20 เมนูหมูชิ้น ทำง่าย อร่อยได้หลายแบบทุกมื้อ
- รวมเมนูผัด ทอด แกง และอาหารรสแซ่บจากหมูหั่นชิ้นในบทความเดียว
- สูตรปรับปริมาณสำหรับ 1-2 ที่ เหมาะกับมื้อเร่งด่วนและมื้อกินพร้อมข้าว
- มีทั้งรสเผ็ดจัด กลมกล่อม เปรี้ยวหวาน และหอมเครื่องแกงให้เลือกสลับกัน
- ใช้หมูสันคอ สันนอก สันใน หรือสามชั้นตามลักษณะของแต่ละเมนูได้
หมูหั่นชิ้นเป็นวัตถุดิบที่นำไปทำอาหารได้กว้าง ตั้งแต่ผัดไฟแรงแบบง่าย ไปจนถึงแกงกะทิรสเข้ม จึงเหมาะสำหรับติดตู้เย็นไว้เป็นวัตถุดิบหลักของมื้อประจำวัน โดยเลือกส่วนของหมูให้เหมาะกับวิธีปรุงจะช่วยให้เนื้อนุ่มและไม่แห้งเกินไป
เมนูหมูชิ้นในชุดนี้มีทั้งอาหารจานเดียว กับข้าว และเมนูรสจัดที่เข้ากับข้าวสวยหรือข้าวเหนียว หลายสูตรใช้เครื่องปรุงพื้นฐานในครัว จึงนำไปปรับตามวัตถุดิบที่มีได้สะดวก หากต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากเมนูหมู ยังต่อยอดไปดู ไอเดียเมนูไข่ สำหรับมื้อทำง่ายได้อีกทาง
หัวใจสำคัญอยู่ที่การหั่นหมูให้ขนาดใกล้กัน คุมความร้อนให้เหมาะ และปรุงจนเนื้อหมูสุกทั่วถึง โดยเฉพาะเมนูผัดที่ใช้เวลาสั้นไม่ควรเร่งตักขึ้นก่อนส่วนที่หนาที่สุดสุกดี ส่วนเมนูแกงควรให้หมูเคี่ยวจนได้ความนุ่มตามต้องการ
หมูชิ้นที่หั่นขนาดสม่ำเสมอจะสุกพร้อมกันง่ายขึ้น ช่วยรักษาความฉ่ำของเนื้อและควบคุมรสชาติของอาหารแต่ละจานได้แม่นยำกว่าเดิม
1. ผัดกะเพราหมูชิ้น
ผัดกะเพราหมูชิ้นเป็นอาหารจานเดียวที่ทำได้รวดเร็ว ใช้หมูหั่นชิ้นผัดกับพริก กระเทียม และใบกะเพรา เหมาะกับวันที่ต้องการอาหารร้อน ๆ ที่มีรสชัดและใช้เวลาเตรียมไม่มาก
รสเผ็ดเค็มนำ ตามด้วยกลิ่นใบกะเพราสด เนื้อหมูมีความนุ่มและรับซอสได้ทั่ว กินกับข้าวสวยร้อนหรือเพิ่มไข่ดาวจะช่วยให้มื้อเดียวอิ่มครบและลดความเผ็ดลงเล็กน้อย
ผัดด้วยไฟค่อนข้างแรงและใช้เวลาสั้นเพื่อไม่ให้หมูแข็ง ใบกะเพราควรใส่ช่วงท้ายแล้วคลุกเพียงครู่เดียว หากกระทะแห้งเกินไปเติมน้ำทีละน้อยแทนการเพิ่มน้ำมันจำนวนมาก
ส่วนผสม
- หมูสันคอหรือสันนอกหั่นชิ้น 200 กรัม
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- กระเทียม 5 กลีบ
- พริกจินดาแดง 5-8 เม็ด
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- โขลกพริกกับกระเทียมพอหยาบ เตรียมหมูและล้างใบกะเพราให้สะอาด
- ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันแล้วผัดพริกกระเทียมจนหอม
- ใส่หมู ผัดจนผิวเปลี่ยนสีและสุกเกือบทั่ว
- เติมซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำเปล่า ผัดให้เข้ากัน
- ตรวจให้หมูสุกทั่วถึง ใส่ใบกะเพรา คลุกประมาณ 20-30 วินาทีแล้วปิดไฟ
2. ลาบหมูชิ้น
ลาบหมูชิ้นนำหมูหั่นพอดีคำมาคลุกกับน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และข้าวคั่ว ได้เมนูอีสานที่ต่างจากลาบหมูสับตรงเนื้อสัมผัสที่เต็มคำและเคี้ยวสนุกกว่า
รสเปรี้ยว เค็ม และเผ็ดประสานกับกลิ่นข้าวคั่ว หอมแดง และสะระแหน่ เหมาะกินคู่ข้าวเหนียว ผักสด หรือแตงกวาในมื้อกลางวันและมื้อเย็นที่อยากได้รสสดชื่น
ควรลวกหรือรวนหมูจนสุกทั่วก่อนคลุกเครื่องปรุง และพักให้ความร้อนลดลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ผักสมุนไพรเหี่ยวมาก น้ำมะนาวควรเติมหลังยกออกจากไฟเพื่อรักษากลิ่นสด
ส่วนผสม
- หมูสันนอกหั่นชิ้นบาง 200 กรัม
- หอมแดงซอย 2 หัว
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ใบสะระแหน่ 1/4 ถ้วย
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- พริกป่น 1-2 ช้อนชา
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำเปล่าและหมู รวนด้วยไฟกลางจนหมูสุกทั่ว
