต้มน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำ 1 ช้อนโต๊ะจนข้นเล็กน้อย
- ปิดไฟ เติมหอมแดงและพริก พักจนเย็น
- ตักไอศกรีมแล้วราดน้ำปลาหวานเพียงเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ
9. พุดดิ้งมะม่วง
พุดดิ้งมะม่วงเนื้อนุ่มทำจากมะม่วงสุกปั่นผสมกับนมและครีม แล้วใช้เจลาตินช่วยให้เซตตัว เหมาะสำหรับทำใส่ถ้วยขนาดเล็กและแช่เย็นเตรียมไว้ล่วงหน้า
เนื้อพุดดิ้งละมุนและมีกลิ่นมะม่วงเด่น ความมันของครีมทำให้รสหวานนุ่มขึ้น สามารถเสิร์ฟพร้อมมะม่วงหั่นเต๋าเพื่อเพิ่มความสดและเนื้อสัมผัส
เจลาตินต้องแช่น้ำเย็นให้พองก่อนละลายในส่วนผสมอุ่น หลีกเลี่ยงการต้มเจลาตินนาน และควรแช่เย็นจนเซตเต็มที่ก่อนแต่งหน้าผลไม้
ส่วนผสม
- มะม่วงสุก 250 กรัม
- นมจืด 35 มิลลิลิตร
- วิปปิ้งครีม 35 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 20 กรัม
- เจลาตินผง 4 กรัม
- น้ำเย็น 20 มิลลิลิตร
- มะม่วงหั่นเต๋าสำหรับเสิร์ฟ 50 กรัม
วิธีทำ
- โรยเจลาตินลงในน้ำเย็น พักประมาณ 5-10 นาที
- ปั่นมะม่วงจนละเอียด
- อุ่นนม วิปปิ้งครีม และน้ำตาลด้วยไฟอ่อนจนร้อน
- ปิดไฟ เติมเจลาตินที่พองแล้ว คนจนละลาย
- ผสมกับมะม่วงปั่น เทใส่ถ้วย
- แช่เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง แล้วแต่งด้วยมะม่วงเต๋า
10. มะม่วงชีสพาย
มะม่วงชีสพายเป็นขนมแบบไม่ต้องอบที่ประกอบด้วยฐานแครกเกอร์ ครีมชีสเนียน และซอสมะม่วง รสผลไม้ช่วยลดความหนักของชีสได้อย่างลงตัว
ฐานกรุบหอมเนยตัดกับครีมชีสนุ่มและมะม่วงหวานอมเปรี้ยว เหมาะทำใส่ถ้วยเล็กสำหรับแบ่งเสิร์ฟโดยไม่ต้องตัดเป็นชิ้น
ครีมชีสควรพักให้นุ่มก่อนตีเพื่อป้องกันเม็ดแข็ง ส่วนวิปปิ้งครีมต้องเย็นจัดจึงขึ้นฟูดี และควรพักซอสมะม่วงให้เย็นก่อนราดลงบนชั้นชีส
ส่วนผสม
- แครกเกอร์บด 80 กรัม
- เนยจืดละลาย 20 กรัม
- ครีมชีส 125 กรัม
- วิปปิ้งครีม 120 มิลลิลิตร
- นมข้นหวาน 35 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- มะม่วงสุก 120 กรัม
- น้ำตาลทราย 15 กรัม
- เจลาติน 3 กรัม
- น้ำเย็น 15 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- คลุกแครกเกอร์กับเนย กดลงก้นถ้วยแล้วแช่เย็น 15 นาที
- แช่เจลาตินในน้ำเย็นให้พอง
- ต้มมะม่วงบดกับน้ำตาล 2-3 นาที ปิดไฟแล้วแบ่งเจลาตินครึ่งหนึ่งลงละลาย พักให้เย็น
- ตีครีมชีสกับนมข้นหวานและน้ำมะนาวจนเนียน
- ละลายเจลาตินที่เหลือด้วยความร้อนอ่อน ผสมลงครีมชีส แล้วตะล่อมวิปปิ้งครีมที่ตีขึ้นฟู
- ตักลงฐานแครกเกอร์ ราดซอสมะม่วง และแช่เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
11. ยำมะม่วง
