สูตรอาหาร

20 เมนูหมูชิ้น ทำง่าย อร่อยได้หลายแบบทุกมื้อ

  • รวมเมนูผัด ทอด แกง และอาหารรสแซ่บจากหมูหั่นชิ้นในบทความเดียว
  • สูตรปรับปริมาณสำหรับ 1-2 ที่ เหมาะกับมื้อเร่งด่วนและมื้อกินพร้อมข้าว
  • มีทั้งรสเผ็ดจัด กลมกล่อม เปรี้ยวหวาน และหอมเครื่องแกงให้เลือกสลับกัน
  • ใช้หมูสันคอ สันนอก สันใน หรือสามชั้นตามลักษณะของแต่ละเมนูได้

หมูหั่นชิ้นเป็นวัตถุดิบที่นำไปทำอาหารได้กว้าง ตั้งแต่ผัดไฟแรงแบบง่าย ไปจนถึงแกงกะทิรสเข้ม จึงเหมาะสำหรับติดตู้เย็นไว้เป็นวัตถุดิบหลักของมื้อประจำวัน โดยเลือกส่วนของหมูให้เหมาะกับวิธีปรุงจะช่วยให้เนื้อนุ่มและไม่แห้งเกินไป

เมนูหมูชิ้นในชุดนี้มีทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว และเมนูรสจัดที่เข้ากับข้าวสวยหรือข้าวเหนียว หลายสูตรใช้เครื่องปรุงพื้นฐานในครัว จึงนำไปปรับตามวัตถุดิบที่มีได้สะดวก หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมนูหมู ยังต่อยอดไปดู ไอเดียเมนูไข่ สำหรับมื้อทำง่ายได้อีกทาง

หัวใจสำคัญอยู่ที่การหั่นหมูให้ขนาดใกล้กัน คุมความร้อนให้เหมาะ และปรุงจนเนื้อหมูสุกทั่วถึง โดยเฉพาะเมนูผัดที่ใช้เวลาสั้นไม่ควรเร่งตักขึ้นก่อนส่วนที่หนาที่สุดสุกดี ส่วนเมนูแกงควรให้หมูเคี่ยวจนได้ความนุ่มตามต้องการ

หมูชิ้นที่หั่นขนาดสม่ำเสมอจะสุกพร้อมกันง่ายขึ้น ช่วยรักษาความฉ่ำของเนื้อและควบคุมรสชาติของอาหารแต่ละจานได้แม่นยำกว่าเดิม

1. ผัดกะเพราหมูชิ้น

ผัดกะเพราหมูชิ้นเป็นอาหารจานเดียวที่ทำได้รวดเร็ว ใช้หมูหั่นชิ้นผัดกับพริก กระเทียม และใบกะเพรา เหมาะกับวันที่ต้องการอาหารร้อน ๆ ที่มีรสชัดและใช้เวลาเตรียมไม่มาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

รสเผ็ดเค็มนำ ตามด้วยกลิ่นใบกะเพราสด เนื้อหมูมีความนุ่มและรับซอสได้ทั่ว กินกับข้าวสวยร้อนหรือเพิ่มไข่ดาวจะช่วยให้มื้อเดียวอิ่มครบและลดความเผ็ดลงเล็กน้อย

ผัดด้วยไฟค่อนข้างแรงและใช้เวลาสั้นเพื่อไม่ให้หมูแข็ง ใบกะเพราควรใส่ช่วงท้ายแล้วคลุกเพียงครู่เดียว หากกระทะแห้งเกินไปเติมน้ำทีละน้อยแทนการเพิ่มน้ำมันจำนวนมาก

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหรือสันนอกหั่นชิ้น 200 กรัม
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • พริกจินดาแดง 5-8 เม็ด
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกพริกกับกระเทียมพอหยาบ เตรียมหมูและล้างใบกะเพราให้สะอาด
  2. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันแล้วผัดพริกกระเทียมจนหอม
  3. ใส่หมู ผัดจนผิวเปลี่ยนสีและสุกเกือบทั่ว
  4. เติมซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำเปล่า ผัดให้เข้ากัน
  5. ตรวจให้หมูสุกทั่วถึง ใส่ใบกะเพรา คลุกประมาณ 20-30 วินาทีแล้วปิดไฟ

2. ลาบหมูชิ้น

ลาบหมูชิ้นนำหมูหั่นพอดีคำมาคลุกกับน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่ว ได้เมนูอีสานที่ต่างจากลาบหมูสับตรงเนื้อสัมผัสที่เต็มคำและเคี้ยวสนุกกว่า

รสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดประสานกับกลิ่นข้าวคั่ว หอมแดง และสะระแหน่ เหมาะกินคู่ข้าวเหนียว ผักสด หรือแตงกวาในมื้อกลางวันและมื้อเย็นที่อยากได้รสสดชื่น

ควรลวกหรือรวนหมูจนสุกทั่วก่อนคลุกเครื่องปรุง และพักให้ความร้อนลดลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผักสมุนไพรเหี่ยวมาก น้ำมะนาวควรเติมหลังยกออกจากไฟเพื่อรักษากลิ่นสด