- ปิดไฟ พักประมาณ 1 นาที แล้วเติมน้ำปลา น้ำมะนาว และพริกป่น
- ใส่ข้าวคั่ว หอมแดง ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกให้ทั่ว
- ชิมรสแล้วปรับเปรี้ยวเค็มตามต้องการ
- ใส่ใบสะระแหน่เป็นลำดับสุดท้ายและเสิร์ฟทันที
3. สันคอหมูหมักทอด
สันคอหมูหมักทอดเป็นเมนูจากหมูติดมันเล็กน้อย หมักด้วยน้ำตาลมะพร้าว เครื่องปรุงรส และซีอิ๊วดำ ก่อนเคล้าแป้งบาง ๆ แล้วทอดจนสุก เหมาะเป็นกับข้าวหรือกินคู่ข้าวเหนียว
ความหวานเค็มเกาะอยู่บนชิ้นหมู ขอบด้านนอกมีความเกรียมและกรอบบาง ส่วนด้านในยังนุ่มจากไขมันแทรก หากเปลี่ยนเป็นสันในจะได้เนื้อที่มันน้อยและสัมผัสแน่นขึ้น
อย่าใส่น้ำตาลมากเกินไปเพราะผิวหมูไหม้ง่าย ควรทอดด้วยไฟกลางและกลับชิ้นหมูเป็นระยะ หลังทอดให้พักบนตะแกรงเพื่อลดน้ำมันส่วนเกินและรักษาผิวให้แห้งน่ากิน
ส่วนผสม
- สันคอหมูหั่นชิ้น 250 กรัม
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา
- ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วดำ 1/4 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 1 ถ้วย
วิธีทำ
- ผสมหมูกับน้ำตาลมะพร้าว ผงปรุงรส ซีอิ๊วดำ และซีอิ๊วขาว หมัก 20 นาทีในตู้เย็น
- ใส่แป้งทอดกรอบ คลุกให้เคลือบหมูบาง ๆ
- ตั้งน้ำมันไฟกลาง รอจนร้อนแล้วค่อยใส่หมูลงทอดเป็นชุด ไม่วางแน่นกระทะ
- ทอดจนผิวเหลืองและเนื้อหมูสุกทั่ว พลิกเป็นระยะเพื่อไม่ให้ด้านใดด้านหนึ่งไหม้
- ตักพักบนตะแกรงก่อนเสิร์ฟ
4. กะเพราหมูชิ้น
กะเพราหมูชิ้นสูตรนี้เน้นความเรียบง่ายแบบกับข้าวบ้าน ใช้หมูชิ้นผัดกับเครื่องพริกกระเทียมและใบกะเพรา ปรุงซอสให้เคลือบเนื้อพอดีโดยไม่เหลือน้ำมากเกินไป
จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นกระทะและความหอมฉุนของกะเพรา รสเค็มเผ็ดเข้มเหมาะตักราดข้าวสวย เมื่อต้องการมื้อที่มีผักเพิ่ม สามารถเสิร์ฟแตงกวาหรือผักลวกข้างจานได้
หากใช้สันนอกควรหั่นขวางเส้นใยและไม่ผัดนาน เนื้อจะนุ่มกว่าเดิม ควรชิมซอสก่อนเติมน้ำปลาเพิ่มเพราะซอสหอยนางรมและซีอิ๊วมีความเค็มอยู่แล้ว
ส่วนผสม
- หมูสันนอกหั่นชิ้น 200 กรัม
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- พริกแดง 5 เม็ด
- กระเทียม 5 กลีบ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- โขลกพริกและกระเทียมให้แตกพอหยาบ
- ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันแล้วผัดเครื่องโขลกจนหอม
- ใส่หมูและผัดต่อจนเกือบสุก
- ปรุงด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และน้ำตาล
- เมื่อหมูสุกทั่ว ใส่ใบกะเพรา คลุกเร็ว ๆ แล้วปิดไฟ
5. กะเพราหมูชิ้น
กะเพราหมูชิ้นอีกแบบเหมาะทำเป็นกับข้าวกลางโต๊ะ ใช้หมูชิ้นขนาดหนากว่าสูตรราดข้าวเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อยังมีความฉ่ำหลังสัมผัสกระทะร้อนและซอสเข้มข้น
รสชาติเน้นเค็มหอมและเผ็ดตามชอบ ซอสเกาะบนผิวหมูโดยไม่แฉะ กลิ่นใบกะเพราเข้ากับพริกและกระเทียม เหมาะเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและแกงจืดเพื่อตัดรส
ก่อนผัดควรซับผิวหมูให้แห้งเพื่อลดน้ำในกระทะ หากหมูปล่อยน้ำมากให้เร่งไฟและผัดจนของเหลวลดก่อนปรุงซอส ไม่ควรใส่ใบกะเพราตั้งแต่ต้นเพราะกลิ่นจะจาง
ส่วนผสม
- หมูสันคอหั่นชิ้น 220 กรัม
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- พริกขี้หนู 6 เม็ด
- กระเทียมไทย 7 กลีบ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วดำ 1/4 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตำพริกและกระเทียมพอแตก
- ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันและเครื่องตำ ผัดจนมีกลิ่นหอม
- ใส่หมู ผัดกระจายชิ้นจนสุกเกือบทั่ว
- เติมซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊วดำ และน้ำตาล คลุกให้ซอสเคลือบหมู
- ตรวจให้หมูสุกดี ใส่กะเพรา ผัดสั้น ๆ แล้วตักเสิร์ฟ
6. ผัดกะเพราหมูชิ้น
ผัดกะเพราหมูชิ้นสูตรสำหรับมื้อทำกินที่บ้านใช้วัตถุดิบไม่มาก เตรียมหมู พริก กระเทียม และใบกะเพราให้พร้อมก่อนตั้งกระทะ จะช่วยให้ผัดต่อเนื่องและเสร็จรวดเร็ว
รสเผ็ดหอมเข้ากับหมูนุ่ม ๆ และน้ำซอสเล็กน้อยที่ซึมลงบนข้าว หากต้องการเพิ่มความอิ่มสามารถจับคู่กับไข่ดาวหรือไข่เจียว โดยยังคงกะเพราเป็นรสหลักของจาน
ไม่ควรล้างใบกะเพราแล้วนำลงผัดขณะเปียกมาก เพราะน้ำจะลดอุณหภูมิกระทะ ควรสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนใช้ และปรุงหมูให้สุกทั่วทุกชิ้นก่อนตักออกจากกระทะ
ส่วนผสม
- หมูหั่นชิ้น 200 กรัม
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- พริกจินดา 4-6 เม็ด
- กระเทียม 5 กลีบ
- น้ำมัน 2 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- สับพริกและกระเทียมรวมกันพอหยาบ
- ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและผัดเครื่องสับให้หอม
- ใส่หมูแล้วผัดจนเนื้อเปลี่ยนสีทั่ว
- เติมเครื่องปรุงและน้ำ ผัดต่อจนหมูสุกและซอสเคลือบเนื้อ
- ใส่ใบกะเพรา คลุกจนเริ่มสลดแล้วปิดไฟทันที
7. แกงเผ็ดหมู
แกงเผ็ดหมูเป็นเมนูกะทิรสเข้มที่ใช้หมูชิ้นเคี่ยวกับพริกแกงเผ็ด มะเขือเปราะ และมะเขือพวง ปิดท้ายด้วยใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และโหระพา เหมาะเป็นกับข้าวสำหรับมื้อใหญ่
น้ำแกงมีทั้งความมันของกะทิ ความเผ็ดจากพริกแกง และความหวานเค็มที่สมดุล มะเขือช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสและความสด ส่วนสันคอหมูมีไขมันแทรกจึงยังนุ่มหลังผ่านการเคี่ยว
ผัดหัวกะทิกับพริกแกงจนหอมก่อนเติมหมูจะช่วยให้รสเข้มขึ้น มะเขือควรใส่เมื่อแกงเดือดเพื่อรักษาสีและลดการคล้ำ หากชอบอาหารกะทิไม่มันมากสามารถลดหัวกะทิแล้วเพิ่มน้ำแทนบางส่วน
ส่วนผสม
- สันคอหมูหั่นชิ้น 250 กรัม
- หัวกะทิ 100 มิลลิลิตร
- กะทิหรือน้ำ 250 มิลลิลิตร
- พริกแกงเผ็ด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือเปราะ 3 ลูก หั่นสี่ส่วน
- มะเขือพวง 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
- ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
- พริกชี้ฟ้าแดงหั่น 1/2 เม็ด
- ใบโหระพา 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่หัวกะทิครึ่งหนึ่งและพริกแกง ผัดจนหอม
- ใส่หมู ผัดให้ผิวตึงและเคลือบเครื่องแกง
- เติมหัวกะทิที่เหลือกับกะทิหรือน้ำ ต้มจนเดือด
- ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ เคี่ยวจนหมูสุกและมะเขือนุ่ม
- ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้า และโหระพา คนพอสลดแล้วปิดไฟ
8. หมูชิ้นคั่วพริกเกลือ
หมูชิ้นคั่วพริกเกลือเป็นเมนูผัดแห้งที่เด่นจากพริก กระเทียม และรสเค็มกลมกล่อม หมูถูกจี่จนผิวมีสีแล้วนำไปคั่วกับเครื่องหอม เหมาะทั้งกินกับข้าวและทำเป็นกับข้าวรสจัด
เนื้อด้านนอกมีความเกรียมเล็กน้อย ขณะที่ด้านในยังนุ่ม พริกสดให้ความเผ็ดตรง กระเทียมทอดหอมช่วยเพิ่มมิติ ทำให้จานนี้มีรสชัดแม้ใช้เครื่องปรุงเพียงไม่กี่ชนิด
ใช้กระทะกว้างและไม่ใส่หมูแน่นเกินไปเพื่อให้เกิดผิวเกรียมแทนการต้มในน้ำที่หมูปล่อยออกมา กระเทียมสับไหม้ง่ายจึงควรลดไฟเมื่อใส่เครื่องคั่วช่วงท้าย