ยำมะม่วงเป็นจานรสจัดที่ใช้มะม่วงดิบซอยเป็นเส้น คลุกกับน้ำยำและเครื่องหอม เหมาะสำหรับกินเล่นหรือเสิร์ฟเป็นกับข้าวคู่เมนูทอดและเมนูย่าง
ความกรอบเปรี้ยวของมะม่วงรับกับรสเค็มหวานและพริกสดได้ดี ถั่วลิสงคั่วช่วยเพิ่มความหอมและสัมผัสกรุบ ทำให้จานเล็กมีรสชาติครบขึ้น
ควรคลุกน้ำยำก่อนเสิร์ฟเพื่อคงความกรอบของมะม่วง ถ้าใช้กุ้งแห้งควรเลือกชนิดสะอาดและเก็บในสภาพแห้ง หากมีกลิ่นผิดปกติควรงดใช้
ส่วนผสม
- มะม่วงดิบซอย 180 กรัม
- หอมแดงซอย 2 หัว
- พริกขี้หนูซอย 3-5 เม็ด
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนชา
- กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- ถั่วลิสงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ล้างและปอกมะม่วง แล้วซอยเป็นเส้น
- ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาลมะพร้าวจนละลาย
- เติมพริกและหอมแดงลงน้ำยำ
- ใส่มะม่วง กุ้งแห้ง และถั่วลิสง
- คลุกเร็ว ๆ แล้วเสิร์ฟทันที
12. มะม่วงปลาร้าน้ำปลาหวาน
มะม่วงปลาร้าน้ำปลาหวานเป็นของกินเล่นรสเข้มสำหรับมะม่วงดิบกรอบ น้ำจิ้มผสมความหอมของน้ำปลาร้าสุกกับความหวานจากน้ำตาลมะพร้าวและความเผ็ดของพริก
รสเค็มหวานจัดช่วยขับความเปรี้ยวของมะม่วง เหมาะเสิร์ฟเป็นจานเล็กช่วงบ่ายหรือในมื้อที่ต้องการของกินเล่นรสแซ่บ
น้ำปลาร้าควรผ่านการต้มจนเดือดก่อนนำมาปรุงทุกครั้ง และควรเก็บน้ำจิ้มที่เหลือในตู้เย็น ไม่ควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน
ส่วนผสม
- มะม่วงดิบ 1 ลูก
- น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 35 กรัม
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ล้าง ปอก และหั่นมะม่วงเป็นชิ้นพอดีคำ แช่เย็นไว้
- ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา น้ำปลาร้า และน้ำลงหม้อ
- ต้มให้เดือด 2-3 นาทีจนส่วนผสมละลายและข้นเล็กน้อย
- ปิดไฟแล้วพักให้เย็น
- เติมหอมแดงและพริก
- เสิร์ฟคู่มะม่วงเย็นกรอบ
13. มะม่วงอบนมสด
มะม่วงอบนมสดเป็นของหวานง่ายที่ใช้ความหวานธรรมชาติของมะม่วงร่วมกับนมและไข่ แล้วอบจนส่วนผสมเซตเป็นเนื้อนุ่ม เหมาะสำหรับใช้หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดเล็ก
เนื้อด้านในนุ่มคล้ายคัสตาร์ด มีกลิ่นนมหอมและชิ้นมะม่วงฉ่ำ เหมาะกินอุ่นหลังอบหรือแช่เย็นแล้วเสิร์ฟเป็นของหวานอีกแบบ
ควรใช้ภาชนะทนความร้อนและอย่าเติมส่วนผสมจนเต็มถ้วย ไข่ต้องสุกจนเนื้อขนมเซต หากตรงกลางยังเหลวควรอบต่อครั้งละ 3-5 นาที
ส่วนผสม
- มะม่วงสุก 120 กรัม
- นมสด 120 มิลลิลิตร
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- น้ำตาลทราย 10 กรัม
- แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา
- กลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตีไข่ น้ำตาล นม แป้งข้าวโพด และวานิลลาให้เข้ากัน
- กรองส่วนผสมผ่านกระชอนเพื่อให้เนื้อเนียน
- หั่นมะม่วงเป็นชิ้น วางในถ้วยทนความร้อน
- เทส่วนผสมนมลงไปไม่เกินสามในสี่ของถ้วย
- อบในหม้อทอดไร้น้ำมันที่ 160 องศาเซลเซียสประมาณ 18-22 นาที
- ตรวจให้ตรงกลางเซตแล้วพัก 5 นาทีก่อนเสิร์ฟ
เมนูอบขนาดเล็กแบบนี้เข้ากับการทำอาหารในครัวบ้าน หากต้องการสูตรเพิ่มสามารถดู เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน เพื่อวางแผนมื้ออื่นได้
14. มะม่วงจี้ดคลุกพริกเกลือ
มะม่วงจี้ดคลุกพริกเกลือใช้มะม่วงแก่ต้มกับน้ำเชื่อมให้รสซึมเข้าเนื้อ ก่อนนำไปพักจนผิวแห้งแล้วคลุกเครื่องปรุงรสเผ็ดเค็ม
ชิ้นมะม่วงมีทั้งความหนึบและความฉ่ำเล็กน้อย รสหวานเปรี้ยวเด่นก่อนตามด้วยพริกเกลือ เหมาะเป็นของว่างที่แบ่งใส่กล่องเล็กได้
ระหว่างต้มไม่ควรคนแรงเพราะเนื้อมะม่วงอาจแตก หากต้องการให้เก็บได้นานขึ้นควรอบหรือผึ่งจนความชื้นลดลงมากพอ และใช้ภาชนะสะอาดแห้ง
ส่วนผสม
- มะม่วงแก่ 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 125 กรัม
- น้ำ 125 มิลลิลิตร
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- พริกป่น 1 ช้อนชา
- น้ำตาลสำหรับคลุก 2 ช้อนชา
- เกลือสำหรับคลุก 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ปอกมะม่วงและหั่นเป็นชิ้นหนา ล้างให้สะอาด
- ต้มน้ำ น้ำตาล และเกลือจนเดือด
- ใส่มะม่วงแล้วลดเป็นไฟกลาง ต้มประมาณ 15 นาที
- ปิดไฟและพักจนเย็น จากนั้นสะเด็ดน้ำให้แห้ง
- ผึ่งลมหรืออบไฟต่ำจนผิวแห้งและเนื้อหนึบ
- คลุกพริกป่น น้ำตาล และเกลือก่อนเสิร์ฟ
15. มะม่วงแช่อิ่มชาววัง
มะม่วงแช่อิ่มชาววังเหมาะกับผลดิบเนื้อแน่นที่ต้องการลดความเปรี้ยวและเพิ่มรสหวานเข้าเนื้อ การแช่น้ำเกลือและน้ำเชื่อมทำให้ชิ้นผลไม้กรอบและมีรสกลมขึ้น
เมื่อแช่จนได้ที่ มะม่วงจะมีรสหวานเค็มบาง ๆ แต่ยังเหลือความเปรี้ยวสดชื่น เหมาะกินเย็น ๆ หรือเสิร์ฟคู่พริกเกลือเล็กน้อย
ภาชนะและน้ำที่ใช้ต้องสะอาด ควรเก็บมะม่วงแช่อิ่มในตู้เย็นตลอดเวลา สูตรนี้เน้นการแช่ระยะสั้นเพื่อความปลอดภัยและรับประทานภายในไม่กี่วัน
ส่วนผสม
- มะม่วงดิบเนื้อแน่น 300 กรัม
- น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
- เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 120 กรัม
- น้ำสำหรับน้ำเชื่อม 200 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ล้าง ปอก และหั่นมะม่วงเป็นชิ้นหนา