ส่วนผสม

  • หมูสันนอกหั่นชิ้นบาง 200 กรัม
  • หอมแดงซอย 2 หัว
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1-2 ช้อนชา
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำเปล่าและหมู รวนด้วยไฟกลางจนหมูสุกทั่ว
  2. ปิดไฟ พักประมาณ 1 นาที แล้วเติมน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกป่น
  3. ใส่ข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกให้ทั่ว
  4. ชิมรสแล้วปรับเปรี้ยวเค็มตามต้องการ
  5. ใส่ใบสะระแหน่เป็นลำดับสุดท้ายและเสิร์ฟทันที

3. สันคอหมูหมักทอด

สันคอหมูหมักทอดเป็นเมนูจากหมูติดมันเล็กน้อย หมักด้วยน้ำตาลมะพร้าว เครื่องปรุงรส และซีอิ๊วดำ ก่อนเคล้าแป้งบาง ๆ แล้วทอดจนสุก เหมาะเป็นกับข้าวหรือกินคู่ข้าวเหนียว

ความหวานเค็มเกาะอยู่บนชิ้นหมู ขอบด้านนอกมีความเกรียมและกรอบบาง ส่วนด้านในยังนุ่มจากไขมันแทรก หากเปลี่ยนเป็นสันในจะได้เนื้อที่มันน้อยและสัมผัสแน่นขึ้น

อย่าใส่น้ำตาลมากเกินไปเพราะผิวหมูไหม้ง่าย ควรทอดด้วยไฟกลางและกลับชิ้นหมูเป็นระยะ หลังทอดให้พักบนตะแกรงเพื่อลดน้ำมันส่วนเกินและรักษาผิวให้แห้งน่ากิน

ส่วนผสม

  • สันคอหมูหั่นชิ้น 250 กรัม
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
  • ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วดำ 1/4 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ผสมหมูกับน้ำตาลมะพร้าว ผงปรุงรส ซีอิ๊วดำ และซีอิ๊วขาว หมัก 20 นาทีในตู้เย็น
  2. ใส่แป้งทอดกรอบ คลุกให้เคลือบหมูบาง ๆ
  3. ตั้งน้ำมันไฟกลาง รอจนร้อนแล้วค่อยใส่หมูลงทอดเป็นชุด ไม่วางแน่นกระทะ
  4. ทอดจนผิวเหลืองและเนื้อหมูสุกทั่ว พลิกเป็นระยะเพื่อไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งไหม้
  5. ตักพักบนตะแกรงก่อนเสิร์ฟ

4. กะเพราหมูชิ้น

กะเพราหมูชิ้นสูตรนี้เน้นความเรียบง่ายแบบกับข้าวบ้าน ใช้หมูชิ้นผัดกับเครื่องพริกกระเทียมและใบกะเพรา ปรุงซอสให้เคลือบเนื้อพอดีโดยไม่เหลือน้ำมากเกินไป

จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นกระทะและความหอมฉุนของกะเพรา รสเค็มเผ็ดเข้มเหมาะตักราดข้าวสวย เมื่อต้องการมื้อที่มีผักเพิ่ม สามารถเสิร์ฟแตงกวาหรือผักลวกข้างจานได้

หากใช้สันนอกควรหั่นขวางเส้นใยและไม่ผัดนาน เนื้อจะนุ่มกว่าเดิม ควรชิมซอสก่อนเติมน้ำปลาเพิ่มเพราะซอสหอยนางรมและซีอิ๊วมีความเค็มอยู่แล้ว

ส่วนผสม

  • หมูสันนอกหั่นชิ้น 200 กรัม
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • พริกแดง 5 เม็ด
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. โขลกพริกและกระเทียมให้แตกพอหยาบ
  2. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันแล้วผัดเครื่องโขลกจนหอม
  3. ใส่หมูและผัดต่อจนเกือบสุก
  4. ปรุงด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาล
  5. เมื่อหมูสุกทั่ว ใส่ใบกะเพรา คลุกเร็ว ๆ แล้วปิดไฟ

5. กะเพราหมูชิ้น

กะเพราหมูชิ้นอีกแบบเหมาะทำเป็นกับข้าวกลางโต๊ะ ใช้หมูชิ้นขนาดหนากว่าสูตรราดข้าวเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อยังมีความฉ่ำหลังสัมผัสกระทะร้อนและซอสเข้มข้น

รสชาติเน้นเค็มหอมและเผ็ดตามชอบ ซอสเกาะบนผิวหมูโดยไม่แฉะ กลิ่นใบกะเพราเข้ากับพริกและกระเทียม เหมาะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและแกงจืดเพื่อตัดรส

ก่อนผัดควรซับผิวหมูให้แห้งเพื่อลดน้ำในกระทะ หากหมูปล่อยน้ำมากให้เร่งไฟและผัดจนของเหลวลดก่อนปรุงซอส ไม่ควรใส่ใบกะเพราตั้งแต่ต้นเพราะกลิ่นจะจาง

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นชิ้น 220 กรัม
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • พริกขี้หนู 6 เม็ด
  • กระเทียมไทย 7 กลีบ
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วดำ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตำพริกและกระเทียมพอแตก
  2. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันและเครื่องตำ ผัดจนมีกลิ่นหอม
  3. ใส่หมู ผัดกระจายชิ้นจนสุกเกือบทั่ว
  4. เติมซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊วดำ และน้ำตาล คลุกให้ซอสเคลือบหมู
  5. ตรวจให้หมูสุกดี ใส่กะเพรา ผัดสั้น ๆ แล้วตักเสิร์ฟ