ส่วนผสม
- หมูสันคอหั่นชิ้น 220 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- พริกแดงซอย 3-5 เม็ด
- ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
- ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมันและหมู
- จี่และผัดจนหมูมีสีเหลืองอ่อนและสุกทั่ว แล้วดันไว้ข้างกระทะ
- ลดเป็นไฟกลาง ใส่กระเทียมและพริก ผัดจนหอมโดยไม่ให้กระเทียมไหม้
- ปรุงด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทย แล้วคลุกกับหมู
- ใส่ต้นหอม คั่วอีกครู่แล้วปิดไฟ
9. ผัดกะเพราหมูชิ้น
ผัดกะเพราหมูชิ้นสูตรนี้เหมาะกับข้าวสวยร้อน ใช้ซอสปริมาณพอเคลือบเนื้อเพื่อให้จานออกแนวผัดแห้งและรักษากลิ่นพริก กระเทียม รวมถึงใบกะเพราให้เด่นชัด
หมูชิ้นให้สัมผัสแน่นกว่าหมูสับและรับรสเครื่องปรุงบนผิวได้ดี เมื่อผัดไฟแรงจะได้กลิ่นหอมจากกระทะ เพิ่มไข่ดาวขอบกรอบหรือแตงกวาหั่นเป็นเครื่องเคียงได้ตามมื้อ
ควรเตรียมเครื่องปรุงใส่ถ้วยไว้ก่อนเริ่มผัด เพราะขั้นตอนในกระทะใช้เวลาสั้น หากเนื้อหมูหนาควรลดไฟเล็กน้อยหลังผิวตึงเพื่อให้ด้านในสุกโดยไม่ทำให้ซอสไหม้
ส่วนผสม
- หมูสันคอหั่นชิ้น 200 กรัม
- ใบกะเพรา 1 ถ้วย
- พริกขี้หนูแดง 7 เม็ด
- กระเทียม 6 กลีบ
- น้ำมัน 2 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
- โขลกพริกและกระเทียมให้พอหยาบ
- ตั้งกระทะจนร้อน ใส่น้ำมันและผัดเครื่องโขลก
- เติมหมูและผัดจนทุกด้านเปลี่ยนสี
- ใส่ซอสหอยนางรม น้ำปลา ซีอิ๊วขาว และน้ำตาล ผัดจนหมูสุกทั่ว
- เติมใบกะเพรา คลุกเร็ว ๆ แล้วตักเสิร์ฟพร้อมข้าว
10. หมูชิ้นทอด
หมูชิ้นทอดเป็นเมนูเรียบง่ายที่กินคู่ข้าวเหนียวได้ลงตัว หมูหมักให้มีรสเค็มหวานอ่อน ๆ แล้วทอดจนผิวเป็นสีทอง เหมาะเตรียมเป็นกับข้าวหรืออาหารมื้อเช้าแบบอิ่มท้อง
ผิวนอกมีความหอมจากการทอด เนื้อด้านในนุ่มและมีรสในตัว จึงกินได้โดยไม่จำเป็นต้องมีน้ำจิ้ม หากชอบรสเผ็ดสามารถเสิร์ฟคู่แจ่วหรือพริกน้ำปลาแยกต่างหาก
น้ำมันควรร้อนระดับกลางก่อนใส่หมู หากร้อนจัดผิวจะเข้มก่อนด้านในสุก และหากเย็นเกินไปหมูจะอมน้ำมัน หลังทอดควรพักบนตะแกรงแทนกระดาษที่ทำให้ด้านล่างชื้น
ส่วนผสม
- หมูสันคอหั่นชิ้น 250 กรัม
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- พริกไทยขาว 1/4 ช้อนชา
- แป้งทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอดประมาณ 1 ถ้วย
วิธีทำ
- หมักหมูกับน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาล และพริกไทย 20 นาทีในตู้เย็น
- เติมแป้งทอดกรอบแล้วคลุกบาง ๆ
- ตั้งน้ำมันด้วยไฟกลาง ใส่หมูทีละชิ้นเมื่ออุณหภูมิพร้อม
- ทอดจนเหลืองและหมูสุกทั่ว พลิกเป็นระยะ
- ตักขึ้นพักบนตะแกรงแล้วเสิร์ฟกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย
หากชอบอาหารทอดและอยากเพิ่มตัวเลือกจากหมูส่วนอื่น สามารถดู สูตรหมูกรอบ สำหรับไอเดียเมนูเนื้อสัมผัสกรอบได้เพิ่มเติม
11. ผัดเปรี้ยวหวานหมูชิ้น
ผัดเปรี้ยวหวานหมูชิ้นเป็นกับข้าวสีสวยที่รวมหมูกับแตงกวา มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ ใช้ซอสมะเขือเทศกับซอสพริกสร้างรสเปรี้ยวหวานที่กินง่ายและเหมาะกับหลายวัย
ผักยังมีความกรอบฉ่ำ ขณะที่หมูนุ่มและเคลือบซอสข้นบาง ๆ รสเปรี้ยวหวานช่วยตัดความมันของเนื้อ เหมาะกับข้าวสวยและอาหารรสอ่อนจานอื่นในมื้อเดียวกัน
ควรใส่แตงกวาและมะเขือเทศหลังหมูสุกแล้วเพื่อไม่ให้ผักเละ หอมหัวใหญ่ผัดแค่พอใสจะยังมีความหวานกรอบ และควรชิมก่อนเติมน้ำปลาเพราะซอสหลายชนิดมีโซเดียมอยู่แล้ว
ส่วนผสม