- ละลายเกลือในน้ำ 500 มิลลิลิตร แช่มะม่วง 2 ชั่วโมงในตู้เย็น
- ล้างมะม่วงด้วยน้ำสะอาดแล้วสะเด็ดน้ำ
- ต้มน้ำ 200 มิลลิลิตรกับน้ำตาลจนเดือด 2 นาที แล้วพักจนเย็นสนิท
- เทน้ำเชื่อมเย็นลงบนมะม่วงในภาชนะสะอาด
- ปิดฝาและแช่เย็น 8-12 ชั่วโมงก่อนกิน โดยควรกินให้หมดภายใน 2-3 วัน
16. สลัดมะม่วงน้ำดอกไม้
สลัดมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นจานสดที่ใช้มะม่วงสุกกำลังดีจับคู่ผักกรอบและน้ำสลัดรสเปรี้ยวเบา เหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือเครื่องเคียงในวันที่ต้องการอาหารไม่หนัก
มะม่วงให้ความหวานและเนื้อนุ่ม ขณะที่แตงกวาและผักสลัดเติมความกรอบ น้ำสลัดมะนาวช่วยให้รสโดยรวมสดชื่นและไม่กลบรสผลไม้
ผักที่ล้างแล้วควรสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนคลุก เพื่อไม่ให้น้ำสลัดเจือจาง มะม่วงควรสุกแต่ยังแน่น หากนิ่มมากจะเละเมื่อคลุกกับผัก
ส่วนผสม
- มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 150 กรัม
- ผักสลัด 80 กรัม
- แตงกวา 1/2 ลูก
- มะเขือเทศเชอร์รี 5 ลูก
- น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
- น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/8 ช้อนชา
- พริกไทยเล็กน้อย
วิธีทำ
- ล้างผักให้สะอาดและสะเด็ดน้ำจนแห้ง
- หั่นมะม่วง แตงกวา และมะเขือเทศเป็นชิ้นพอดีคำ
- ผสมน้ำมะนาว น้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก เกลือ และพริกไทย
- ใส่ผักและมะม่วงลงชาม
- ราดน้ำสลัดแล้วคลุกเบา ๆ ก่อนเสิร์ฟ
ถ้าอยากเพิ่มโปรตีนในจานสลัด สามารถนำแนวทางจาก สูตรปลาแซลมอน มาปรับเป็นปลาอบหรือปลาย่างสำหรับเสิร์ฟคู่กัน
17. ข้าวเหนียวมะม่วง
ข้าวเหนียวมะม่วงเป็นขนมไทยที่จับคู่ข้าวเหนียวมูนกะทิกับมะม่วงสุกหวานหอม ความสำคัญอยู่ที่ข้าวเหนียวต้องนุ่มเป็นเม็ดและดูดน้ำกะทิได้ทั่ว
รสหวานมันของข้าวเหนียวตัดกับความสดของมะม่วงได้พอดี น้ำกะทิราดหน้ารสเค็มนิด ๆ ช่วยเพิ่มมิติ ส่วนถั่วทองกรอบทำให้มีสัมผัสตัดกับข้าวเหนียวนุ่ม
ควรใช้กะทิที่ยังสดและอุ่นด้วยไฟอ่อน ไม่ปล่อยให้เดือดแตกมัน ข้าวเหนียวต้องนึ่งจนสุกก่อนมูน และควรพักให้ดูดกะทิอย่างน้อย 20 นาที
ส่วนผสม
- ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 150 กรัม
- หัวกะทิ 130 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 50 กรัม
- เกลือ 1/3 ช้อนชา
- ใบเตย 1 ใบ
- มะม่วงสุก 1 ลูก
- แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา
- ถั่วทองกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- แช่ข้าวเหนียวอย่างน้อย 3 ชั่วโมง แล้วนึ่ง 25-30 นาทีจนสุก