6. ผัดกะเพราหมูชิ้น

ผัดกะเพราหมูชิ้นสูตรสำหรับมื้อทำกินที่บ้านใช้วัตถุดิบไม่มาก เตรียมหมู พริก กระเทียม และใบกะเพราให้พร้อมก่อนตั้งกระทะ จะช่วยให้ผัดต่อเนื่องและเสร็จรวดเร็ว

รสเผ็ดหอมเข้ากับหมูนุ่ม ๆ และน้ำซอสเล็กน้อยที่ซึมลงบนข้าว หากต้องการเพิ่มความอิ่มสามารถจับคู่กับไข่ดาวหรือไข่เจียว โดยยังคงกะเพราเป็นรสหลักของจาน

ไม่ควรล้างใบกะเพราแล้วนำลงผัดขณะเปียกมาก เพราะน้ำจะลดอุณหภูมิกระทะ ควรสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนใช้ และปรุงหมูให้สุกทั่วทุกชิ้นก่อนตักออกจากกระทะ

ส่วนผสม

  • หมูหั่นชิ้น 200 กรัม
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • พริกจินดา 4-6 เม็ด
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • น้ำมัน 2 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. สับพริกและกระเทียมรวมกันพอหยาบ
  2. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและผัดเครื่องสับให้หอม
  3. ใส่หมูแล้วผัดจนเนื้อเปลี่ยนสีทั่ว
  4. เติมเครื่องปรุงและน้ำ ผัดต่อจนหมูสุกและซอสเคลือบเนื้อ
  5. ใส่ใบกะเพรา คลุกจนเริ่มสลดแล้วปิดไฟทันที

7. แกงเผ็ดหมู

แกงเผ็ดหมูเป็นเมนูกะทิรสเข้มที่ใช้หมูชิ้นเคี่ยวกับพริกแกงเผ็ด มะเขือเปราะ และมะเขือพวง ปิดท้ายด้วยใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และโหระพา เหมาะเป็นกับข้าวสำหรับมื้อใหญ่

น้ำแกงมีทั้งความมันของกะทิ ความเผ็ดจากพริกแกง และความหวานเค็มที่สมดุล มะเขือช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความสด ส่วนสันคอหมูมีไขมันแทรกจึงยังนุ่มหลังผ่านการเคี่ยว

ผัดหัวกะทิกับพริกแกงจนหอมก่อนเติมหมูจะช่วยให้รสเข้มขึ้น มะเขือควรใส่เมื่อแกงเดือดเพื่อรักษาสีและลดการคล้ำ หากชอบอาหารกะทิไม่มันมากสามารถลดหัวกะทิแล้วเพิ่มน้ำแทนบางส่วน

ส่วนผสม

  • สันคอหมูหั่นชิ้น 250 กรัม
  • หัวกะทิ 100 มิลลิลิตร
  • กะทิหรือน้ำ 250 มิลลิลิตร
  • พริกแกงเผ็ด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเปราะ 3 ลูก หั่นสี่ส่วน
  • มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
  • ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1/2 เม็ด
  • ใบโหระพา 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่หัวกะทิครึ่งหนึ่งและพริกแกง ผัดจนหอม
  2. ใส่หมู ผัดให้ผิวตึงและเคลือบเครื่องแกง
  3. เติมหัวกะทิที่เหลือกับกะทิหรือน้ำ ต้มจนเดือด
  4. ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวจนหมูสุกและมะเขือนุ่ม
  5. ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และโหระพา คนพอสลดแล้วปิดไฟ

8. หมูชิ้นคั่วพริกเกลือ

หมูชิ้นคั่วพริกเกลือเป็นเมนูผัดแห้งที่เด่นจากพริก กระเทียม และรสเค็มกลมกล่อม หมูถูกจี่จนผิวมีสีแล้วนำไปคั่วกับเครื่องหอม เหมาะทั้งกินกับข้าวและทำเป็นกับข้าวรสจัด

เนื้อด้านนอกมีความเกรียมเล็กน้อย ขณะที่ด้านในยังนุ่ม พริกสดให้ความเผ็ดตรง กระเทียมทอดหอมช่วยเพิ่มมิติ ทำให้จานนี้มีรสชัดแม้ใช้เครื่องปรุงเพียงไม่กี่ชนิด

ใช้กระทะกว้างและไม่ใส่หมูแน่นเกินไปเพื่อให้เกิดผิวเกรียมแทนการต้มในน้ำที่หมูปล่อยออกมา กระเทียมสับไหม้ง่ายจึงควรลดไฟเมื่อใส่เครื่องคั่วช่วงท้าย

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นชิ้น 220 กรัม
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแดงซอย 3-5 เม็ด
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและหมู
  2. จี่และผัดจนหมูมีสีเหลืองอ่อนและสุกทั่ว แล้วดันไว้ข้างกระทะ
  3. ลดเป็นไฟกลาง ใส่กระเทียมและพริก ผัดจนหอมโดยไม่ให้กระเทียมไหม้
  4. ปรุงด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทย แล้วคลุกกับหมู
  5. ใส่ต้นหอม คั่วอีกครู่แล้วปิดไฟ