- หมูหั่นชิ้น 200 กรัม
- แตงกวาหั่นชิ้น 1 ลูก
- มะเขือเทศหั่นเสี้ยว 1 ลูก
- หอมหัวใหญ่หั่น 1/2 หัว
- น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสมะเขือเทศ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ผสมซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล และน้ำไว้ด้วยกัน
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันแล้วผัดหมูจนเกือบสุก
- ใส่หอมหัวใหญ่และผัดประมาณ 30 วินาที
- เติมซอสที่ผสมไว้ ตามด้วยแตงกวาและมะเขือเทศ
- ผัดจนหมูสุกทั่ว ผักยังกรอบเล็กน้อย แล้วปิดไฟ
12. ผัดกะหล่ำปลีหมูสามชั้นเจียว
ผัดกะหล่ำปลีหมูสามชั้นเจียวใช้มันจากหมูสามชั้นช่วยเคลือบผัก ทำให้ไม่ต้องเติมน้ำมันมาก หมูถูกเจียวจนขอบหอมก่อนนำกะหล่ำปลีลงผัด เหมาะกับมื้อที่ต้องการกับข้าวรสกลมกล่อม
กะหล่ำปลีมีความหวานตามธรรมชาติและยังกรอบฉ่ำ ส่วนหมูสามชั้นให้ทั้งสัมผัสนุ่มและขอบเกรียม รสเค็มอ่อนจากน้ำปลาและซอสหอยนางรมช่วยดึงความหวานของผักออกมา
ใช้ไฟค่อนข้างแรงเมื่อลงกะหล่ำปลีเพื่อให้ผักหอมโดยไม่คายน้ำมาก หากหมูสามชั้นปล่อยน้ำมันมากควรตักออกบางส่วนก่อนผัด เพื่อไม่ให้จานมันหนักเกินไป
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นหั่นชิ้นบาง 150 กรัม
- กะหล่ำปลีหั่นชิ้น 250 กรัม
- กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 1-2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่หมูสามชั้นโดยไม่ต้องเติมน้ำมัน
- เจียวจนหมูสุกและมีน้ำมันออกมา ตักน้ำมันส่วนเกินออกหากมีมาก
- ใส่กระเทียม ผัดจนหอม แล้วเร่งไฟค่อนแรง
- ใส่กะหล่ำปลี ซอสหอยนางรม น้ำปลา น้ำตาล และน้ำ
- ผัดเร็ว ๆ จนผักสุกพอดีและหมูสุกทั่ว แล้วตักเสิร์ฟ
13. แกงคั่วหมูพริกแกงใต้
แกงคั่วหมูพริกแกงใต้เป็นเมนูรสเข้มข้นที่ใช้พริกแกงใต้เป็นหัวใจ หมูชิ้นหรือหมูสามชั้นถูกเคี่ยวกับเครื่องแกงจนซึมรส เหมาะสำหรับกินกับข้าวสวยร้อนและผักสดเพื่อลดความเผ็ด
รสเผ็ดและเค็มนำ กลิ่นเครื่องเทศมีความหนักแน่น เนื้อหมูที่มีไขมันแทรกช่วยเพิ่มความนุ่มและความกลมของน้ำแกง จานนี้จึงเหมาะกับมื้อที่ต้องการอาหารรสจัดแบบภาคใต้
พริกแกงใต้แต่ละสูตรมีระดับความเค็มและเผ็ดต่างกัน ควรเริ่มจากปริมาณน้อยแล้วชิมก่อนเติมเครื่องปรุง หากใช้หมูสามชั้นให้ช้อนมันส่วนเกินออกระหว่างเคี่ยวได้ตามต้องการ
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นหรือสันคอหั่นชิ้น 250 กรัม
- พริกแกงใต้ 1-1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1-2 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา
- ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
วิธีทำ
- ใส่กะทิประมาณ 80 มิลลิลิตรลงหม้อ ตั้งไฟกลางแล้วผัดกับพริกแกงจนหอม
- ใส่หมูและผัดให้เคลือบเครื่องแกง
- เติมกะทิที่เหลือและน้ำ ต้มจนเดือด
- ลดไฟ เคี่ยวจนหมูสุกนุ่ม ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
- ใส่ใบมะกรูด ต้มต่ออีก 1 นาทีแล้วปิดไฟ
14. แกงหมูชิ้นถั่วฝักยาว
แกงหมูชิ้นถั่วฝักยาวเป็นแกงรสเข้มที่เพิ่มผักกรอบลงในหม้อเดียว หมูชิ้นรับรสพริกแกง ขณะที่ถั่วฝักยาวช่วยเพิ่มสีและสัมผัส จึงเหมาะเป็นกับข้าวที่ทำหม้อเดียวแล้วเสิร์ฟได้ทันที
น้ำแกงมีรสเผ็ด เค็ม และหวานเล็กน้อย ถั่วฝักยาวยังกรอบเมื่อไม่ต้มเกินเวลา ส่วนเนื้อหมูควรเลือกสันคอหรือสันนอกที่มีความนุ่มพอสำหรับการต้มช่วงสั้น
ใส่ถั่วฝักยาวหลังหมูสุกเกือบเต็มที่เพื่อรักษาความกรอบและสี ไม่ควรต้มต่อเป็นเวลานาน หากพริกแกงมีความเค็มมากให้ลดน้ำปลาลงแล้วชิมก่อนปรุงเพิ่ม
ส่วนผสม
- หมูสันคอหั่นชิ้น 220 กรัม
- ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 120 กรัม
- พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 250 มิลลิลิตร
- น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูด 2 ใบ
วิธีทำ
- ผัดพริกแกงกับกะทิประมาณ 80 มิลลิลิตรด้วยไฟกลางจนหอม
- ใส่หมู ผัดจนผิวเริ่มสุก
- เติมกะทิที่เหลือและน้ำ ต้มจนหมูสุกเกือบเต็มที่
- ใส่ถั่วฝักยาว ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
- ต้มต่อจนถั่วสุกแต่ยังกรอบ ใส่ใบมะกรูดแล้วปิดไฟ
15. แกงคั่วสันคอหมู
แกงคั่วสันคอหมูเหมาะกับผู้ที่ชอบเนื้อนุ่มและเครื่องแกงเข้ม สันคอมีไขมันแทรกพอเหมาะจึงไม่แห้งง่ายเมื่อนำไปเคี่ยว และสามารถทำเป็นแกงขลุกขลิกสำหรับราดข้าวได้ดี
รสเผ็ดเค็มนำและมีความหวานเล็กน้อยจากน้ำตาลปี๊บ น้ำแกงข้นเคลือบชิ้นหมู กลิ่นใบมะกรูดช่วยเพิ่มความสด ทำให้จานมีมิติแม้ใช้ส่วนผสมไม่ซับซ้อน
ควรหั่นสันคอให้หนาใกล้เคียงกันและเคี่ยวด้วยไฟอ่อนหลังน้ำแกงเดือด เพื่อลดโอกาสที่เนื้อจะแข็ง หากต้องการน้ำแกงขลุกขลิกให้เปิดฝาเคี่ยวช่วงท้ายแทนการเร่งไฟแรง
ส่วนผสม
- สันคอหมูหั่นชิ้น 250 กรัม
- พริกแกงคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 200 มิลลิลิตร
- น้ำเปล่า 80 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
- พริกชี้ฟ้าหั่น 1/2 เม็ด
วิธีทำ
- ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่กะทิ 70 มิลลิลิตรและพริกแกง ผัดจนหอม
- ใส่สันคอหมู คลุกให้เครื่องแกงเคลือบทั่ว
- เติมกะทิที่เหลือกับน้ำ ต้มจนเดือดแล้วลดไฟ
- เคี่ยวจนหมูสุกนุ่ม ปรุงน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
- ใส่ใบมะกรูดกับพริกชี้ฟ้า เคี่ยวอีกครู่แล้วปิดไฟ
เมนูแกงเข้มข้นกินคู่กับอาหารรสอ่อนจะสมดุลขึ้น หากอยากเพิ่มจานผักในมื้อเดียวกัน ลองเลือกจาก เมนูเห็ดเข็มทอง ซึ่งนำไปทำผัดหรือต้มได้หลายแบบ
16. แกงอ่อมหมูสามชั้น
แกงอ่อมหมูสามชั้นเป็นแกงสมุนไพรที่เด่นด้วยผักชีลาวและน้ำแกงไม่หนักกะทิ หมูสามชั้นช่วยเพิ่มความนุ่มมัน ส่วนสมุนไพรและผักหลายชนิดทำให้หม้อเดียวมีรสและกลิ่นหลากหลาย
น้ำแกงมีรสเค็มนัวและเผ็ดตามพริกที่ใช้ กลิ่นผักชีลาวลอยชัดเมื่อใส่ช่วงท้าย เหมาะกินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย และเข้ากับผักสดสำหรับมื้อแบบอีสาน
หมูสามชั้นควรต้มจนสุกนุ่มก่อนใส่ผักที่สุกง่าย ผักชีลาวไม่ควรต้มนานเพราะกลิ่นจะลดลง หากมีน้ำมันหมูลอยมากสามารถช้อนออกบางส่วนก่อนใส่ผักได้
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นหั่นชิ้น 200 กรัม
- น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร
- พริกสด 4 เม็ด
- หอมแดง 2 หัว
- ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
- ผักชีลาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
- ต้นหอมหั่นท่อน 1/3 ถ้วย
- ใบแมงลัก 1/2 ถ้วย
วิธีทำ
- โขลกพริก หอมแดง และตะไคร้พอหยาบ
- ต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องโขลกและหมูสามชั้น
- ลดเป็นไฟกลาง ต้มจนหมูสุกนุ่มและช้อนฟองออกตามต้องการ
- ปรุงด้วยน้ำปลาและข้าวคั่ว คนให้กระจาย
- ใส่ผักชีลาว ต้นหอม และใบแมงลัก ต้มเพียงให้ผักสลดแล้วปิดไฟ
17. ผัดหมูชิ้นใส่หอมใหญ่
ผัดหมูชิ้นใส่หอมใหญ่เหมาะกับวันที่ต้องการกับข้าวง่ายและรสไม่เผ็ด ใช้หมูผัดกับหอมหัวใหญ่จนสุกใส แล้วปรุงด้วยซอสพื้นฐานให้มีน้ำขลุกขลิกเล็กน้อยสำหรับคลุกข้าว
หอมหัวใหญ่ให้ความหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมเมื่อโดนความร้อน เนื้อหมูมีรสเค็มกลมกล่อม จานนี้เหมาะทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น โดยเสิร์ฟพร้อมไข่หรือผักลวกได้ง่าย
อย่าผัดหอมหัวใหญ่นานเกินไปหากต้องการสัมผัสกรอบ ควรนำหมูลงผัดก่อนจนเกือบสุก แล้วจึงใส่หอมช่วงท้าย หากใช้หมูชิ้นหนาให้เติมน้ำเล็กน้อยและปิดฝอชั่วครู่จนสุกทั่ว
ส่วนผสม
- หมูสันนอกหั่นชิ้น 200 กรัม
- หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 หัว
- กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
- น้ำมัน 2 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- พริกไทย 1/4 ช้อนชา
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันและกระเทียม ผัดจนหอม
- ใส่หมู ผัดจนเนื้อเปลี่ยนสีเกือบทั่ว
- เติมซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาล พริกไทย และน้ำ
- ผัดจนหมูสุกทั่ว แล้วใส่หอมหัวใหญ่
- ผัดอีกประมาณ 1 นาทีให้หอมยังมีความกรอบเล็กน้อย แล้วปิดไฟ
สำหรับมื้อเร่งด่วนที่อยากลดการใช้เตา ยังมี เมนูไมโครเวฟ ให้เลือกเป็นแนวทางสำหรับอาหารง่ายในวันเวลาจำกัด
18. แกงหมูสามชั้น
แกงหมูสามชั้นเป็นเมนูที่ใช้ความนุ่มมันของเนื้อส่วนท้องมารับรสเครื่องแกง เหมาะทำเป็นกับข้าวหม้อเล็กสำหรับ 1-2 ที่ และสามารถปรับระดับน้ำแกงให้ข้นหรือเหลวตามการเสิร์ฟ
น้ำแกงเข้มข้นเกาะหมูสามชั้นที่มีทั้งชั้นเนื้อและไขมัน รสเผ็ดเค็มตัดกับความหวานเล็กน้อย ทำให้กินกับข้าวสวยได้ดีและไม่จำเป็นต้องมีอาหารรสจัดอีกหลายจาน
ก่อนแกงสามารถจี่หมูสามชั้นเพื่อรีดน้ำมันบางส่วนออก ช่วยลดความมันของจาน ระหว่างเคี่ยวควรใช้ไฟอ่อนจนหมูนุ่ม และช้อนน้ำมันบนผิวออกได้อีกครั้งก่อนเสิร์ฟ
ส่วนผสม
- หมูสามชั้นหั่นชิ้น 220 กรัม
- พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต๊ะ
- กะทิ 220 มิลลิลิตร
- น้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร
- น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
- ใบมะกรูดฉีก 2 ใบ
วิธีทำ
- ตั้งหม้อหรือกระทะแล้วจี่หมูสามชั้นด้วยไฟกลางจนมีน้ำมันออกเล็กน้อย
- ตักน้ำมันส่วนเกินออก เหลือไว้ประมาณ 1 ช้อนชา แล้วใส่พริกแกงลงผัด
- เติมกะทิและน้ำ ต้มจนเดือดแล้วลดไฟ
- เคี่ยวจนหมูสุกนุ่ม ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ
- ใส่ใบมะกรูด ต้มต่อประมาณ 1 นาทีแล้วปิดไฟ
19. ผัดลูกชิ้นใส่หมูใส่ใบโหระพา
ผัดลูกชิ้นใส่หมูใส่ใบโหระพารวมหมูชิ้นกับลูกชิ้นเอ็นหมูในจานเดียว ใช้พริก กระเทียม และใบโหระพาสร้างกลิ่นหอม เหมาะเป็นกับข้าวมื้อเย็นที่ต้องการรสเผ็ดและเนื้อสัมผัสหลายแบบ
หมูมีความนุ่ม ขณะที่ลูกชิ้นเด้งหนึบ ซอสผัดมีรสเค็มหวานและเผ็ด กลิ่นโหระพาช่วยให้จานสดขึ้น เมื่อตักราดข้าวสวยจะได้ทั้งน้ำซอสและเครื่องเต็มคำในแต่ละช้อน
ลูกชิ้นสำเร็จรูปมีความเค็มอยู่แล้ว จึงควรลดน้ำปลาหรือซีอิ๊วแล้วชิมก่อนปรุงเพิ่ม หมูต้องสุกทั่วก่อนใส่ใบโหระพา ส่วนใบโหระพาควรคลุกช่วงท้ายเพื่อรักษากลิ่น
ส่วนผสม
- หมูหั่นชิ้น 150 กรัม
- ลูกชิ้นเอ็นหมูผ่าครึ่ง 120 กรัม
- ใบโหระพา 1 ถ้วย
- พริกแดง 4 เม็ด
- กระเทียม 5 กลีบ
- น้ำมัน 2 ช้อนชา
- ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
- ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
- ซีอิ๊วดำ 2-3 หยด
- น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- โขลกพริกและกระเทียมพอหยาบ
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันแล้วผัดพริกกระเทียมจนหอม
- ใส่หมูและผัดจนเกือบสุก จากนั้นใส่ลูกชิ้น
- เติมซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาล ซีอิ๊วดำ และน้ำ ผัดจนหมูสุกทั่ว
- ใส่ใบโหระพา คลุกพอสลดแล้วปิดไฟ
หากต้องการเปลี่ยนจากเมนูกระทะไปเป็นอาหารที่ใช้ลมร้อน สามารถเลือกแนวทางจาก เมนูหม้อทอดไร้น้ำมัน เพื่อเพิ่มตัวเลือกในแต่ละสัปดาห์
20. แหนมหมูชิ้น
แหนมหมูชิ้นมีรสเปรี้ยวเฉพาะตัวและใช้หมูเป็นชิ้นแทนเนื้อบด สำหรับการทำกินในครัวทั่วไป สูตรนี้เน้นนำแหนมหมูชิ้นที่ผ่านการหมักเรียบร้อยมาปรุงให้สุกก่อนเสิร์ฟ ลดขั้นตอนการหมักดิบที่ต้องควบคุมความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
เมื่อทอดหรือจี่จนสุก แหนมจะมีกลิ่นหอม รสเปรี้ยวเค็ม และผิวเกรียมเล็กน้อย กินกับขิง พริก หอมแดง และถั่วลิสงได้เข้ากัน เหมาะเป็นกับข้าวหรือของกินคู่ข้าวสวย
ไม่ควรกินแหนมหมูดิบ ควรปรุงจนเนื้อด้านในสุกทั่ว โดยเฉพาะชิ้นหนาให้ใช้ไฟกลางเพื่อให้ความร้อนเข้าถึงด้านในก่อนผิวไหม้ หากซื้อแบบบรรจุสำเร็จควรเก็บและปรุงตามคำแนะนำบนฉลาก
ส่วนผสม
- แหนมหมูชิ้น 200 กรัม
- น้ำมัน 1 ช้อนชา
- ขิงสดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนู 4-6 เม็ด
- ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- ผักสดตามชอบ 1 ถ้วย
วิธีทำ
- นำแหนมออกจากบรรจุภัณฑ์และหั่นชิ้นให้ขนาดใกล้กัน
- ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่น้ำมันบาง ๆ แล้ววางแหนมลงจี่
- พลิกทุกด้านและปรุงต่อจนแหนมร้อนจัดและเนื้อสุกทั่วถึงด้านใน
- ตักขึ้นพักสั้น ๆ แล้วจัดใส่จาน
- เสิร์ฟพร้อมขิง หอมแดง พริก ถั่วลิสง และผักสด
เคล็ดลับทำเมนูหมูชิ้นให้อร่อย
การเลือกส่วนของหมูส่งผลต่อเนื้อสัมผัสโดยตรง สันในและสันนอกเหมาะกับผัดเร็วเพราะเนื้อไม่มันมาก ส่วนสันคอมีไขมันแทรกจึงเหมาะทั้งผัด ทอด และแกง ขณะที่สามชั้นเหมาะกับจานที่ต้องการความนุ่มมันและการเคี่ยว
หั่นหมูขวางเส้นใยและให้ความหนาใกล้กันทุกชิ้น เมนูผัดควรเตรียมซอสและผักให้พร้อมก่อนเปิดไฟ เพราะช่วงผัดจริงใช้เวลาไม่นาน ส่วนเมนูทอดควรควบคุมไฟกลางเพื่อให้เนื้อสุกถึงด้านในโดยผิวไม่ไหม้ก่อน
การหมักหมูควรทำในตู้เย็นและแยกภาชนะจากอาหารพร้อมกิน ล้างมือและอุปกรณ์ที่สัมผัสหมูดิบให้สะอาด ไม่ควรใช้จานที่เคยใส่หมูดิบมารองอาหารสุกโดยไม่ล้างก่อน และควรปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึงทุกครั้ง
เมนูที่ใช้สามชั้นสามารถลดความมันได้ด้วยการเจียวหรือจี่ก่อน แล้วตักน้ำมันส่วนเกินออก ส่วนแกงกะทิสามารถปรับสัดส่วนกะทิกับน้ำตามความเข้มข้นที่ชอบ โดยค่อยปรุงน้ำปลาและน้ำตาลหลังจากเครื่องแกงละลายดีแล้ว
หากอยากสลับโปรตีนในสัปดาห์เดียวกัน ลองเลือกจาก สูตรน่องไก่ เพื่อให้มื้ออาหารมีรสชาติและวิธีปรุงต่างออกไป
สรุป
ทั้ง 20 สูตรครอบคลุมตั้งแต่ผัดกะเพรา ลาบ หมูทอด ผัดเปรี้ยวหวาน ไปจนถึงแกงเผ็ด แกงคั่ว และแกงอ่อม จึงเลือกได้ตามเวลาที่มีและวัตถุดิบในตู้เย็น โดยสูตรผัดเหมาะกับมื้อเร่งด่วน ส่วนสูตรแกงเหมาะสำหรับทำเป็นกับข้าวแบ่งกิน
เมนูหมูชิ้นจะออกมานุ่มและมีรสดีเมื่อเลือกส่วนหมูให้เข้ากับวิธีปรุง หั่นชิ้นสม่ำเสมอ และควบคุมเวลาให้พอดี เมนูผัดเน้นไฟแรงและเวลาสั้น ส่วนเมนูแกงใช้การเคี่ยวอย่างเหมาะสมเพื่อให้เครื่องแกงซึมเข้าเนื้อ
เมื่อมีหมูแบ่งเก็บไว้เป็นส่วน ๆ การวางแผนมื้ออาหารจะง่ายขึ้นมาก เพียงสลับเครื่องปรุง ผัก และวิธีทำก็ได้อาหารหลายรสโดยไม่จำเจ และยังต่อยอดจากสูตรพื้นฐานเหล่านี้ให้เหมาะกับรสที่ชอบหรือวัตถุดิบตามฤดูกาลได้อีกมาก