- อุ่นกะทิ 90 มิลลิลิตรกับน้ำตาล 40 กรัม เกลือ 1/4 ช้อนชา และใบเตย
- เทลงบนข้าวเหนียวร้อน คลุกแล้วปิดฝาพัก 20 นาที
- ทำน้ำราดโดยอุ่นกะทิที่เหลือกับน้ำตาล เกลือ และแป้งข้าวเจ้า คนจนข้นเล็กน้อย
- ปอกมะม่วงและหั่นเป็นชิ้น
- จัดข้าวเหนียวกับมะม่วง ราดกะทิและโรยถั่วทอง
18. มะม่วงนมสด
มะม่วงนมสดเป็นเครื่องดื่มที่ใช้มะม่วงสุกปั่นหรือบดเป็นฐานแล้วเติมนมเย็น ได้รสหวานหอมจากผลไม้โดยไม่ต้องใช้ส่วนผสมซับซ้อน
เนื้อมะม่วงช่วยให้เครื่องดื่มข้นขึ้นเล็กน้อย ส่วนนมทำให้รสนุ่มและดื่มง่าย เหมาะเสิร์ฟเย็นในช่วงอากาศร้อนหรือทำเป็นเครื่องดื่มคู่มื้อเช้า
ควรใช้นมพาสเจอไรซ์ที่เก็บเย็นและดื่มหลังทำไม่นาน หากเตรียมเก็บควรใส่ขวดสะอาด ปิดฝา และแช่ตู้เย็นทันทีโดยไม่ทิ้งไว้นอกตู้เย็นนาน
ส่วนผสม
- เนื้อมะม่วงสุก 200 กรัม
- นมสดเย็น 180 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 5-10 กรัม
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- น้ำแข็งตามชอบ
วิธีทำ
- หั่นมะม่วงแล้วแบ่ง 50 กรัมไว้ทำเนื้อผลไม้ด้านล่างแก้ว
- บดมะม่วงส่วนที่แบ่งกับน้ำตาลและน้ำมะนาว
- ปั่นมะม่วงที่เหลือกับนมจนเนียน
- ตักมะม่วงบดลงก้นแก้ว
- เติมน้ำแข็งและเทนมมะม่วงลงไป
- คนก่อนดื่มและเสิร์ฟทันที
เครื่องดื่มหรืออาหารจานเล็กที่เน้นความสะดวกยังต่อยอดได้จาก เมนูไมโครเวฟ สำหรับวันที่มีเวลาทำอาหารจำกัด
19. แกงกะทิมะม่วง
แกงกะทิมะม่วงเป็นกับข้าวที่นำความเปรี้ยวของมะม่วงดิบมาผสมกับความมันของกะทิ ได้รสเข้มแต่ยังสดชื่น เหมาะใช้มะม่วงเนื้อแน่นที่ไม่สุกจนหวาน
น้ำแกงหอมพริกแกงและกะทิ มีรสเค็มหวานตามด้วยเปรี้ยวจากผลไม้ สามารถใส่กุ้งเพื่อเพิ่มโปรตีนและเสิร์ฟกับข้าวสวยเป็นมื้อหลัก
กุ้งต้องปรุงจนเนื้อทึบและสุกทั่ว แต่ไม่ควรต้มนานจนเหนียว ส่วนกะทิควรใช้ไฟกลางค่อนอ่อนหลังเติม เพื่อควบคุมการแตกมันและป้องกันก้นหม้อไหม้
ส่วนผสม
- มะม่วงดิบ 150 กรัม
- กุ้งสดแกะเปลือก 120 กรัม
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- พริกแกงแดง 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด 2 ใบ
- น้ำ 80 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- ล้างกุ้งและซับให้แห้ง ปอกมะม่วงแล้วหั่นชิ้น
- ตั้งกะทิประมาณครึ่งหนึ่งด้วยไฟกลาง ใส่พริกแกงแล้วผัดจนหอม
- เติมกะทิที่เหลือและน้ำ คนให้เข้ากัน
- ใส่มะม่วง ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาล ต้มจนมะม่วงเริ่มนุ่ม
- ใส่กุ้งและใบมะกรูด ต้มจนกุ้งสุกทั่ว
- ปิดไฟและเสิร์ฟร้อนกับข้าวสวย