9. ผัดกะเพราหมูชิ้น

ผัดกะเพราหมูชิ้นสูตรนี้เหมาะกับข้าวสวยร้อน ใช้ซอสปริมาณพอเคลือบเนื้อเพื่อให้จานออกแนวผัดแห้งและรักษากลิ่นพริก กระเทียม รวมถึงใบกะเพราให้เด่นชัด

หมูชิ้นให้สัมผัสแน่นกว่าหมูสับและรับรสเครื่องปรุงบนผิวได้ดี เมื่อผัดไฟแรงจะได้กลิ่นหอมจากกระทะ เพิ่มไข่ดาวขอบกรอบหรือแตงกวาหั่นเป็นเครื่องเคียงได้ตามมื้อ

ควรเตรียมเครื่องปรุงใส่ถ้วยไว้ก่อนเริ่มผัด เพราะขั้นตอนในกระทะใช้เวลาสั้น หากเนื้อหมูหนาควรลดไฟเล็กน้อยหลังผิวตึงเพื่อให้ด้านในสุกโดยไม่ทำให้ซอสไหม้

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นชิ้น 200 กรัม
  • ใบกะเพรา 1 ถ้วย
  • พริกขี้หนูแดง 7 เม็ด
  • กระเทียม 6 กลีบ
  • น้ำมัน 2 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. โขลกพริกและกระเทียมให้พอหยาบ
  2. ตั้งกระทะจนร้อน ใส่น้ำมันและผัดเครื่องโขลก
  3. เติมหมูและผัดจนทุกด้านเปลี่ยนสี
  4. ใส่ซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดจนหมูสุกทั่ว
  5. เติมใบกะเพรา คลุกเร็ว ๆ แล้วตักเสิร์ฟพร้อมข้าว

10. หมูชิ้นทอด

หมูชิ้นทอดเป็นเมนูเรียบง่ายที่กินคู่ข้าวเหนียวได้ลงตัว หมูหมักให้มีรสเค็มหวานอ่อน ๆ แล้วทอดจนผิวเป็นสีทอง เหมาะเตรียมเป็นกับข้าวหรืออาหารมื้อเช้าแบบอิ่มท้อง

ผิวนอกมีความหอมจากการทอด เนื้อด้านในนุ่มและมีรสในตัว จึงกินได้โดยไม่จำเป็นต้องมีน้ำจิ้ม หากชอบรสเผ็ดสามารถเสิร์ฟคู่แจ่วหรือพริกน้ำปลาแยกต่างหาก

น้ำมันควรร้อนระดับกลางก่อนใส่หมู หากร้อนจัดผิวจะเข้มก่อนด้านในสุก และหากเย็นเกินไปหมูจะอมน้ำมัน หลังทอดควรพักบนตะแกรงแทนกระดาษที่ทำให้ด้านล่างชื้น

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นชิ้น 250 กรัม
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา
  • แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. หมักหมูกับน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล และพริกไทย 20 นาทีในตู้เย็น
  2. เติมแป้งทอดกรอบแล้วคลุกบาง ๆ
  3. ตั้งน้ำมันด้วยไฟกลาง ใส่หมูทีละชิ้นเมื่ออุณหภูมิพร้อม
  4. ทอดจนเหลืองและหมูสุกทั่ว พลิกเป็นระยะ
  5. ตักขึ้นพักบนตะแกรงแล้วเสิร์ฟกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย

หากชอบอาหารทอดและอยากเพิ่มตัวเลือกจากหมูส่วนอื่น สามารถดู สูตรหมูกรอบ สำหรับไอเดียเมนูเนื้อสัมผัสกรอบได้เพิ่มเติม

11. ผัดเปรี้ยวหวานหมูชิ้น

ผัดเปรี้ยวหวานหมูชิ้นเป็นกับข้าวสีสวยที่รวมหมูกับแตงกวา มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ ใช้ซอสมะเขือเทศกับซอสพริกสร้างรสเปรี้ยวหวานที่กินง่ายและเหมาะกับหลายวัย

ผักยังมีความกรอบฉ่ำ ขณะที่หมูนุ่มและเคลือบซอสข้นบาง ๆ รสเปรี้ยวหวานช่วยตัดความมันของเนื้อ เหมาะกับข้าวสวยและอาหารรสอ่อนจานอื่นในมื้อเดียวกัน

ควรใส่แตงกวาและมะเขือเทศหลังหมูสุกแล้วเพื่อไม่ให้ผักเละ หอมหัวใหญ่ผัดแค่พอใสจะยังมีความหวานกรอบ และควรชิมก่อนเติมน้ำปลาเพราะซอสหลายชนิดมีโซเดียมอยู่แล้ว

ส่วนผสม

  • หมูหั่นชิ้น 200 กรัม
  • แตงกวาหั่นชิ้น 1 ลูก
  • มะเขือเทศหั่นเสี้ยว 1 ลูก
  • หอมหัวใหญ่หั่น 1/2 หัว
  • น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสมะเขือเทศ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ผสมซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำไว้ด้วยกัน
  2. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วผัดหมูจนเกือบสุก
  3. ใส่หอมหัวใหญ่และผัดประมาณ 30 วินาที
  4. เติมซอสที่ผสมไว้ ตามด้วยแตงกวาและมะเขือเทศ
  5. ผัดจนหมูสุกทั่ว ผักยังกรอบเล็กน้อย แล้วปิดไฟ

12. ผัดกะหล่ำปลีหมูสามชั้นเจียว

ผัดกะหล่ำปลีหมูสามชั้นเจียวใช้มันจากหมูสามชั้นช่วยเคลือบผัก ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำมันมาก หมูถูกเจียวจนขอบหอมก่อนนำกะหล่ำปลีลงผัด เหมาะกับมื้อที่ต้องการกับข้าวรสกลมกล่อม

กะหล่ำปลีมีความหวานตามธรรมชาติและยังกรอบฉ่ำ ส่วนหมูสามชั้นให้ทั้งสัมผัสนุ่มและขอบเกรียม รสเค็มอ่อนจากน้ำปลาและซอสหอยนางรมช่วยดึงความหวานของผักออกมา

ใช้ไฟค่อนข้างแรงเมื่อลงกะหล่ำปลีเพื่อให้ผักหอมโดยไม่คายน้ำมาก หากหมูสามชั้นปล่อยน้ำมันมากควรตักออกบางส่วนก่อนผัด เพื่อไม่ให้จานมันหนักเกินไป

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้นหั่นชิ้นบาง 150 กรัม
  • กะหล่ำปลีหั่นชิ้น 250 กรัม
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 1-2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่หมูสามชั้นโดยไม่ต้องเติมน้ำมัน
  2. เจียวจนหมูสุกและมีน้ำมันออกมา ตักน้ำมันส่วนเกินออกหากมีมาก
  3. ใส่กระเทียม ผัดจนหอม แล้วเร่งไฟค่อนแรง
  4. ใส่กะหล่ำปลี ซอสหอยนางรม น้ำปลา น้ำตาล และน้ำ
  5. ผัดเร็ว ๆ จนผักสุกพอดีและหมูสุกทั่ว แล้วตักเสิร์ฟ

13. แกงคั่วหมูพริกแกงใต้

แกงคั่วหมูพริกแกงใต้เป็นเมนูรสเข้มข้นที่ใช้พริกแกงใต้เป็นหัวใจ หมูชิ้นหรือหมูสามชั้นถูกเคี่ยวกับเครื่องแกงจนซึมรส เหมาะสำหรับกินกับข้าวสวยร้อนและผักสดเพื่อลดความเผ็ด

รสเผ็ดและเค็มนำ กลิ่นเครื่องเทศมีความหนักแน่น เนื้อหมูที่มีไขมันแทรกช่วยเพิ่มความนุ่มและความกลมของน้ำแกง จานนี้จึงเหมาะกับมื้อที่ต้องการอาหารรสจัดแบบภาคใต้

พริกแกงใต้แต่ละสูตรมีระดับความเค็มและเผ็ดต่างกัน ควรเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วชิมก่อนเติมเครื่องปรุง หากใช้หมูสามชั้นให้ช้อนมันส่วนเกินออกระหว่างเคี่ยวได้ตามต้องการ

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้นหรือสันคอหั่นชิ้น 250 กรัม
  • พริกแกงใต้ 1-1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 250 มิลลิลิตร
  • น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
  • น้ำปลา 1-2 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
  • ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ

วิธีทำ

  1. ใส่กะทิประมาณ 80 มิลลิลิตรลงหม้อ ตั้งไฟกลางแล้วผัดกับพริกแกงจนหอม
  2. ใส่หมูและผัดให้เคลือบเครื่องแกง
  3. เติมกะทิที่เหลือและน้ำ ต้มจนเดือด
  4. ลดไฟ เคี่ยวจนหมูสุกนุ่ม ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
  5. ใส่ใบมะกรูด ต้มต่ออีก 1 นาทีแล้วปิดไฟ

14. แกงหมูชิ้นถั่วฝักยาว

แกงหมูชิ้นถั่วฝักยาวเป็นแกงรสเข้มที่เพิ่มผักกรอบลงในหม้อเดียว หมูชิ้นรับรสพริกแกง ขณะที่ถั่วฝักยาวช่วยเพิ่มสีและสัมผัส จึงเหมาะเป็นกับข้าวที่ทำหม้อเดียวแล้วเสิร์ฟได้ทันที

น้ำแกงมีรสเผ็ด เค็ม และหวานเล็กน้อย ถั่วฝักยาวยังกรอบเมื่อไม่ต้มเกินเวลา ส่วนเนื้อหมูควรเลือกสันคอหรือสันนอกที่มีความนุ่มพอสำหรับการต้มช่วงสั้น

ใส่ถั่วฝักยาวหลังหมูสุกเกือบเต็มที่เพื่อรักษาความกรอบและสี ไม่ควรต้มต่อเป็นเวลานาน หากพริกแกงมีความเค็มมากให้ลดน้ำปลาลงแล้วชิมก่อนปรุงเพิ่ม

ส่วนผสม

  • หมูสันคอหั่นชิ้น 220 กรัม
  • ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 120 กรัม
  • พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 250 มิลลิลิตร
  • น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • ใบมะกรูด 2 ใบ

วิธีทำ

  1. ผัดพริกแกงกับกะทิประมาณ 80 มิลลิลิตรด้วยไฟกลางจนหอม
  2. ใส่หมู ผัดจนผิวเริ่มสุก
  3. เติมกะทิที่เหลือและน้ำ ต้มจนหมูสุกเกือบเต็มที่
  4. ใส่ถั่วฝักยาว ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
  5. ต้มต่อจนถั่วสุกแต่ยังกรอบ ใส่ใบมะกรูดแล้วปิดไฟ

15. แกงคั่วสันคอหมู

แกงคั่วสันคอหมูเหมาะกับผู้ที่ชอบเนื้อนุ่มและเครื่องแกงเข้ม สันคอมีไขมันแทรกพอเหมาะจึงไม่แห้งง่ายเมื่อนำไปเคี่ยว และสามารถทำเป็นแกงขลุกขลิกสำหรับราดข้าวได้ดี

รสเผ็ดเค็มนำและมีความหวานเล็กน้อยจากน้ำตาลปี๊บ น้ำแกงข้นเคลือบชิ้นหมู กลิ่นใบมะกรูดช่วยเพิ่มความสด ทำให้จานมีมิติแม้ใช้ส่วนผสมไม่ซับซ้อน

ควรหั่นสันคอให้หนาใกล้เคียงกันและเคี่ยวด้วยไฟอ่อนหลังน้ำแกงเดือด เพื่อลดโอกาสที่เนื้อจะแข็ง หากต้องการน้ำแกงขลุกขลิกให้เปิดฝาเคี่ยวช่วงท้ายแทนการเร่งไฟแรง

ส่วนผสม

  • สันคอหมูหั่นชิ้น 250 กรัม
  • พริกแกงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 200 มิลลิลิตร
  • น้ำเปล่า 80 มิลลิลิตร
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
  • พริกชี้ฟ้าหั่น 1/2 เม็ด

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่กะทิ 70 มิลลิลิตรและพริกแกง ผัดจนหอม
  2. ใส่สันคอหมู คลุกให้เครื่องแกงเคลือบทั่ว
  3. เติมกะทิที่เหลือกับน้ำ ต้มจนเดือดแล้วลดไฟ
  4. เคี่ยวจนหมูสุกนุ่ม ปรุงน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
  5. ใส่ใบมะกรูดกับพริกชี้ฟ้า เคี่ยวอีกครู่แล้วปิดไฟ

เมนูแกงเข้มข้นกินคู่กับอาหารรสอ่อนจะสมดุลขึ้น หากอยากเพิ่มจานผักในมื้อเดียวกัน ลองเลือกจาก เมนูเห็ดเข็มทอง ซึ่งนำไปทำผัดหรือต้มได้หลายแบบ

16. แกงอ่อมหมูสามชั้น

แกงอ่อมหมูสามชั้นเป็นแกงสมุนไพรที่เด่นด้วยผักชีลาวและน้ำแกงไม่หนักกะทิ หมูสามชั้นช่วยเพิ่มความนุ่มมัน ส่วนสมุนไพรและผักหลายชนิดทำให้หม้อเดียวมีรสและกลิ่นหลากหลาย

น้ำแกงมีรสเค็มนัวและเผ็ดตามพริกที่ใช้ กลิ่นผักชีลาวลอยชัดเมื่อใส่ช่วงท้าย เหมาะกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย และเข้ากับผักสดสำหรับมื้อแบบอีสาน

หมูสามชั้นควรต้มจนสุกนุ่มก่อนใส่ผักที่สุกง่าย ผักชีลาวไม่ควรต้มนานเพราะกลิ่นจะลดลง หากมีน้ำมันหมูลอยมากสามารถช้อนออกบางส่วนก่อนใส่ผักได้

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้นหั่นชิ้น 200 กรัม
  • น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร
  • พริกสด 4 เม็ด
  • หอมแดง 2 หัว
  • ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีลาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
  • ต้นหอมหั่นท่อน 1/3 ถ้วย
  • ใบแมงลัก 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  1. โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอหยาบ
  2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องโขลกและหมูสามชั้น
  3. ลดเป็นไฟกลาง ต้มจนหมูสุกนุ่มและช้อนฟองออกตามต้องการ
  4. ปรุงด้วยน้ำปลาและข้าวคั่ว คนให้กระจาย
  5. ใส่ผักชีลาว ต้นหอม และใบแมงลัก ต้มเพียงให้ผักสลดแล้วปิดไฟ

17. ผัดหมูชิ้นใส่หอมใหญ่

ผัดหมูชิ้นใส่หอมใหญ่เหมาะกับวันที่ต้องการกับข้าวง่ายและรสไม่เผ็ด ใช้หมูผัดกับหอมหัวใหญ่จนสุกใส แล้วปรุงด้วยซอสพื้นฐานให้มีน้ำขลุกขลิกเล็กน้อยสำหรับคลุกข้าว

หอมหัวใหญ่ให้ความหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมเมื่อโดนความร้อน เนื้อหมูมีรสเค็มกลมกล่อม จานนี้เหมาะทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น โดยเสิร์ฟพร้อมไข่หรือผักลวกได้ง่าย

อย่าผัดหอมหัวใหญ่นานเกินไปหากต้องการสัมผัสกรอบ ควรนำหมูลงผัดก่อนจนเกือบสุก แล้วจึงใส่หอมช่วงท้าย หากใช้หมูชิ้นหนาให้เติมน้ำเล็กน้อยและปิดฝอชั่วครู่จนสุกทั่ว

ส่วนผสม

  • หมูสันนอกหั่นชิ้น 200 กรัม
  • หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 หัว
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • น้ำมัน 2 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • พริกไทย 1/4 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและกระเทียม ผัดจนหอม
  2. ใส่หมู ผัดจนเนื้อเปลี่ยนสีเกือบทั่ว
  3. เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล พริกไทย และน้ำ
  4. ผัดจนหมูสุกทั่ว แล้วใส่หอมหัวใหญ่
  5. ผัดอีกประมาณ 1 นาทีให้หอมยังมีความกรอบเล็กน้อย แล้วปิดไฟ

สำหรับมื้อเร่งด่วนที่อยากลดการใช้เตา ยังมี เมนูไมโครเวฟ ให้เลือกเป็นแนวทางสำหรับอาหารง่ายในวันเวลาจำกัด

18. แกงหมูสามชั้น

แกงหมูสามชั้นเป็นเมนูที่ใช้ความนุ่มมันของเนื้อส่วนท้องมารับรสเครื่องแกง เหมาะทำเป็นกับข้าวหม้อเล็กสำหรับ 1-2 ที่ และสามารถปรับระดับน้ำแกงให้ข้นหรือเหลวตามการเสิร์ฟ

น้ำแกงเข้มข้นเกาะหมูสามชั้นที่มีทั้งชั้นเนื้อและไขมัน รสเผ็ดเค็มตัดกับความหวานเล็กน้อย ทำให้กินกับข้าวสวยได้ดีและไม่จำเป็นต้องมีอาหารรสจัดอีกหลายจาน

ก่อนแกงสามารถจี่หมูสามชั้นเพื่อรีดน้ำมันบางส่วนออก ช่วยลดความมันของจาน ระหว่างเคี่ยวควรใช้ไฟอ่อนจนหมูนุ่ม และช้อนน้ำมันบนผิวออกได้อีกครั้งก่อนเสิร์ฟ

ส่วนผสม

  • หมูสามชั้นหั่นชิ้น 220 กรัม
  • พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 220 มิลลิลิตร
  • น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อหรือกระทะแล้วจี่หมูสามชั้นด้วยไฟกลางจนมีน้ำมันออกเล็กน้อย
  2. ตักน้ำมันส่วนเกินออก เหลือไว้ประมาณ 1 ช้อนชา แล้วใส่พริกแกงลงผัด
  3. เติมกะทิและน้ำ ต้มจนเดือดแล้วลดไฟ
  4. เคี่ยวจนหมูสุกนุ่ม ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
  5. ใส่ใบมะกรูด ต้มต่อประมาณ 1 นาทีแล้วปิดไฟ

19. ผัดลูกชิ้นใส่หมูใส่ใบโหระพา

ผัดลูกชิ้นใส่หมูใส่ใบโหระพารวมหมูชิ้นกับลูกชิ้นเอ็นหมูในจานเดียว ใช้พริก กระเทียม และใบโหระพาสร้างกลิ่นหอม เหมาะเป็นกับข้าวมื้อเย็นที่ต้องการรสเผ็ดและเนื้อสัมผัสหลายแบบ

หมูมีความนุ่ม ขณะที่ลูกชิ้นเด้งหนึบ ซอสผัดมีรสเค็มหวานและเผ็ด กลิ่นโหระพาช่วยให้จานสดขึ้น เมื่อตักราดข้าวสวยจะได้ทั้งน้ำซอสและเครื่องเต็มคำในแต่ละช้อน

ลูกชิ้นสำเร็จรูปมีความเค็มอยู่แล้ว จึงควรลดน้ำปลาหรือซีอิ๊วแล้วชิมก่อนปรุงเพิ่ม หมูต้องสุกทั่วก่อนใส่ใบโหระพา ส่วนใบโหระพาควรคลุกช่วงท้ายเพื่อรักษากลิ่น

ส่วนผสม

  • หมูหั่นชิ้น 150 กรัม
  • ลูกชิ้นเอ็นหมูผ่าครึ่ง 120 กรัม
  • ใบโหระพา 1 ถ้วย
  • พริกแดง 4 เม็ด
  • กระเทียม 5 กลีบ
  • น้ำมัน 2 ช้อนชา
  • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วดำ 2-3 หยด
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. โขลกพริกและกระเทียมพอหยาบ
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันแล้วผัดพริกกระเทียมจนหอม
  3. ใส่หมูและผัดจนเกือบสุก จากนั้นใส่ลูกชิ้น
  4. เติมซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ๊วดำ และน้ำ ผัดจนหมูสุกทั่ว
  5. ใส่ใบโหระพา คลุกพอสลดแล้วปิดไฟ

หากต้องการเปลี่ยนจากเมนูกระทะไปเป็นอาหารที่ใช้ลมร้อน สามารถเลือกแนวทางจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน เพื่อเพิ่มตัวเลือกในแต่ละสัปดาห์

20. แหนมหมูชิ้น

แหนมหมูชิ้นมีรสเปรี้ยวเฉพาะตัวและใช้หมูเป็นชิ้นแทนเนื้อบด สำหรับการทำกินในครัวทั่วไป สูตรนี้เน้นนำแหนมหมูชิ้นที่ผ่านการหมักเรียบร้อยมาปรุงให้สุกก่อนเสิร์ฟ ลดขั้นตอนการหมักดิบที่ต้องควบคุมความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

เมื่อทอดหรือจี่จนสุก แหนมจะมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวเค็ม และผิวเกรียมเล็กน้อย กินกับขิง พริก หอมแดง และถั่วลิสงได้เข้ากัน เหมาะเป็นกับข้าวหรือของกินคู่ข้าวสวย

ไม่ควรกินแหนมหมูดิบ ควรปรุงจนเนื้อด้านในสุกทั่ว โดยเฉพาะชิ้นหนาให้ใช้ไฟกลางเพื่อให้ความร้อนเข้าถึงด้านในก่อนผิวไหม้ หากซื้อแบบบรรจุสำเร็จควรเก็บและปรุงตามคำแนะนำบนฉลาก

ส่วนผสม

  • แหนมหมูชิ้น 200 กรัม
  • น้ำมัน 1 ช้อนชา
  • ขิงสดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนู 4-6 เม็ด
  • ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักสดตามชอบ 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. นำแหนมออกจากบรรจุภัณฑ์และหั่นชิ้นให้ขนาดใกล้กัน
  2. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันบาง ๆ แล้ววางแหนมลงจี่
  3. พลิกทุกด้านและปรุงต่อจนแหนมร้อนจัดและเนื้อสุกทั่วถึงด้านใน
  4. ตักขึ้นพักสั้น ๆ แล้วจัดใส่จาน
  5. เสิร์ฟพร้อมขิง หอมแดง พริก ถั่วลิสง และผักสด

เคล็ดลับทำเมนูหมูชิ้นให้อร่อย

การเลือกส่วนของหมูส่งผลต่อเนื้อสัมผัสโดยตรง สันในและสันนอกเหมาะกับผัดเร็วเพราะเนื้อไม่มันมาก ส่วนสันคอมีไขมันแทรกจึงเหมาะทั้งผัด ทอด และแกง ขณะที่สามชั้นเหมาะกับจานที่ต้องการความนุ่มมันและการเคี่ยว

หั่นหมูขวางเส้นใยและให้ความหนาใกล้กันทุกชิ้น เมนูผัดควรเตรียมซอสและผักให้พร้อมก่อนเปิดไฟ เพราะช่วงผัดจริงใช้เวลาไม่นาน ส่วนเมนูทอดควรควบคุมไฟกลางเพื่อให้เนื้อสุกถึงด้านในโดยผิวไม่ไหม้ก่อน

การหมักหมูควรทำในตู้เย็นและแยกภาชนะจากอาหารพร้อมกิน ล้างมือและอุปกรณ์ที่สัมผัสหมูดิบให้สะอาด ไม่ควรใช้จานที่เคยใส่หมูดิบมารองอาหารสุกโดยไม่ล้างก่อน และควรปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึงทุกครั้ง

เมนูที่ใช้สามชั้นสามารถลดความมันได้ด้วยการเจียวหรือจี่ก่อน แล้วตักน้ำมันส่วนเกินออก ส่วนแกงกะทิสามารถปรับสัดส่วนกะทิกับน้ำตามความเข้มข้นที่ชอบ โดยค่อยปรุงน้ำปลาและน้ำตาลหลังจากเครื่องแกงละลายดีแล้ว

หากอยากสลับโปรตีนในสัปดาห์เดียวกัน ลองเลือกจาก สูตรน่องไก่ เพื่อให้มื้ออาหารมีรสชาติและวิธีปรุงต่างออกไป

สรุป

ทั้ง 20 สูตรครอบคลุมตั้งแต่ผัดกะเพรา ลาบ หมูทอด ผัดเปรี้ยวหวาน ไปจนถึงแกงเผ็ด แกงคั่ว และแกงอ่อม จึงเลือกได้ตามเวลาที่มีและวัตถุดิบในตู้เย็น โดยสูตรผัดเหมาะกับมื้อเร่งด่วน ส่วนสูตรแกงเหมาะสำหรับทำเป็นกับข้าวแบ่งกิน

เมนูหมูชิ้นจะออกมานุ่มและมีรสดีเมื่อเลือกส่วนหมูให้เข้ากับวิธีปรุง หั่นชิ้นสม่ำเสมอ และควบคุมเวลาให้พอดี เมนูผัดเน้นไฟแรงและเวลาสั้น ส่วนเมนูแกงใช้การเคี่ยวอย่างเหมาะสมเพื่อให้เครื่องแกงซึมเข้าเนื้อ

เมื่อมีหมูแบ่งเก็บไว้เป็นส่วน ๆ การวางแผนมื้ออาหารจะง่ายขึ้นมาก เพียงสลับเครื่องปรุง ผัก และวิธีทำก็ได้อาหารหลายรสโดยไม่จำเจ และยังต่อยอดจากสูตรพื้นฐานเหล่านี้ให้เหมาะกับรสที่ชอบหรือวัตถุดิบตามฤดูกาลได้อีกมาก

ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก Aroimak
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

Aroimak

ในฐานะนักวิจารณ์ เชื่อว่าอาหารเป็นงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง และมุ่งมั่นที่จะเขียนบทวิจารณ์ที่ทั้งสวยงามและให้ข้อมูลแก่ผู้อ่าน บทวิจารณ์จะครอบคลุมรสชาติ คุณภาพ และราคาของอาหาร รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหารและการบริการของพนักงาน เชื่อว่าบทวิจารณ์จะช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างรอบคอบเมื่อเลือกร้านอาหารที่จะไปเยือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button