หากต้องการเพิ่มกับข้าวอีกจานสำหรับมื้อเดียวกัน ไอเดียเมนูไข่ มีตัวเลือกที่จับคู่กับแกงกะทิได้ง่าย
20. มะม่วงน้ำปลาหวาน
มะม่วงน้ำปลาหวานเป็นของกินเล่นแบบไทยที่ใช้มะม่วงดิบกรอบจิ้มซอสน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวจนข้น เติมหอมแดง พริก และกุ้งแห้งเพื่อเพิ่มกลิ่นและรส
ความเปรี้ยวสดของมะม่วงเข้ากับน้ำจิ้มหวานเค็มที่มีรสเผ็ดแทรกเล็กน้อย เหมาะเสิร์ฟเป็นจานว่างและทำปริมาณน้อยกินให้หมดในมื้อเดียว
ควรเคี่ยวน้ำปลาหวานด้วยไฟอ่อนถึงกลางเพื่อป้องกันน้ำตาลไหม้ และพักซอสให้คลายร้อนก่อนเติมหอมแดง หากข้นมากหลังเย็นสามารถเติมน้ำต้มสุกเล็กน้อย
ส่วนผสม
- มะม่วงดิบ 1 ลูก
- น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 45 กรัม
- น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ล้าง ปอก และหั่นมะม่วงเป็นชิ้น แช่เย็นไว้
- ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำลงหม้อ
- เคี่ยวไฟอ่อนถึงกลางจนละลายและข้นเล็กน้อย
- เติมกุ้งแห้งแล้วเคี่ยวต่อ 1 นาที จากนั้นปิดไฟ
- พักจนความร้อนลดลงแล้วเติมหอมแดงและพริก
- ตักใส่ถ้วยและเสิร์ฟคู่มะม่วงกรอบ
เคล็ดลับเลือกมะม่วงให้เหมาะกับเมนูมะม่วงแต่ละแบบ
มะม่วงสุกเนื้อแน่นเหมาะกับเค้ก พุดดิ้ง ชีสพาย สลัด และเครื่องดื่ม เพราะหั่นแล้วคงรูปและให้กลิ่นชัด ส่วนผลที่สุกจัดเหมาะสำหรับบดหรือปั่น เนื่องจากให้เนื้อเนียนและความหวานสูงกว่า
มะม่วงดิบเนื้อกรอบเหมาะกับยำ น้ำปลาหวาน และเมนูแช่อิ่ม ขณะที่มะม่วงแก่ซึ่งเริ่มมีแป้งและเนื้อแน่นเหมาะกับการต้มแล้วอบเป็นมะม่วงหนึบ การเลือกผลที่ไม่มีรอยช้ำช่วยลดกลิ่นหมักและเนื้อเละระหว่างเก็บ
เมื่อต้องปรับสูตร ให้ชิมมะม่วงก่อนเติมน้ำตาลหรือกรดทุกครั้ง หากผลหวานมากสามารถลดน้ำตาล หากเปรี้ยวจัดควรเพิ่มความหวานทีละน้อย การปรับทีละขั้นช่วยรักษากลิ่นธรรมชาติของผลไม้ได้ดีกว่าการปรุงหนักตั้งแต่แรก
สรุป
ทั้ง 20 สูตรแสดงให้เห็นว่ามะม่วงนำไปใช้ได้ตั้งแต่ของหวานเนื้อนุ่ม เครื่องดื่มเย็น ของกินเล่นรสแซ่บ ไปจนถึงแกงและสลัด จึงเลือกใช้ผลไม้ตามระดับความสุกที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า
เมนูที่ใช้มะม่วงสุกส่วนใหญ่เน้นกลิ่นหอมและความหวานธรรมชาติ ขณะที่มะม่วงดิบช่วยสร้างรสเปรี้ยวสดสำหรับอาหารคาวและน้ำจิ้ม การจับคู่กับกะทิ นม พริก เกลือ หรือน้ำปลาเปิดทางให้ดัดแปลงรสชาติได้หลายแนว
เริ่มจากสูตรที่มีอุปกรณ์พร้อมและเลือกปริมาณตามจำนวนคนกิน การเตรียมวัตถุดิบให้สะอาด ควบคุมความร้อนให้เหมาะ และชิมรสระหว่างปรุงจะช่วยให้แต่ละจานทำซ้ำได้ง่ายและได้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ










